หมอผีตูดหมึกกับไร่พริกเฮี้ยนลั่นทุ่ง•ตอนที่ 1

หมอผีซ่าท้าลมร้อน

ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
"ถ้ามึงจะเอาแค่คาถาอาคมงิ้วๆ พ่นน้ำลายใส่แปลงพริกแล้วหวังให้ผีมันกราบตีนเดินออกจากไร่... มึงไสหัวกลับกรุงเทพฯ ไปซะไอ้หนู ที่นี่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ไม่ใช่สวนสนุกดิสนีย์แลนด์" เสียงแหบห้าวของลุงผู้ใหญ่บ้านกระแทกกระทั้นผ่านควันบุหรี่กลิ่นยาเส้นฉุนจัด มันลอยอวลอยู่กลางห้องประชุมคับแคบขององค์การบริหารส่วนตำบลที่อบอ้าวเสียจนเสื้อเชิ้ตสีขาวของใครหลายคนชุ่มไปด้วยเหงื่อ ไอความร้อนระอุของเดือนเมษายนแผดเผาเข้ามาทางหน้าต่างบานเกล็ด ทว่าบรรยากาศภายในกลับเย็นเยียบด้วยสายตาของชาวบ้านนับสิบชีวิตที่จ้องมองมายังเด็กหนุ่มแปลกหน้า ราวกับเขากำลังยืนอยู่กลางลานประหาร กร ปรับท่านั่งไขว่ห้างบนเก้าอี้พลาสติกสีน้ำเงินราคาถูกอย่างไม่ยี่หาระหว่างที่เสียงบ่นกระปอดกระแปดดังระงมรอบตัว นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะไม้สักเก่าๆ เป็นจังหวะเพลงร็อคยุค 80 เบาๆ บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือราคาแพงที่เปิดหน้าจอทิ้งไว้เพื่อเช็คอัตราแลกเปลี่ยนคริปโตฯ ในพอร์ตส่วนตัว ใบหน้าคมคายสวมแว่นกันแดดทรงวินเทจซ่อนประกตาคมกริบ ชุดที่เขาใส่คือเสื้อฮาวายลายดอกไม้ฉูดฉาดตัดกับกางเกงสแล็คเข้ารูปและรองเท้าผ้าใบแบรนด์เนมเปื้อนฝุ่นดินแดง—ภาพลักษณ์ที่ดูหมิ่นเหยียดหยามความศรัทธาของคนท้องถิ่นอย่างสิ้นเชิงในสายตาของพวกแก "ลุงครับ..." กรเอ่ยขึ้น น้ำเสียงนุ่มทุ้มราบเรียบแต่กลับทรงพลังพอดึงดูดให้เสียงรอบข้างเงียบกริบลงทันที เขายอมถอดแว่นกันแดดออก เผยให้เห็นดวงตาคู่คมที่ผ่านการมองซากศพและวิญญาณอาฆาตมามากกว่าอายุจริงเกือบเท่าตัว "ผมไม่ได้นั่งรถทัวร์สิบกว่าชั่วโมงเพื่อมาเล่นปาินหินใส่แปลงพริกแก้วหน้าม้าของลุงหรอกนะครับ ไร่พริกจินดาแดงสามร้อยไร่ของลุงเนี่ย ผลผลิตปีนี้ร่วงหล่นเน่าคาต้นไปครึ่งหนึ่งแล้วไม่ใช่เหรอครับแถมคนงานพม่าสามคนที่หนีเตลิดเข้าป่าไปเมื่อคืนก่อน... สภาพศพของพวกเขากระดูกหักละเอียดจากด้านในโดยที่เนื้อหนังไม่มีรอยขีดข่วน... แบบนี้ชาวบ้านเขาเรียกว่า 'ผีปอบกู่' หรือ 'ผีโพงหัวขาด' ดีล่ะครับลุง?" ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ ลุงผู้ใหญ่บ้านหน้าซีดเผือดลงถนัดตา ขี้บุหรี่ที่คีบอยู่ร่วงหล่นลงบนกางเกงโดยเจ้าตัวไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องงมงายของชาวบ้านไร่ปลายแถว กรวิเคราะห์ในใจอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายความอาฆาตที่เขาจับสัมผัสได้ตั้งแต่รถแล่นเข้าเขตอำเภอ มันไม่ใช่พลังงานตกค้างจากวิญญาณเร่ร่อนทั่วไป แต่มีความซับซ้อนและเจตนาพยาบาทที่ถูก ‘ควบคุม’ ด้วยอาคมบางอย่างที่ทรงพลังและอันตรายยิ่งกว่ามนุษย์ปุถุชนทั่วไป "แล้วคุณจะเอายังไงต่อล่ะครับ ท่านปรมาจารย์หมอผีวัยรุ่น?" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นจากมุมมืดบริเวณประตูทางเข้า ร่างสูงโปร่งในชุดกากีรีดเรียบกริบก้าวเข้ามาในห้อง แสงแดดสะท้อนอินทรธนูบนบ่าบ่งบอกถึงตำแหน่ง ‘ปลัดอำเภอ’ ผู้มีอำนาจสูงสุดในการตัดสินใจคดีความในพื้นที่นี้ ปลัดก้านกวาดสายตาคมปลาบมองกรตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาสมเพชแกมดูแคลนอย่างไม่ปิดบัง มุมปากหยักลึกยกยิ้มเยาะหยัน "อำเภอของเรามีกฎหมาย มีเจ้าหน้าที่บ้านเมืองคอยดูแลความสงบเรียบร้อย ไม่ใช่สนามเด็กเล่นให้พวกสิบแปดมงกุฎแต่งตัวแฟชั่นจัดจ้านมาหลอกต้มตุ๋นเอาเงินค่าครูจากชาวบ้านตาดำๆ ที่กำลังเดือดร้อนหรอกนะ" กรหันไปสบตาคู่สนทนาอย่างไม่เกรงกลัว รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหมอผีหนุ่ม เป็นรอยยิ้มที่ผสมผสานระหว่างความกวนโอ๊ยและความฉลาดเฉียบคมอย่างลงตัว "ท่านปลัดก้านสินะครับ... ผมได้ยินชื่อเสียงเกียรติคุณเรื่องความหัวโบราณแต่เคร่งครัดกฎหมายของคุณมาเยอะเหมือนกัน" กรลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินเข้าไปประชิดตัวปลัดหนุ่มระยะประชิด กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกลิ่นอายดินปืนจางๆ ลอยแตะจมูก "คุณเชื่อในสิ่งที่พิสูจน์ได้ด้วยหลักวิทยาศาสตร์... งั้นผมถามหน่อยสิครับว่า ผลการชันสูตรศพของคนงานพม่าเมื่อคืนนี้ หมอโรงพยาบาลอำเภอเขียนรายงานไว้ว่ายังไงเหรอครับ? หัวใจวายเฉียบพลัน? หรือว่า... 'ถูกบีบอัดด้วยแรงดันมหาศาลจากภายใน' กันแน่?" ปลัดก้านชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบวูบไหวชั่วเสี้ยววินาที—รายละเอียดเชิงลึกในสำนวนคดีลับที่ยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ เหตุใดเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันคนนี้ถึงรู้? ก่อนที่บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองจะตึงเครียดไปมากกว่านี้ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของปลัดก้านก็แผדเสียงแหลมสูงดังขึ้น เจ้าตัวขมวดคิ้วมุ่น ยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู ฟังรายงานสั้นๆ เพียงไม่กี่วินาที ทว่าใบหน้าที่เคยสุขุมเยือกเย็นกลับถอดสีซีดเผือกจนแทบไร้เลือดฝาด "เกิดอะไรขึ้นครับท่านปลัด?" ผู้ใหญ่บ้านละล่ำละลักถามด้วยความตกใจ ปลัดก้านลดโทรศัพท์ลงช้าๆ นัยน์ตาสั่นระริกราวกับเพิ่งเห็นภูตผีปีศาจกลางแสงแดดจ้า เขากลืนน้ำลายลงคออ้อยอิ่ง ก่อนจะหันมามองหน้ากรด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "เพิ่งได้รับรายงานด่วนจากหน่วยลาดตระเวน..." ปลัดหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ประโยคถัดมาทำเอาทุกคนในห้องถึงกับหยุดหายใจ "ศพของคนงานพม่าคนที่สี่...คนที่หายตัวไปเมื่อคืน... เพิ่งถูกพบเมื่อกี้นี้เองครับ..." กรเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาคมกริบเปล่งประกายความท้าทาย "อยู่ที่ไหนล่ะครับ?" หมอผีหนุ่มเอ่ยถามเสียงเรียบ "อยู่ในห้องทำงานของผมเองครับ... บนโต๊ะทำงาน ล็อกประตูไว้อย่างแน่นหนาจากด้านใน... และที่สำคัญที่สุดคือ ศพนั้นไม่มีศีรษะครับ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเปิดฉากความสยองขวัญครั้งนี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมอผีตูดหมึกกับไร่พริกเฮี้ยนลั่นทุ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%