สยบหัวใจยัยอาจารย์สุดโหดด้วยระบบสุดโกง•ตอนที่ 6

พลังธาตุแสงที่ถูกมองข้าม

ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
"เกณฑ์การประเมินรอบนี้ไม่ได้วัดกันที่ปริมาณมานาที่ทะลักออกมาเหมือนน้ำป่าไหลหลากหรอกนะคะ... แต่พวกท่านกำลังมองหา 'ความหมาย' ของมันต่างหาก" เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของลานประลองเวทมนตร์กลางแจ้ง เรียกสายตาของเหล่าคณะกรรมการอาวุโสให้หันขวับไปมองเป็นตาเดียว อาจารย์เซเลสเตียยืนกอดอกพิงเสาหินอ่อนสีขาว ท่าทางของเธอยังคงความเยือกเย็นและสง่างามดั่งเช่นเคย แต่แววตาสีฟ้าครามคู่สวยนั้นกลับจดจ้องไปยังเด็กหนุ่มผมสีดำสนิทที่ยืนอยู่ใจกลางวงเวทย์ ลูคัสสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นอายของละอองมานาบริสุทธิ์ลอยอบอวลอยู่รอบตัวจนสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบ เขาไม่ได้ตื่นตระหนกกับสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองมา—บางคู่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน บางคู่ฉายแววดูแคลน และมีเพียงไม่กี่คู่เท่านั้นที่กำลังรอคอยความแปลกใหม่ ในสายตาของคนทั่วไป 'ธาตุแสง' คือธาตุแห่งการเยียวยาและการขับไล่ความมืด เป็นเวทมนตร์สายสนับสนุนที่ต้องพึ่งพาพลังโจมตีจากธาตุอื่นร่วมด้วยเสมอ แต่นั่นคือกรอบความคิดของคนหัวโบราณที่ติดอยู่กับตำราเก่าๆ นานนับร้อยปี [ติ๊ง! ตรวจพบสภาวะกดดันระดับสูงจากคณะกรรมการ] [ระบบทำการวิเคราะห์สนามประลอง... แนะนำให้ผู้ใช้ประยุกต์ใช้ 'แสงหักเห' แทนการแผ่ขยายมานาตรงๆ เพื่อลดการใช้พลังงานลง 45%] เสียงแจ้งเตือนจากระบบลอยขึ้นมาในห้วงความคิด พร้อมกับหน้าต่างสีฟ้าโปร่งใสที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ลูคัสอมยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ดวงตาคู่คมกวาดมองแผ่นศิลาเวทมนตร์ตรงหน้าที่มีขีดจำกัดการรับแรงกระแทก "ถ้าคิดว่าธาตุแสงใช้ได้แค่สาดแสงใส่หน้ามอนสเตอร์ให้ตาบอดล่ะก็... พวกท่านคงต้องเปลี่ยนมุมมองใหม่แล้วล่ะครับ" ลูคัสพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะยกมือขึ้นช้าๆ ตูーム! ฝ่ามือเรียวยาวสะบัดออกไปเบื้องหน้าอย่างไม่รีบร้อน วงเวทย์สีทองอร่ามปรากฏขึ้นใต้เท้าของเขา ทว่าสิ่งที่น่าประหลาดใจคือ มันไม่มีแสงสว่างจ้าที่แสบตาเหมือนเวทมนตร์ธาตุแสงทั่วไปที่ทุกคนคุ้นเคย แสงนั้นกลับบีบอัดตัวเข้าหากันจนกลายเป็นเส้นด้ายสีขาวบริสุทธิ์ที่บางเฉียบราวกับเส้นผม "นะ... นั่นมันอะไรกัน? ทำไมมานาถึงไม่กระจายตัวออกไปล่ะ?" หนึ่งในกรรมการอาวุโสผู้เชี่ยวชาญเวทมนตร์ธาตุแสงถึงกับลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ด้วยความตกตะลึง ดวงตาเบิกกว้างจนแทบหลุดออกจากเบ้า เซเลสเตียที่ยืนดูอยู่เงียบๆ มุมปากบางของเธอยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่มีใครสังเกตเห็น เธอกำลังมองเห็นสิ่งที่เด็กหนุ่มคนนี้กำลังทำ... เขาไม่ได้กำลังใช้เวทมนตร์เพื่อ 'แสดงแสนยานุภาพ' แต่เขากำลังใช้มันเพื่อ 'ควบคุมโครงสร้าง' ของโลกเวทมนตร์ "การหักเหแสงสะท้อนสเปกตรัม... สร้างความร้อนจุดศูนย์รวมผ่านเลนส์มานาเสมือน" ลูคัสพึมพำชื่อทักษะที่เพิ่งคิดค้นขึ้นสดๆ ร้อนๆ ฉับพลัน! เส้นด้ายสีขาวบริสุทธิ์เหล่านั้นก็พุ่งทะยานออกไปราวกับกระสุนปืนไรเฟิล มันไม่ได้สร้างเสียงระเบิดกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่น แต่มันเจาะทะลวงผ่านแผ่นศิลาเวทมนตร์หนาห้านิ้วที่สร้างจากหินแกรนิตโบราณได้อย่างง่ายดายราวกับมีดร้อนตัดเนย! *ฉึบ!* รอยตัดเรียบเนียนกริบปรากฏขึ้นบนแผ่นศิลา ก่อนที่ท่อนบนของมันจะค่อยๆ Slide ไหลลงมากองกับพื้นเสียงดังสนั่น ท่ามกลางความเงียบกริบที่แผ่ขยายไปทั่วทั้งลานประลอง ไม่มีใครส่งเสียงพูดอะไรออกมาเลยแม้แต่คนเดียว ทุกคนต่างอึ้งจนอ้าปากค้าง เวทมนตร์ธาตุแสงที่ไร้ซึ่งการโจมตีทางกายภาพโดยตรง... กลับสามารถตัดผ่านวัตถุที่แข็งที่สุดในสถาบันได้ด้วยการบีบอัดคลื่นความถี่ของแสง! [ติ๊ง! ยินดีด้วย ผู้ใช้ทำภารกิจลับสำเร็จ: 'ฉีกตำราเวทมนตร์โบราณ' ได้รับแต้มประสบการณ์ +5,000 และปลดล็อกทักษะขั้นสูง: 'ปริซึมแห่งการทำลายล้าง'] เสียงแจ้งเตือนรัวระรัวในหัวของลูคัส แต่เขากลับไม่ได้สนใจมันเท่ากับสายตาคู่คมของอาจารย์เซเลสเตียที่กำลังก้าวเดินเข้ามาหาเขาช้าๆ ฝีเท้าของเธอมั่นคงและเงียบเชียบ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไวโอเล็ตลอยมาแตะจมูกเมื่อเธอยืนหยุดอยู่ตรงหน้า "เธอซ่อนเร้นวิธีนี้มานานแค่ไหนแล้ว... ลูคัส?" เซเลสเตียเอ่ยถาม เสียงของเธอนุ่มนวลกว่าปกติ ทว่าแฝงไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็น "ก็... ตั้งแต่ผมนั่งเรียนวิชาของอาจารย์แล้วคิดว่า ถ้าเราเปลี่ยนจากสาดแสงใส่ศัตรู มาเป็นการส่องไฟให้ถูกจุดล่ะครับ มันน่าจะสนุกกว่ากันเยอะ" ลูคัสตอบกลับด้วยรอยยิ้มกวนๆ ตามสไตล์ของเขา พร้อมกับเอียงคอเล็กน้อยอย่างเป็นกันเอง เซเลสเตียถอนหายใจออกมาเบื้องเบา เธอยกมือขึ้นปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของเด็กหนุ่มออกให้อย่างเป็นธรรมชาติ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาหัวใจของลูคัสกระตุกวูบไปชั่วขณะ ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังผ่อนคลายลง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังของลานประลอง "ช้าก่อน! การประเมินนี้ยังถือว่าไม่สมบูรณ์!" เสียงตะคอกก้องกังวานด้วยความไม่พอใจดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของอาจารย์บารอน หัวหน้าภาควิชาเวทมนตร์ธาตุอัคคีที่เดินดุ่มๆ เข้ามาด้วยใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาของเขาจ้องเขม็งมาที่ลูคัสราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "เด็กนี่อาจจะแค่ใช้กลโกงบางอย่างที่สถาบันเราไม่เคยเห็น! ข้าขอท้าประลองตัวต่อตัวเพื่อพิสูจน์ฝีมือที่แท้จริง เดี๋ยวนี้!" บรรยากาศรอบตัวกลับมาตึงเครียดขึ้นอีกครั้งในพริบตา คณะกรรมการเริ่มส่งเสียงซุบซิบกันเซ็งแซ่ ลูคัสหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มกวนๆ บนใบหน้าจางหายไปแทนที่ด้วยแววตาที่คมกราบ เขาเตรียมจะก้าวขาออกไปรับคำท้า ทว่ามือเรียวบางของเซเลสเตียกลับเอื้อมมาแตะที่ไหล่ของเขาเสียก่อน พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลจากมานาธาตุแสงบริสุทธิ์ที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเธอจนทุกคนในรัศมีสิบเมตรต้องหายใจติดขัด "อาจารย์บารอนคะ..." เซเลสเตียหันไปมองหัวหน้าภาควิชาธาตุอัคคีด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่ไปไม่ถึงดวงตา น้ำเสียงของเธอกดต่ำลงจนน่ากลัว "ท่านแน่ใจแล้วเหรอคะ... ว่าอยากจะลองทดสอบ 'แสง' ของเด็กในปกครองของดิฉัน?" ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าเหนือลานประลองที่เคยโปร่งใส กลับแปรเปลี่ยนเป็นสีทองสว่างวาบขึ้นมาในพริบตา ราวกับดวงอาทิตย์กำลังเคลื่อนตัวลงมาใกล้พื้นดิน พร้อมกับเสียงกระซิบอันแผ่วเบาจากความมืดมิดที่ดังขึ้นข้างหูของลูคัส—เป็นเสียงที่ไม่ได้มาจากระบบ และไม่ได้มาจากใครเลยนอกจากเงาปริศนาที่ทาบทับอยู่บนร่างของเขา *“ยินดีต้อนรับสู่หมากตานี้... ผู้ถูกเลือกแห่งแสงสว่างและหายนะ”* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางก้าวเข้าสู่โลกเวทมนตร์บทที่ 6 ไปด้วยกันนะคะ - เซเลสเตียละอองเวท
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบหัวใจยัยอาจารย์สุดโหดด้วยระบบสุดโกง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%