"โครงสร้างตรงจุดนี้... รับน้ำหนักไม่ได้ตามมาตรฐานที่ผมจ่ายเงินจ้างคุณมาออกแบบครับ, คุณมทุรา"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจที่เจือความเยียบเย็นดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงัดของห้องประชุมใหญ่บนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้า ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มสั่งตัดพิเศษของคณินโน้มตัวลงเล็กน้อย ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนแผ่นพิมพ์เขียวผืนใหญ่ที่กางอยู่บนโต๊ะกระจกนิรภัย แรงกระแทกนั้นเบาหวิว ทว่าหนักหน่วงดุจค้อนเหล็กที่ตอกลงบนหัวใจของคนเป็นสถาปัตยกรรม
มทุราสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังตีตื้นขึ้นมาในอก ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองอัลฟ่าหนุ่มผู้กุมชะตากรรมของโปรเจกต์นี้อย่างไม่เกรงกลัว เธอยืดตัวขึ้นเต็มความสูง เชิดคางขึ้นเล็กน้อยเพื่อรักษาศักดิ์ศรีที่ถูกเขาย่ำยีซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"ฉันตรวจสอบการคำนวณความเค้นและแรงดัดของโครงสร้างนี้มาอย่างละเอียดแล้วครับ... อ่า, ขอโทษที ฉันหมายถึง *ดิฉัน* ตรวจสอบมันมาอย่างดีแล้วค่ะ" มทุราสะดุดกับสรรพนามเล็กน้อยเมื่อเผลอใช้คำพูดที่ดูเป็นกันเองเกินไปในสถานการณ์ตึงเครียดเช่นนี้ "เสาหลักรับน้ำหนักตรงปีกตะวันออกถูกออกแบบให้มี Safety Factor สูงกว่ามาตรฐานวิศวกรรมทั่วไปถึงสิบเปอร์เซ็นต์ มันไม่มีทางพังลงมาอย่างที่คุณกล่าวหาแน่นอนค่ะ คณิน"
คณินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและแหบพร่า ชวนให้รู้สึกหนสันหลังวาบ นัยน์ตาคมกริบสีสนิมดุจสัตว์นักล่ากวาดตามองร่างบางที่ยืนสั่นน้อยๆ ด้วยความโกรธ เขายืนขึ้นเต็มความสูง ร่างกายที่หนาแน่นไปด้วยมัดกล้ามภายใต้เสื้อผ้าแบรนด์ดังคุกคามพื้นที่ส่วนตัวของเธอโดยอัตโนมัติ กลิ่นอายฟีโรโมนของอัลฟ่าหนุ่มที่แผ่ออกมาโดยไม่ตั้งใจ (หรืออาจจะตั้งใจ) เริ่มกดทับบรรยากาศในห้องให้ร้อนระอุขึ้นทีละน้อย
"คุณกำลังบอกว่า... สัญชาตญาณทางธุรกิจและความปลอดภัยของบริษัทผมมันไร้ค่ากว่ากระดาษแผ่นเดียวที่คุณนั่งเทียนเขียนขึ้นมาในห้องแอร์อย่างนั้นสินะครับ?"
คณินก้าวเท้าเข้าหาช้าๆ ทว่ามั่นคง ทุกย่างก้าวบีบคั้นให้มทุราต้องถอยหลังทีละก้าว จนกระทั่งแผ่นหลังเรียวบางชนเข้ากับผนังกระจกใสเย็นเฉียบ ภาพทิวทัศน์ของเมืองกรุงเบื้องล่างกลายเป็นเพียงฉากหลังเบลอๆ เมื่อเทียบกับเงาร่างสูงใหญ่ที่โน้มตัวลงกักขังเธอไว้ในวงแขน
"ฉันไม่ได้นั่งเทียนเขียน..." มทุราพยายามเปล่งเสียงให้หนักแน่น แม้ลมหายใจจะเริ่มติดขัดเมื่อกลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และไม้สนซีดาร์ของผู้ชายตรงหน้าล้อมรอบตัวเธอไว้จนแทบสิ้นเรี่ยวแรง "มันคือหลักการทางวิศวกรรมที่ยอมรับกันทั่วโลก ถ้าคุณไม่เข้าใจเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ก็กรุณาไปปรึกษาวิศวกรของคุณซะ อย่ามาใช้อำนาจเผด็จการสั่งให้ฉันรื้อแก้แบบทั้งที่มันสมบูรณ์แบบอยู่แล้ว!"
คณินชะงักไปนิด มุมปากหยักลึกยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะที่ร้ายกาจที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็น ปลายนิ้วหยาบกร้านเอื้อมออกไปแตะเบาๆ ที่ปอยผมสลวยที่เคลียอยู่ข้างแก้มเนียน กิริยาที่ดูราวกับจะทะนุถนอมนั้นแฝงไว้ด้วยการคุกคามอย่างสมบูรณ์แบบจนมทุราต้องเกร็งตัวแข็งทื่อ
"ปากเก่งดีนี่ครับ..." เสียงกระซิบแหบพร่าดังอยู่ชิดริมใบหู จนความร้อนจากลมหายใจของเขาทำเอาผิวเนื้อของเธอซ่านสยิว "แต่คนปากเก่งส่วนใหญ่... มักจะลงเอยด้วยการร้องขอความเมตตาจากผมแทบทุกราย"
"ถอยไปนะ คณิน!" เธอยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาเอาไว้ แต่มันให้ความรู้สึกไม่ต่างจากการผลักกำแพงหิน กล้ามเนื้อแน่นตึงใต้ร่มผ้าไอร้อนแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าออกมาจนมือเธอนั้นร้อนผ่าว มทุราเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความคับแค้นใจ เมื่อรู้ตัวว่าเธอกำลังพ่ายแพ้ให้กับแรงดึงดูดทางกายภาพที่เธอเกลียดชังที่สุด
"ถ้าคุณยืนยันว่าแบบของคุณมัน 'สมบูรณ์แบบ' นัก..." คณินจงใจเน้นเสียงในคำสุดท้าย นัยน์ตาคมกริบกวาดมองลงมาที่ริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันด้วยความโกรธ "งั้นเรามาพิสูจน์กันหน่อยไหมล่ะครับ ว่าความมั่นใจของคุณมันจะทนทานสักแค่ไหน เมื่อเจอแรงกดดันในรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่กระดาษพิมพ์เขียว"
"คุณหมายความว่ายังไง..."
คำถามของเธอกลืนหายไปในลำคอ เมื่อร่างสูงทาบทับลงมาปิดกั้นช่องว่างทั้งหมดอย่างไร้ความปรานี ริมฝีปากร้อนจัดทาบลงบนกลีบปากนุ่มของเธออย่างไร้การทักท้วง มทุราเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ แรงปะทะจากสัมผัสที่จาบจ้วงและเร่าร้อนทำให้สติที่พยายามประคับประคองมาตลอดพังทลายลงในพริบตา
กลิ่นอายความเป็นอัลฟ่าที่รunแรงโอบล้อมสติสัมปชัญญะของเธอไว้จนเคลิบเคลิ้ม มือหนาของคณินเลื่อนลงมาโอบรั้งเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวอย่างแนบแน่น จนร่างของทั้งสองแนบชิดกันอย่างไร้รอยต่อ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วท้องน้อยจนเธอเผลอส่งเสียงครางประท้วงในลำคอ
ริมฝีปากที่ถูกครอบครองเริ่มตอบสนองโดยสัญชาตญาณ ความโกรธเกรี้ยวแปรเปลี่ยนเป็นเพลิงปรารถนาที่แผดเผาอย่างรวดเร็ว มทุราพยายามทุบไหล่เขาเบาๆ เป็นเชิงประท้วง แต่เรียวแรงทั้งหมดกลับละลายหายไปกับรสจูบอันเอาแต่ใจและเปี่ยมด้วยชั้นเชิงของชายหนุ่ม เขาขบเม้มริมฝีปากเธอย้ำๆ บังคับให้เธอน้อมรับสัมผัสวาบหวามนี้ด้วยความเต็มใจและจำนน
รอยร้าวบนพิมพ์เขียวไม่ใช่ปัญหาเดียวที่กำลังจะพังทลายลงในคืนนี้... แต่ทว่า ศักดิ์ศรีที่เธอเคยยึดมั่นถือมั่นมาตลอดชีวิต กำลังจะถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี ภายใต้เงื้อมมือของซาตานในร่างนักบริหารหนุ่มผู้นี้
คณินถอนริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย ปล่อยให้มทุราหอบหายใจโกกอากาศเข้าปอดด้วยใบหน้าที่แดงก่ำและแววตาสั่นระริก เธอกัดริมฝีปากตัวเองที่บวมเจ่อด้วยความเจ็บใจที่ทรยศร่างกายตัวเอง
"ไงครับ..." เขากระซิบชิดริมฝีปากเธอ เสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นด้วยแรงอารมณ์ที่ยังค้างคา "คุณยังจะยืนกรานปฏิเสธคำสั่งของผมอยู่ไหม... หรือจะเปลี่ยนเป็นเซ็นชื่อลงในเอกสารแก้แบบตอนนี้ดีล่ะครับ?"
มทุรามองหน้าเขาอย่างเคียดแค้น แม้ร่างกายจะอ่อนระโหยโรยแรงจนแทบยืนไม่ไหว แต่ดวงตากลับยังคงมีความพยศหลงเหลืออยู่ เธอเงยหน้าขึ้นเตรียมจะเอաբคำพูดเจ็บแสบใส่หน้าเขา
ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากของเธอจะได้ขยับเอื้อนเอ่ย เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่บานประตูห้องประชุมจะถูกผลักเปิดออกโดยเลขาคนสนิทของคณิน พร้อมกับร่างของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
"ท่านประธานครับ... เกิดเรื่องใหญ่ที่ไซต์งานก่อสร้างแล้วครับ เสาเข็มโซน C ทรุดตัวลงมาอย่างกะทันหัน!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดาร์กๆ ไปกับกลเกมอำนาจและเพลิงปรารถนานี้ด้วยกันนะครับ
อัลฟ่าเลือดเย็นกับสถาปนิกสาวผู้ไม่ยอมก้มหัว•ตอนที่ 2
รอยร้าวในพิมพ์เขียว
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลฟ่าเลือดเย็นกับสถาปนิกสาวผู้ไม่ยอมก้มหัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
