"กฎหมายอาญามาตราที่ว่าด้วยการบุกรุกและทำลายทรัพย์สินในสถานที่ราชการ ดูเหมือนจะชัดเจนเสียจนผมไม่ต้องเปิดประมวลกฎหมายซ้ำสองนะครับ หมอ... หรือผมควรเรียกว่า 'คุณกร' ตามบัตรประชาชนดีล่ะ"
น้ำเสียงนั้นราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดผ่าตัดที่กรีดลงบนเนื้อเยื่ออย่างไร้ความลังเล
ปลัดก้านนั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้สักทองตัวใหญ่ เอกสารราชการกองโตถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบไร้ที่ติ แสงไฟจากโคมไฟสีส้มอ่อนบนโต๊ะขับให้ใบหน้าคมคายสันกรามเด่นชัดดูดุดันขึ้นอีกเท่าตัว นัยน์ตาหลังกรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมจ้องมองผู้มาเยือนด้วยความนิ่งสงบ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความกดดันที่ทรงพลังอย่างยิ่งยศ
กร (หมอผีวัยรุ่น) ไม่ได้สะทกสะท้านต่อบรรยากาศกดดันนั้นแม้แต่น้อย เขายังคงยืนเอามือซุกกระเป๋าเสื้อคลุมตัวเก่ง สายตากวาดมองรอบห้องทำงานของปลัดอำเภอหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าหัวกะทิและยึดมั่นในความถูกต้องยิ่งกว่าศาสนา ก่อนจะยักมุมปากขึ้นเล็กน้อยในแบบฉบับของคนกวนโอ๊ย
"เรียกว่า 'หมอ' เถอะครับท่านปลัด... ฟังดูคลาสสิกและเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันมากกว่าเยอะ ว่าแต่... เอกสารพวกนั้นช่วยไขปริศนาเรื่อง 'ศอ' ที่หายไปจากห้องล็อกกุญแจแน่นหนาได้ไหมล่ะครับ หรือว่าในหลักสูตรนิติศาสตร์ของท่าน มีวิชาสอนเรื่องคนหัวขาดเดินได้เองด้วย?"
กรจงใจเน้นเสียงคำว่า 'ศอ' เพื่อกระตุกต่อมความจริงจังของอีกฝ่าย บรรยากาศในห้องอับชื้นกลิ่นกาแฟดำและกระดาษเก่าพลهدคุกรุ่นขึ้นมาทันที ราวกับมีกระแสไฟฟ้าสถิตวิ่งผ่านระหว่างคนทั้งสอง ปลัดก้านถอดแว่นสายตาออกอย่างช้าๆ วางมันลงบนโต๊ะก่อนจะประสานมือทั้งสองข้างเข้าหากัน สายตาคมกริบมองตรงมาที่หมอผีหนุ่มด้วยความไม่สบอารมณ์
"คุณกร... ไสยศาสตร์และเรื่องงมงายอาจเป็นเครื่องมือหากินที่ดีในสังคมที่ความรู้ยังเข้าไม่ถึง แต่สำหรับที่นี่ อำเภอบัวตูมแห่งนี้ มันอยู่ใต้ปกครองของกฎหมายบ้านเมือง ไม่ใช่คาถาอาคมของคุณ!" ปลัดก้านเน้นย้ำทีละคำ น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจ "ศพที่หายไปจากห้องเก็บของ... ทางตำรวจรายงานว่าเป็นการโจรกรรมหลักฐานเพื่ออำพรางคดีฆาตกรรมอำมหิต มีร่องรอยการงัดแงะวงกบหน้าต่างด้านหลังอย่างชัดเจน ไม่ใช่เพราะภูตผีปีศาจที่ไหนหรอกครับ"
กรหัวנסแผ่วเบาในลำคอ เสียงหัว 2-3 ครั้งนั้นเจือความเย้ยหยันไว้อย่างเปิดเผย เขาเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของปลัดหนุ่มมากขึ้น กลิ่นอายจางๆ ของธูปและกำยานที่ติดตัวมาปะทะกับกลิ่นกาแฟคั่วบดในห้อง
"งัดแงะ? หน้าต่างเหล็กดัดบานนั้นขึ้นสนิมเขรอะจนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกับปูน ถ้าใช้แรงคนงัดจนหลุดออกโดยไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมาถึงยามเฝ้าประตูกลางดึก... คนคนนั้นคงมีพละกำลังเท่าช้างสาร หรือไม่ก็..." กรโน้มตัวลงใช้มือสองข้างค้ำโต๊ะทำงาน ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ปลัดก้านจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ "ผ่านการฝึกวิชาสายดำมาอย่างโชกโชน... ท่านปลัดครับ ลองก้มลงมองใต้โต๊ะของตัวเองดูสิครับ ว่ารอยขูดขีดนั่น มันรอยเล็บหรือรอยคานงัด"
ปลัดก้านชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที นัยน์ตาสعบอกแววไหววับ แต่เพียงไม่นานเขาก็ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิม พร้อมกับสวนกลับทันควันด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
"จิตวิทยาขั้นต่ำและการสร้างภาพลวงตาเพื่อเบี่ยงเบนประเด็น... ผมศึกษาพฤติกรรมพวกต้มตุ๋นมาเยอะครับคุณกร คุณกำลังพยายามทำให้ความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ของคุณกลายเป็นเรื่องลี้ลับ เพื่อที่วันหนึ่งถ้าหาศพไม่พบ คุณจะได้โบ้ยความผิดให้วิญญาณเฮี้ยนในไร่พริกของเถ้าแก่เฮง... ผมพูดถูกไหมล่ะครับ?"
"ท่านปลัดเป็นคนฉลาดครับ ฉลาดจนบางครั้งมองข้าม 'ความจริง' ที่อยู่ตรงหน้าไปเสียสนิท" กรผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววจริงจังขึ้นมาวูบหนึ่งจนน่าแปลกใจ "คดีฆาตกรรมในไร่พริกเมื่อสัปดาห์ก่อน ศพนั้นถูกตัดหัวเพื่ออะไร? ถ้าเป็นการฆ่าชิงทรัพย์ ทำไมทองคำแท่งในตัวผู้ตายยังอยู่ครบ? ถ้าเป็นการล้างแค้น ทำไมต้องเอาศีรษะไปด้วยแถมยังทิ้งกลิ่นสาบสุนัขป่าไว้ในที่เกิดเหตุ?"
ปลัดก้านขมวดคิ้วมุ่นโดยไม่รู้ตัว แม้เขาจะพยายามปฏิเสธเรื่องไสยศาสตร์ แต่ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับคดีที่กรพูดถึงนั้น ตรงกับรายงานลับที่ยังไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณชนทุกประการ
"คุณรู้เรื่องกลิ่นสาบสุนัขป่า... มาจากไหน?" ปลัดก้านถามเสียงเข้ม
"เพราะผมไม่ได้เป็นแค่นักต้มตุ๋นอย่างที่ท่านปลัดดูถูกยังไงล่ะครับ" กรหยิบบางสิ่งออกจากกระเป๋าเสื้อ มันคือเศษผ้าสีดำเปื้อนคราบเลือดแห้งกรังที่มีเส้นขนหยาบสีดำติดอยู่ วางกระแทกลงบนกองเอกสารของปลัดหนุ่ม "นี่คือสิ่งที่ผมเก็บได้จากขอบหน้าต่างห้องทำงานที่ท่านบอกว่า 'งัดแงะ' ...และบอกไว้ก่อนเลยนะว่า มันไม่ใช่ขนของสุนัขบ้านธรรมดา"
ปลัดก้านก้มลงมองวัตถุตรงหน้า นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปหยิบเศษผ้าชิ้นนั้นขึ้นมาพินิจด้วยความเงียบงัน บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง ความเชื่อมั่นในวิทยาศาสตร์และกฎหมายของปลัดหนุ่มเริ่มสั่นคลอนเล็กน้อย เมื่อเผชิญหน้ากับหลักฐานทางกายภาพที่ดูเหมือนจะหลุดออกมาจากตำราไสยศาสตร์โบราณ
ทว่า ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไรต่อ เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างร้อนรน ตามด้วยเสียงหอบหายใจแรงของสารวัตรท้องถิ่นที่ผลักประตูเข้ามาโดยไม่รออนุญาต
"ท่านปลัดครับ! เกิดเรื่องแล้วครับ... ที่ไร่พริกเฮี้ยน คนงานไปเจอ... ไปเจอ..." สารวัตรหนุ่มหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด พูดติดๆ ขัดๆ จนฟังแทบไม่ได้ศัพท์
กรและปลัดก้านสบตากันโดยอัตโนมัติ รังสีบางอย่างบอกให้รู้ว่า เหตุการณ์กำลังลุกลามเกินกว่าที่กฎหมายหรือคาถาอาคมเพียงอย่างเดียวจะรับมือไหวเสียแล้ว
"ตั้งสติแล้วพูดให้รู้เรื่องสารวัตร... เกิดอะไรขึ้นที่ไร่พริก?" ปลัดก้านกดเสียงต่ำ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
"ศ... ศศีรษะที่หายไป... มันกลับไปอยู่บนบ่าของศพเดิมแล้วครับ! แถมตอนนี้... มันกำลังลุกขึ้นเดินได้กลางไร่พริกท่ามกลางแสงจันทร์สีเลือด!"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการปะทะคารมเดือดๆ นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
หมอผีตูดหมึกกับไร่พริกเฮี้ยนลั่นทุ่ง•ตอนที่ 2
ปะทะคารมคนหัวแข็ง
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมอผีตูดหมึกกับไร่พริกเฮี้ยนลั่นทุ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!