กลิ่นหอมเย็นของกาแฟดำราคาแพงระยับไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องประชุมใหญ่ของ *K-Group* ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของสงครามประสาทที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อเมื่อออกซิเจนในห้องเริ่มเจือจางลงจากความตึงเครียด
แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทถูกผลักมาหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้า มัททรา เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง นัยน์ตาสีรัตติกาลของเธอไม่ได้ก้มลงมองตัวเลขงบประมาณนับร้อยล้านที่ปรากฏบนกระดาษแผ่นนั้น แต่กลับจ้องมองทะลุผ่านความว่างเปล่า ไปยังร่างสูงสง่าที่นั่งไขว่ห้างอยู่ ณ หัวโต๊ะฝั่งตรงข้าม
คณิน... อัลฟ่าหนุ่มผู้กุมบังเหียนอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ เขานั่งพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับเสือดาวที่กำลังนอนมองเหยื่อดิ้นรนในกรงขัง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายไร้ซึ่งรอยยิ้ม แววตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องเธอราวกับจะแผดเผาให้มอดไหม้ไปทีละนิ้ว
"โมเดลตึกระฟ้าสไตล์พังค์-บาร็อกของคุณมันล้าสมัยเกินกว่าจะเอามาลงทุนในโปรเจกต์มิลเลนเนียลนี้ครับ คุณมัททรา" เสียงทุ้มต่ำน่าฟังเอ่ยขึ้นเรียบๆ ทว่าบาดลึกถึงกระดูกดำ "ผมคิดว่าสถาปนิกแถวหน้าของเมืองไทย น่าจะเข้าใจคำว่า *'ความคุ้มค่าทางธุรกิจ'* มากกว่าการสนองนี้ดศิลปะราคาถูกของตัวเองนะ"
คำพูดนั้นไม่ได้แค่เหยียบย่ำผลงาน แต่มันคือการประกาศสงครามศักดิ์ศรีที่ชัดเจนที่สุด
มัททราสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังแผดเผาในอก มือเรียวภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวเข้ารูปกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาวาวโรจน์ด้วยความทิฐิที่ไม่มีวันก้มหัวให้ใคร
"ถ้าคุณคณินใช้สมองมองให้ลึกกว่าผลกำไรในกระดาษเศษสวะพวกนั้น คุณจะเห็นว่าดีไซน์ของฉันไม่ได้ขายแค่ตึก แต่เราขาย *'จิตวิญญาณ'* ของเมืองที่กำลังจะตาย" เสียงหวานกังวานตอกกลับอย่างไม่เกรงกลัว "แต่น่าเสียดาย... คนที่มองโลกเป็นแค่ตัวเลขอย่างคุณ คงไม่มีพื้นที่ในหัวใจพอจะเข้าใจคำว่าศิลปะหรอกค่ะ เอ๊ย... ครับ" เธอเผลอสะดุดคำพูดเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับรอยยิ้มมุมปากที่เหยียดหยันขึ้นของเขา
คณินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจคุกคามจนบอร์ดบริหารคนอื่นๆ ในห้องถึงกับกลืนน้ำลายไม่ลงคอ ชายหนุ่มโน้มตัวไปข้างหน้า ข้อศอกทั้งสองข้างท้าวลงบนโต๊ะประชุม ดวงตาสีเข้มหรี่ลงเล็กน้อยราวกับสัตว์นักล่าที่กำลังสนุกกับการต้อนเหยื่อให้จนมุม
"ศิลปะที่กินไม่ได้ ก็เป็นได้แค่ขยะเปียกครับคุณมัททรา" คณินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้เธอทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคง แรงกดดันจากฟีโรโมนกลิ่นสนซีดาร์ผสมความเยียบเย็นแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบตัวแทบจะหลอมละลาย "และจำเอาไว้... ในอาณาจักรของผม ไม่มีที่ยืนให้คนอวดดีที่เอาแต่เถียงฉอดๆ โดยไม่มีปัญญาทำตามเป้าหมาย"
มัททราลุกขึ้นยืนเผชิญหน้าเขาเช่นกัน แม้ส่วนสูงของเธอจะด้อยกว่า แต่นัยน์ตาคู่สวยไม่มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย เธอก้าวเข้าไปประชิดเขาโดยไม่ถอยหลังหนีแม้แต่เซนติเมตรเดียว ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดอยู่เหนือกลุ่มผม
"ถ้าคิดว่าฉันไม่มีปัญญา... ทำไมคุณถึงต้องเรียกฉันเข้ามาประชุมเป็นการส่วนตัวแบบนี้ล่ะคะ... อ้อ ขอโทษทีครับ... ทำไมคุณถึงต้องเรียกผม... เอ๊ย ดิฉัน... เข้ามาประชุมล่ะคะ... ครับ!" มัททราเกือบจะสบถออกมาด้วยความหงุดหงิดที่โดนความกดดันของเขาเล่นงานจนสติหลุดไปชั่วขณะ
คณินหัวเราะในลำคอต่ำๆ กับความรั้นที่น่าเอ็นดูและน่าแกล้งให้แหลกคราบในเวลาเดียวกัน มือหนายื่นออกไปอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่เธอจะทันตั้งตัว นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้แน่นด้วยแรงบีบที่เด็ดขาด ไร้ซึ่งความปรานี ราวกับคีมเหล็กที่ไร้หัวใจ
"อ๊ะ! ปล่อยนะ..." มัททราอุทานเบาๆ พยายามบิดข้อมือหนี แต่ยิ่งดิ้นเท่าไหร่ แรงตึงรั้งก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น
คณินไม่เพียงแต่ไม่ปล่อย แต่เขากลับออกแรงดึงรั้งร่างบางให้เข้ามาประชิดตัวจนอกอิ่มแนบชิดกับแผงอกแกร่ง กลิ่นกายหอมกรุ่นเฉพาะตัวของผู้หญิงหัวรั้นคนนี้ตีรวนเข้าจมูกจนสัญชาตญาณดิบในตัวอัลฟ่าเริ่มตื่นตัว ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ข้างแก้มเนียน
"ปากดีแบบนี้... น่าจับมาดัดนิสัยให้เข็ดหลาบนัก" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมใบหู ส่งผลให้ขนลุกชันไปทั่วร่าง "คืนนี้... สี่ทุ่มตรง ที่เพนท์เฮาส์ของผม หวังว่าจะจำทางมาเองได้นะ... สถาปนิกคนเก่ง"
ยังไม่ทันที่มัททราจะได้อ้าปากปฏิเสธ ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของเลขานุการส่วนตัวที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยสีหน้าซีดเผือด
"ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องใหญ่ที่ไซต์งานก่อสร้างโซน A แล้วครับ... โครงสร้างหลักกำลังจะพังทลายลงมา!"
คณินชะงัก สายตาคมกริบละออกจากใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธของมัททราทันที เขายอมปล่อยข้อมือเธอให้เป็นอิสระอย่างไม่เต็มใจนัก ก่อนจะหันไปตวัดสายตาดุดันใส่ลูกน้อง
"พาคนไปหมด ห้ามให้ใครได้รับบาดเจ็บเด็ดขาด!" คณินสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดราวกับประกาศิต ก่อนจะหันกลับมามองมัททราที่กำลังยืนหอบหายใจด้วยความเคืองแค้น "ส่วนเธอ... เกมของเรายังไม่จบแค่นี้หรอกนะ มัททรา"
พูดจบ ร่างสูงก็หมุนตัวเดินสาวเท้าก้าวออกจากห้องประชุมไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้หญิงสาวสาปแช่งตามหลังด้วยความเจ็บใจ
มัททราทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโกรธ ทั้งเกลียด และ... หัวใจที่เต้นรำอย่างบ้าคลั่งในอก เธอปาดหยาดเหงื่อที่ซึมตามไรผมออกลวกๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อเตรียมตัวเดินทางไปยังไซต์งานตามข่าวร้ายที่เพิ่งได้รับ
ทว่า... หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะกลับสว่างวาบขึ้นมาเอง พร้อมกับข้อความปริศนาจากเบอร์แปลกที่ไม่มีชื่อบันทึกไว้ แต่มันกลับส่งตรงเข้ามาหาเธอในวินาทีนี้
*[ข้อความจาก: K]*
*"อย่าคิดหนีไปไหน... เพราะต่อให้เธอลงไปหลบอยู่ใต้ดินเจ็ดชั้น ฉันก็จะขุดตัวเธอขึ้นมาลงทัณฑ์ด้วยตัวเอง... คืนนี้ เจอกัน."*
มัททราเบิกตากว้างเมื่ออ่านข้อความนั้นจบ หัวใจกระตุกวูบลงไปถึงตาตุ่มเมื่อตระหนักได้ว่า... เกมนี้เธอกำลังก้าวเข้าไปติดกับดักของซาตานร้ายเข้าอย่างจัง และไม่มีทางหนีรอดไปได้อีกแล้ว
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดาร์กๆ ไปกับกลเกมอำนาจและเพลิงปรารถนานี้ด้วยกันนะครับ
อัลฟ่าเลือดเย็นกับสถาปนิกสาวผู้ไม่ยอมก้มหัว•ตอนที่ 1
ศัตรูบนโต๊ะประชุม
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลฟ่าเลือดเย็นกับสถาปนิกสาวผู้ไม่ยอมก้มหัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
