"หลับตาลง... แล้วเพ่งสมาธิไปที่แก่นมานารอบตัว อย่าปล่อยให้จิตใจกระเจิดกระเจิงไปกับเสียงรอบข้างค่ะ ลูคัส"
น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงด้วยความเข้มงวดของอาจารย์เซเลสเตียดังขึ้น ท่ามกลางห้องฝึกซ้อมเวทมนตร์ลับใต้ดินที่ถูกผนึกด้วยอาคมป้องกันเสียงสะท้อน บรรยากาศภายในห้องค่อนข้างเย็นเยียบ แสงไฟจากคบเพลิงเวทมนตร์บนผนังทอประกายสีนวลสลับฟ้าอ่อน ขับเน้นให้เรือนร่างระหงในชุดคลุมยาวสีขาวบริสุทธิ์ของเธอดูลึกลับและน่าเกรงขามยิ่งขึ้น
ลูคัสสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกปั่นป่วนในอก ดวงตาคมกราบกรานมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของหญิงสาวผู้เป็นทั้งอาจารย์และเป้าหมายในใจ
ผ่านมาจนถึงตอนนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาก้าวข้ามคำว่าศิษย์กับอาจารย์มาไกลโขแล้ว ผ่านความเป็นความตายมาด้วยกันนับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน กลิ่นอายจางๆ ของดอกไวโอเล็ตป่าที่ลอยมาแตะจมูกทุกครั้งยามที่เธอย่างกรายเข้ามาใกล้ ก็ยังคงทำให้หัวใจของเด็กหนุ่มเต้นผิดจังหวะได้เสมอ
[ระบบแจ้งเตือน: อัตราการเต้นของหัวใจผู้ใช้งานสูงเกินเกณฑ์ปกติ 145 ครั้ง/นาที]
[คำเตือน: ความตึงเครียดทางอารมณ์อาจส่งผลต่อการควบคุมมานาธาตุแสงในร่างกาย แนะนำให้ตั้งสติและปรับระดับฮอร์โมนโดยด่วน]
เสียงแจ้งเตือนกวนประสาทจากระบบหน้าต่างใสสีฟ้าที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ทำให้ลูคัสเกือบเผลอสบถออกมาเบาๆ เจ้าหนumระบบนี่ช่างรู้จังหวะเวลาเสียจริง ในเวลาที่เขาพยายามจะดูเท่และสุขุมต่อหน้าอาจารย์สาว ระบบเจ้ากรรมกลับคอยแฉความตื่นเต้นของเขาออกมาเป็นตัวเลขให้ช้ำใจเล่นเสียอย่างนั้น
"สมาธิหลุดอีกแล้วนะคะ ลูคัส" เซเลสเตียปราบตาคมกริบหันมามอง ดวงตาสีฟ้าครามราวกับท้องทะเลลึกคู่นั้นราวกับมองทะลุปรุโปร่งไปถึงความคิดอันฟุ้งซ่านภายในหัวของเด็กหนุ่ม "ถ้ายังควบคุมจิตใจให้สงบไม่ได้ เกราะแสงศักดิ์สิทธิ์ที่เราเพิ่งสอนไปเมื่อครู่คงได้พังทลายลงมาอีกรอบแน่ค่ะ"
"ผมขอโทษครับ... เอ๊ย! ขอโทษค่ะอาจารย์ พอดีผม..." ลูคัสเกือบเผลอหลุดปากพูดสรรพนามคุ้นชินออกไป โชคดีที่ไหวพริบยังช่วยดึงสติกลับมาได้ทันเวลาในเสี้ยววินาทีสุดท้าย การใช้คำลงท้ายให้ถูกต้องตามกฎเหล็กของสถาบันและสถานการณ์เฉพาะตัวเป็นเรื่องที่เขาต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ยิ่งอยู่ใกล้เธอนานเท่าไหร่ สติสัมปชัญญะที่สั่งสมมาก็ดูจะยิ่งระเหิดหายไปกับสายลม
เซเลสเตียขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อยด้วยความสงสัยกับคำพูดที่สะดุดกะทันหันนั้น แต่เธอก็ไม่ได้ซักไซ้ เธอสาวเท้าก้าวเข้ามาใกล้ร่างของเด็กหนุ่มทีละน้อย ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงแค่คืบเดียว กลิ่นหอมสะอาดบริสุทธิ์ของธาตุแสงและดอกไม้ป่ายิ่งเด่นชัดขึ้นจนลูคัสแทบไม่กล้าหายใจแรง
"ไหน... ขอดูความคืบหน้าของวงแหวนเวทหน่อยซิคะ"
มือเรียวบางในถุงมือผ้าไหมสีขาวแตะเบาๆ ลงบนหัวไหล่ของลูคัส เพื่อส่งผ่านกระแสมานาบริสุทธิ์ช่วยปรับจังหวะการไหลเวียนของพลังในร่างของเขา การสัมผัสนั้นแผ่ซ่านความอบอุ่นอ่อนละมุนไปทั่วร่าง แต่สำหรับลูคัสแล้ว มันกลับให้ความรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้านับพันโวลต์วิ่งพล่านไปทั่วผิวหนัง
ความใกล้ชิดสนิทสนมนี้ทำให้สมองของลูคัสขาวโพลน ระยะห่างแค่ลมหายใจกั้นทำให้เขามองเห็นแพขนตางอนงามและหยาดเหงื่อเม็ดเล็กๆ ที่ซึมอยู่ข้างขมับของอาจารย์สาวได้อย่างชัดเจน ภาพยามที่เธอต้องต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับเขา ฝ่าฝันฝูงอสูรเงาในดันเจี้ยนระดับสูงเมื่อสัปดาห์ก่อนผุดวาบขึ้นมาในหัว ซีนที่เธอเกือบพลาดท่าและเขาต้องพุ่งเข้าไปโอบกอดร่างนั้นไว้แนบอกเพื่อปกป้องจากคมดาบ... สัมผัสจากวันนั้นยังคงหลงเหลืออยู่ในความทรงจำ ราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
หัวใจของลูคัสเต้นรัวยิ่งกว่าเดิม จนแทบจะทะลุตู้igอกออกมาข้างนอก
*แย่แล้ว... ถ้าขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป เธอต้องจับพิรุธความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ใต้ก้นบึ้งหัวใจนี่ได้แน่...*
ลูคัสพยายามถอยหลังหลบเล็กน้อยเพื่อเว้นระยะห่าง แต่เซเลสเตียกลับเข้าใจผิดคิดว่าเขายังคงตั้งสติไม่ได้ เธอจึงขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ใบหน้าสวยหวานคมคายโน้มเข้าไปใกล้จนหน้าผากเกือบจะชนกัน ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของเขา ค้นหาความผิดปกติด้วยความห่วงใยในฐานะผู้ฝึกสอน
"ลูคัส... คุณหน้าแดงมากเลยนะคะ ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า หรือว่าพิษจากเวทเงาก่อนหน้านี้ยังตกค้างอยู่?"
น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลขึ้นกว่าปกติเล็กน้อย เจือความกังวลใจจางๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้มาดขรึม ความใส่ใจที่ถูกส่งผ่านทางแววตานั้นช่างมีอณูความอ่อนโยนที่ทรงพลังเสียจนลูคัสแทบจะสูญเสียการควบคุมตัวเอง
ในวินาทีนั้นเอง... สัญชาตญาณและความรู้สึกที่เก็บกดไว้มานานนับเดือนก็เกือบจะทะลักทลายขีดจำกัด มือของเด็กหนุ่มเผลอยื่นออกไปโดยไม่รู้ตัว หมายจะเอื้อมไปสัมผัสปอยผมสีเงินยวงที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มของอาจารย์สาวเพื่อทัดมันให้พ้น1สายตา ปลายนิ้วของเขาห่างจากเส้นผมนั้นเพียงไม่ถึงเซนติเมตร ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดกันและกันจนแทบจะหลอมละลายรวมเป็นหนึ่งเดียว
เซเลสเตียเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจกับการกระทำที่เกินกว่าขอบเขตศิษย์-อาจารย์ เธอนิ่งค้างไปชั่วขณะ ไม่ได้ถอยหนีแต่ก็ไม่ได้ขัดขืน ปฏิกิริยาที่ผิดแปลกไปจากวิสัยของอาจารย์ผู้เข้มงวด ยิ่งทำให้หัวใจของลูคัสเต้นระรัวจนแทบระเบิด
*หรือว่า... เธอเองก็...*
[แจ้งเตือนฉุกเฉินจากระบบขั้นสูงสุด!]
[ตรวจพบการปลดล็อกเงื่อนไขลับ: 'ความรู้สึกที่ไม่อาจซ่อนเร้น' ระดับความสัมพันธ์แตะจุดวิกฤต 95%]
[พลังงานมานาในพื้นที่รอบตัวเกิดความผันผวนอย่างไร้เหตุผล... คำเตือน: มีการเคลื่อนไหวของบุคคลภายนอกกำลังมุ่งหน้ามายังห้องฝึกซ้อมลับ!]
พรึบ!
ก่อนที่ปลายนิ้วของลูคัสจะได้สัมผัสเส้นผมของหญิงสาว แรงสั่นสะเทือนมหาศาลจากภายนอกก็ระเบิดขึ้นพร้อมกับเสียงระฆังเตือนภัยฉุกเฉินของสถาบันเวทมนตร์ที่ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่ว อาคมป้องกันรอบห้องฝึกซ้อมสั่นกระพือราวกับจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
เซเลสเตียสะดุ้งตื่นจากภวังค์ เธอดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว ความอ่อนโยนเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา กลับคืนสู่สถานะอาจารย์ผู้เยือกเย็นและเฉียบขาดอีกครั้ง เธอคว้าคฑาธาตุแสงคู่ใจขึ้นมาถือไว้มั่น สายตาคมกริบมองตรงไปยังประตูทางเข้าห้องฝึกซ้อมที่ตอนนี้ปรากฏรอยร้าวของพลังงานสีดำทมิฬแผ่ซ่านเข้ามา
"ดูเหมือนว่าเราจะมี 'แขกไม่ได้รับเชิญ' มาเยือนเร็วกว่าที่คิดนะคะ..."
เซเลสเตียกล่าวเสียงเย็นเยียบ พลางปรายตามองลูคัสที่ยังคงยืนค้างท่าเดิมด้วยใบหน้าตื่นตะลึง
"เตรียมตัวให้พร้อม ลูคัส... ศึกทดสอบจริงนอกตำรากำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วค่ะ"
เด็กหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก รีบดึงสติกลับมาแล้วชักดาบเวทมนตร์คู่กายออกจากฝัก แววตาที่ส파ตประกายความคมกราบกรานเปลี่ยนเป็นความจริงจังและดุดัน แม้ในใจจะเสียดายช่วงเวลาอันตรายแต่หวานล้ำเมื่อครู่แค่ไหน แต่สถานการณ์ตรงหน้าบังคับให้เขาต้องพักเรื่องหัวใจไว้เบื้องหลังก่อน
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่เงาดำทมิฬหน้าประตูห้องกำลังพังทลายผนึกเวทเข้ามา ร่างของบุคคลปริศนาที่ก้าวทะลุผ่านม่านพลังออกมานั้น กลับทำให้ทั้งลูคัสและเซเลสเตียต้องชะงักงันและเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง เพราะกลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากผู้มาเยือนใหม่ ไม่ใช่ทั้งอสูรเงาและไม่ใช่กองกำลังของศัตรูคู่อริ... แต่มันคือพลังงานเวทมนตร์โบราณที่หายสาบสูญไปจากหน้าประวัติศาสตร์สถาบันแห่งนี้มานานกว่าสามร้อยปี!
[คำเตือนจากระบบ: ตรวจพบตัวตนระดับภัยพิบัติ 'ผู้เฝ้ามองแห่งสนธยา' ปลดล็อกเควสต์ลับบังคับ: 'ความลับใต้หอคอยโบราณ' — อัตราการรอดชีวิต 12%]
เซเลสเตียก้าวเท้าขยับมาบังร่างของลูคัสไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณ มือเรียวกำคฑาแน่นจนข้อต่องอขาว ขณะที่เงาร่างในผ้าคลุมสีดำสนิทค่อยๆ เงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นดวงตาเรืองแสงสีทองอร่ามที่จ้องตรงมายังเด็กหนุ่มด้วยรอยยิ้มอันน่าขนพองสเกล...
"ในที่สุด... ก็หาตัวพบเสียทีนะ ทายาทแห่งแสงคนสุดท้าย..."
________________________
เซเลสเตียละอองเวท
สยบหัวใจยัยอาจารย์สุดโหดด้วยระบบสุดโกง•ตอนที่ 23
หัวใจที่เริ่มสั่นไหว
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบหัวใจยัยอาจารย์สุดโหดด้วยระบบสุดโกง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!