“นาย... นายไปทำอะไรมา! รินทร์! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!”
เสียงแผดร้องของอัครพลดังลั่นโถงทางเดินชั้นหรูของโรงแรมใจกลางเมือง มือที่ถือสมาร์ทโฟนราคาแพงสั่นเทาจนแทบหลุดจากมือ ใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและรอยยิ้มเยาะเย้ยบัดนี้กลับซีดเผือดราวกับคนเห็นผี ดวงตาของเขากวาดมองหน้าจอโทรศัพท์สลับกับใบหน้าเรียบเฉยของรินทร์ที่ยืนกอดอกนิ่งราวกับรูปปั้นน้ำแข็ง
รินทร์ไม่ได้ตอบโต้ เขามองดู ‘ไอคอนสีทองอร่าม’ ที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองอย่างประหลาดใจ มันเป็นแอปพลิเคชันที่ไม่มีชื่อเรียก ไม่มีรหัสผ่าน และไม่มีที่มาที่ไป แต่มันกำลังแสดงตัวเลขยอดเงินในบัญชีที่พุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
*ติ๊ง!*
[ตรวจพบการดูถูกเหยียดหยามระดับ ‘ต่ำต้อย’: อัครพลได้กล่าวว่าคุณเป็น ‘ไอ้กระจอกที่ไม่มีปัญญาแม้แต่จะผ่อนกางเกงใน’ ยอดเงินรางวัล: 50,000 บาท โอนเข้าบัญชีเรียบร้อย]
รินทร์ยกยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความดีใจ แต่เป็นยิ้มที่เย็นเยียบจนคนมองรู้สึกเสียวสันหลังวาบ เขาหันไปมองอัครพลที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น
“เงินห้าหมื่นบาทแลกกับคำด่าหนึ่งประโยค... อัครพล นายว่ามันคุ้มไหม?” รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงด้วยกระแสอำนาจที่ทำให้มินตราที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
มินตราขยับเข้ามาใกล้รินทร์ มือของเธอคว้าแขนเขาไว้เบาๆ สายตาที่ส่งมาเต็มไปด้วยความกังวลและสับสน “รินทร์... นี่มันเรื่องอะไรกันคะ? อย่าบอกนะว่าคุณไปทำเรื่องผิดกฎหมายมา...”
รินทร์หันมาสบตามินตรา แววตาของเขาอ่อนลงเพียงเสี้ยววินาที “เปล่าเลยมินตรา... แค่ตอนนี้โลกกำลังหมุนกลับมาเข้าข้างคนอย่างเราบ้างแล้ว”
อัครพลที่ได้สติพยายามรวบรวมความกล้า “แก... แกไปแฮ็กระบบธนาคารมาใช่ไหม! ไอ้สารเลว! แกคิดว่าเงินแค่นี้จะทำให้แกกลับมาเป็นคุณชายผู้สูงส่งได้งั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ! คนอย่างแกน่ะ ต่อให้มีเงินล้านก็ยังเป็นแค่สุนัขข้างถนนที่โชคดีเท่านั้นแหละ!”
*ติ๊ง!*
[ตรวจพบการดูถูกเหยียดหยามระดับ ‘รุนแรง’: อัครพลได้กล่าวว่าคุณเป็น ‘สุนัขข้างถนน’ ยอดเงินรางวัล: 500,000 บาท โอนเข้าบัญชีเรียบร้อย]
ตัวเลขในหน้าจอแอปฯ ปริศนาขยับขึ้นอย่างรวดเร็ว รินทร์หัวเราะหึในลำคอ เขาหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเปิดแอปฯ ธนาคารให้เห็นตัวเลขยอดเงินคงเหลือที่เป็นตัวเลขแปดหลัก อัครพลที่ชะโงกหน้ามาดูถึงกับเข่าทรุดลงกับพื้นทันที
“แก... แกทำได้ยังไง...” อัครพลพึมพำ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความอิจฉาริษยาและหวาดกลัว
“จำได้ไหมอัครพล?” รินทร์ก้มลงมองเพื่อนทรยศที่เคยเหยียบย่ำเขาจนจมดิน “ตอนที่บริษัทพ่อฉันล้มละลาย นายเคยบอกว่า ‘เงินซื้อทุกอย่างได้ แม้แต่ศักดิ์ศรีของคน’ วันนี้ฉันก็แค่กำลังพิสูจน์ให้เห็น... ว่าเมื่อมีเงินมากพอ ศักดิ์ศรีที่นายเคยขโมยไป... มันก็แค่สินค้าชิ้นหนึ่งที่ฉันซื้อกลับคืนมาได้ง่ายๆ”
“แกจะทำอะไรฉัน!” อัครพลถอยกรูดหลังชนผนัง
“ฉันยังไม่ได้จะทำอะไรเลย” รินทร์หยิบสูทที่เขาเคยถอดทิ้งไว้ขึ้นมาสวม “ฉันแค่จะไปกินมื้อค่ำกับผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ ฉันในวันที่ฉันไม่มีอะไรเลย ส่วนนาย... นั่งทบทวนตัวเองดูนะ ว่าพรุ่งนี้เช้า นายจะมีที่ยืนอยู่ในสังคมนี้อีกหรือเปล่า”
รินทร์โอบเอวมินตราเดินผ่านร่างของอัครพลไปอย่างไม่แยแส หัวใจของมินตราเต้นระรัว เธอไม่รู้ว่ารินทร์เปลี่ยนไปได้อย่างไร แต่ความรู้สึกปลอดภัยที่เขาแผ่ออกมามันช่างน่าหลงใหลอย่างประหลาด
เมื่อทั้งคู่เดินมาถึงลานจอดรถของโรงแรม ทันใดนั้น เสียงเฮลิคอปเตอร์ที่ดังสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นเหนือหัว ลมแรงพัดกระโชกจนมินตราต้องเอามือป้องหน้า แสงไฟสปอร์ตไลท์จากเครื่องบินลำหรูสาดส่องลงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ ทำให้ลานจอดรถที่มืดสลัวสว่างวาบราวกับกลางวัน
ร่างชายชุดดำในสูทเนี้ยบกริบจำนวนสี่คนก้าวลงจากเฮลิคอปเตอร์ที่เพิ่งร่อนลงจอดกลางลานจอดรถ พวกเขาเดินตรงมาหารินทร์และคุกเข่าลงพร้อมกันท่ามกลางความตื่นตะลึงของผู้คนที่อยู่บริเวณนั้น
“คุณชายรินทร์ครับ ท่านประธานใหญ่แจ้งว่า... ทุกอย่างพร้อมแล้วสำหรับการทวงคืนอาณาจักร ‘รินทร์นคร’ ครับ”
รินทร์มองดูสถานการณ์ตรงหน้าด้วยใบหน้าเรียบเฉย ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหน้าจอแอปฯ ปริศนาแจ้งเตือนข้อความใหม่ที่เป็นสีแดงฉาน
[ภารกิจเปลี่ยนชีวิต: ยึดครองอาณาจักรคืนภายใน 30 วัน หากทำสำเร็จ เงินรางวัล 10,000 ล้านบาท หากล้มเหลว ชีวิตคุณจะสูญสิ้น]
รินทร์กดปิดหน้าจอ ดวงตาสีเข้มเปล่งประกายคมกล้า เขาหันมาหากลุ่มคนที่กำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้า พร้อมรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจเหนือใคร
“ไปกันเถอะมินตรา... ถึงเวลาที่เราต้องไปประกาศให้คนทั้งโลกได้รู้แล้วว่า ใครกันแน่คือเจ้าของที่แท้จริง”
ท่ามกลางความเงียบงันของลานจอดรถ ประตูรถลิมูซีนสีดำสนิทที่จอดรออยู่ข้างๆ ก็เปิดออกเองโดยอัตโนมัติ รินทร์ก้าวขึ้นรถไปพร้อมกับมินตราที่ยังคงตื่นตะลึงกับเหตุการณ์ตรงหน้า แต่ทันทีที่ประตูรถปิดลง เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบของใครบางคนก็วิ่งตรงเข้ามาหยุดอยู่ที่ข้างรถ เสียงเคาะกระจกอย่างบ้าคลั่งดังขึ้นพร้อมกับเสียงตะโกนของอัครพลที่ตามมาถึง
“รินทร์! หยุดนะ! แกไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้! แกมันก็แค่คนทรยศ!”
รินทร์ลดกระจกรถลงช้าๆ นัยน์ตาคู่นั้นเย็นชาจนอัครพลต้องชะงัก รินทร์ไม่ได้ตอบโต้อะไร แต่เขากลับยื่นบัตรเครดิตสีดำสนิทที่ไร้ชื่อเจ้าของผ่านกระจกรถไปวางไว้บนอกของอัครพลที่ยืนหอบหายใจอยู่ข้างรถ ก่อนจะกระซิบเสียงเรียบ
“นี่คือค่าปิดปาก... จงจำไว้ว่านับจากวินาทีนี้ หากนายกล้าเอ่ยชื่อฉันออกมาอีกเพียงคำเดียว สิ่งที่นายจะได้รับไม่ใช่แค่ความพินาศ แต่คือการลบตัวตนของนายออกจากสารบบของโลกใบนี้ตลอดกาล”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของรินทร์นะคะ ฝากเอาใจช่วยพวกเขากันต่อในตอนหน้าด้วยนะคะ!
ดีกรีร้ายฉบับคุณชายตกยาก กับการกดปุ่มคืนชีพอาณาจักร•ตอนที่ 2
ระบบที่เปลี่ยนชีวิต
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีกรีร้ายฉบับคุณชายตกยาก กับการกดปุ่มคืนชีพอาณาจักร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
