"คุณคิดว่ากฎหมายอาญามาตราไหนในประเทศไทย ที่บัญญัติไว้ว่าผีไม่มีสิทธิ์ครอบครองปรปักษ์ที่ดินทำกินบ้างครับ ปลัดก้าน"
เสียงกระซิบที่เจือด้วยรอยยิ้มมุมปากดังขึ้นแข่งกับเสียงลมหายใจของตัวเอง กรขยับแว่นสายตาที่ขึ้นฝ้าเล็กน้อยจากไอความชื้นยามวิกาล นิ้วเรียวยาวไม่ได้สั่นเทาอย่างที่คนทั่วไปคาดคิด แม้ว่าภาพเบื้องหน้าจะคือร่างไร้ศีรษะที่เพิ่งต่อเข้ากับกะโหลกชุ่มเลือด และกำลังย่างสามขุมหายเข้าไปในแนวดงพริกจินดาแดงฉานราวกับโลหิตที่ทอดยยาวสุดลูกหูลูกตา
ปลัดก้านไม่ตอบทันที ชายหนุ่มในชุดข้าราชการพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นมัดกล้ามเนื้อตึงแน่น มือข้างหนึ่งกำด้ามปืนพกสั้นในซองหนังอย่างมั่นคง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าเคร่งเครียดกวาดมองไปรอบด้าน ประเมินสถานการณ์ด้วยตรรกะของนักปกครองผู้ผ่านคดีฆาตกรรมอำพรางมามากกว่าตำราเรียน
"ผมไม่ได้เรียนกฎหมายวิญญาณมาหรอกนะ หมอผี" ปลัดก้านเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน สายตาไม่ละไปจากเงาดำทะมึนที่กลืนหายไปกับต้นพริก "แต่ถ้าไอ้สิ่งที่เดินได้เมื่อกี้มันทำให้นักลงทุนต่างชาติถอนทุนสร้างโรงงานแปรรูปพริกมูลค่าสิบล้าน ผมว่ามันเป็นคดีอาญาแผ่นดินที่ยอมความไม่ได้... และเราต้องสาวให้ถึงตัวคนบงการ ไม่ว่ามันจะใช้เล่ห์กลมนต์ดำหรืออำนาจมืดอะไรก็ตาม"
นี่คือความน่าสนใจของปลัดก้าน... ชายผู้มองโลกด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ แต่กลับยอมรับความจริงตรงหน้าอย่างรวดเร็วโดยไม่เสียเวลาปฏิเสธความเชื่อโบราณ ความยืดหยุ่นทางความคิดแบบนี้แหละครับที่ทำให้เราสองคนกลายเป็น "คู่ปรับที่ร่วมมือกันได้อย่างน่ารังเกียจ" ในสายตาชาวบ้าน
กรแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เขาย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วแตะลงบนพื้นดินร่วนปนทรายที่ยังคงหลงเหลือคราบของเหลวสีดำคล้ำ ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นฉุนรุนแรงของยางพริกจนแสบจมูก
"กลิ่นพริกกับกลิ่นสาบสาง..." กรพึมพำกับตัวเอง ดวงตาคมกริบหรี่ลงวิเคราะห์สารเคมีและพลังงานตกค้าง "พริกพวกนี้ไม่ได้ปลูกด้วยปุ๋ยเคมีหรือมูลสัตว์ธรรมดาแน่ครับปลัด ดินตรงนี้มันถูกหล่อเลี้ยงด้วย... 'ความแค้น' ที่ฝังรากลึกมานานเกินกว่าสิบปี"
กรลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือซ้ายควักซองยาเส้นและกระดาษมวนขึ้นมาอย่างใจเย็น แม้สถานการณ์รอบตัวจะวังเวงจนเสียงจิ้งหรีดเงียบกริบราวกับถูกสะกด ทว่าบรรยากาศกลับไม่ได้น่ากลัวจนเกินควบคุม มันคือความกดดันแบบที่นักจิตวิทยาเรียกว่า *Cognitive Dissonance* ความขัดแย้งทางความคิดที่สมองพยายามประมวลผลสิ่งเหนือธรรมชาติให้กลายเป็นความจริงที่จับต้องได้
"คุณกำลังจะบอกว่า... ไร่พริกของกำนันธงชัย ไม่ได้มีไว้เพื่อส่งออกตลาดโมเดิร์นทริดอย่างที่เขาโม้ในที่ประชุมอำเภออย่างนั้นสินะ" ปลัดก้านหันมามองหน้ากร แววตาเต็มไปด้วยคำถามที่ซ่อนคมมีด
"ส่งออกน่ะส่งออกจริงครับ แต่ส่งออกอะไรไปให้ใครกิน... อันนั้นอีกเรื่องหนึ่ง" กรจุดไฟแช็ก เปลวไฟสีส้มวابไหวสะท้อนนัยน์ตาสีเข้ม "จำคดีคนงานหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อสามปีก่อนได้ไหมครับ? ตำรวจบอกว่าหนีตามชู้ ตำรวจอีกชุดบอกว่ากลับภาคอีสาน แต่ผมว่า... พวกเขาน่าจะกลายเป็น 'ปุ๋ยชั้นดี' ให้พริกพันธุ์พิเศษแปลงนี้ไปนานแล้ว"
ประโยคสั้นๆ นั้นทำให้บรรยากาศรอบตัวหนาทึบขึ้นทันตาเห็น ลมพัดโชยเอื่อยหอบเอาละอองพริกสีแดงเข้มลอยมาปะทะผิวหน้า จนกรต้องหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดจมูก ปลัดก้านเองก็ขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นโดยไม่รู้ตัว ระยะห่างระหว่างเราลดลงเหลือเพียงก้าวเดียว เป็นสัญชาตญาณของการปกป้องและระแวดระวังภัยร่วมกัน
"ถ้าอย่างนั้น... เราต้องตามรอยมันไป" ปลัดก้านตัดสินใจเด็ดขาด ปลดเซฟปืนพกในมือ "ก่อนที่พยานหลักฐานชิ้นสำคัญจะถูกเผาทำลายหรือหายไปกับความมืด"
"ใจเย็นก่อนครับท่านปลัด" กรเอื้อมมือไปแตะแขนเสื้อข้าราชการเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม "การเดินดุ่มๆ เข้าไปในดงพริกยามวิกาล โดยไม่รู้ว่าเขตอาคมตรงไหนถูกผูกไว้... มันไม่ใช่ความกล้าหาญหรอกครับ แต่มันคือการเดินเข้าไปเป็นอาหารเสริมให้ผีไร่พริกต่างหาก"
กรหยิบขวดแก้วใบเล็กบรรจุน้ำมนต์ผสมน้ำค้างกลางหอระฆังขึ้นมาจากย่าม ถอดจุกไม้ออกแล้วพรมไปบนอากาศรอบตัวสามครั้ง กลิ่นกำยานและดอกไม้มงคลจางๆ ช่วยขับไล่กลิ่นสาบสางที่ลอยวนเวียนให้เบาบางลงไปได้ถนัดตา
"ตามผมมา... แต่อย่าเหยียบออกนอกเส้นทางที่ผมโรยเกลือเด็ดขาด" กรสั่งเสียงเรียบ ท่าทีขี้เล่นเมื่อครู่หายวับไปกับตา กลายเป็นหมอผีหนุ่มผู้จริงจังและเปี่ยมด้วยรัศมีน่าเกรงขามที่ปลัดก้านเองก็ต้องยอมรับในใจ
เราสองคนก้าวเดินลัดเลาะไปตามร่องดินปลูกพริก แสงจันทร์สีเลือดสาดส่องลงมาทาบทับกิ่งก้านพริกที่บิดเบี้ยวคล้ายรูปร่างของมนุษย์กำลังบิดเร้าด้วยความเจ็บปวด เงาสลัวทอดยาวน่าสะพรึงกลัว ทว่าสิ่งที่ทำให้กรต้องหยุดชะงักกะทันหัน จนปลัดก้านเกือบเดินชนแผ่นหลัง ไม่ใช่เสียงคำรามหรือเงาประหลาด หากแต่เป็น "สิ่งของชิ้นหนึ่ง" ที่ตกอยู่บนโคนต้นพริกต้นใหญ่ใจกลางไร่
มันคือป้ายชื่อพนักงานรักษาความปลอดภัยขององค์การบริหารส่วนตำบล... พร้อมกับรอยเลือดสดๆ ที่ยังไม่แห้งสนิท และบัตรประจำตัวประชาชนของคนที่ควรจะลาออกกลับต่างจังหวัดไปตั้งแต่ปีมะነار!
กรหยิ่งกิ่งไม้เขี่ยบัตรใบนั้นขึ้นมาดูอย่างระมัดระวัง ดวงตาหรี่ลงเมื่อเห็นรอยขูดขีดด้านหลังบัตร เป็นสัญลักษณ์คาถาอาคมโบราณที่คุ้นตาอย่างประหลาด อาคมสายดำที่ใช้ "สะกดวิญญาณคนเป็นให้เฝ้าไร่"
"นี่มัน..." ปลัดก้านก้มลงมองด้วยใบหน้าถอดสี ข้าราชการหนุ่มผู้ไม่เคยเชื่อเรื่องงดงายเริ่มรู้สึกว่าแผ่นดินใต้เท้ากำลังสั่นคลอนอย่างแท้จริง "นี่มันบัตรของไอ้เชิด รปภ. หน้าศาลากลางนี่! มันหายตัวไปตั้งแต่สัปดาห์ก่อน..."
กรเงยหน้าขึ้นจากพื้น ชandสบตากับปลัดก้านนิ่งสนิท ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของบางสิ่งกำลังย่างสามขุมเข้ามาใกล้จากด้านหลัง... พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่จำแนกไม่ออกว่าเป็นเสียงคนหรือเสียงสัตว์เดรัจฉาน
*"พวก... มึง... มา... ทำ... อะไร... ใน... แปลง... ของ... กู..."*
ก่อนที่สติของทั้งคู่จะทันได้ประมวลผล แสงไฟฉายสว่างวาบจากโทรศัพท์มือถือที่ตกอยู่ใกล้พุ่มไม้ ก็ส่องกระทบเข้ากับใบหน้าของร่างที่ยืนขวางทางอยู่เบื้องหน้า... ใบหน้าเน่าเฟะที่เต็มไปด้วยเม็ดพริกสีแดงสดฝังอยู่ตามผิวหนังแทนดวงตาและรอยแผล!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดนี้ด้วยกันนะครับ
หมอผีตูดหมึกกับไร่พริกเฮี้ยนลั่นทุ่ง•ตอนที่ 3
กลิ่นพริกกับกลิ่นสาบสาง
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมอผีตูดหมึกกับไร่พริกเฮี้ยนลั่นทุ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!