“ถ้าไม่มีปัญญาซื้อ ก็ถอยไปให้พ้นทางครับคุณชายตกยาก ขวางหูขวางตาคนจะซื้อรถคันละสิบล้าน!”
เสียงแหลมสูงของอัครพลดังขึ้นกลางโชว์รูมรถหรูท่ามกลางความเงียบงันของผู้คน รินทร์หยุดฝีเท้าลงช้าๆ เขาไม่ได้หันไปมองอดีตเพื่อนสนิทที่ยืนกอดอกอยู่ข้างหญิงสาวอีกคน แต่ดวงตาคมกริบนั้นกลับสะท้อนแววเย็นเยือกราวกับคมมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกอย่างที่ขวางหน้า
มินตราที่ยืนเคียงข้างรินทร์กำหมัดแน่น เธอรับรู้ได้ถึงแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากชายหนุ่ม แม้เสื้อผ้าของรินทร์จะดูธรรมดาในสายตาคนอื่น แต่นัยน์ตาคู่นั้นกลับเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่คนอย่างอัครพลไม่มีวันเข้าใจ
“รินทร์... เราไปเถอะค่ะ” มินตรากระซิบเบาๆ ด้วยความเป็นห่วง เธอไม่อยากให้รินทร์ต้องเอาตัวไปเกลือกกลั๋วกับคนจำพวกนี้
“ไปไหนกันเหรอครับ? หรือว่าเงินในบัญชีไม่พอแม้แต่จะจ่ายค่าจอดรถ?” อัครพลหัวเราะลั่น เดินเข้ามาใกล้พร้อมกับเลื่อนมือถือโชว์หน้าจอธุรกรรมการเงิน “เห็นไหม? ผมเพิ่งวางมัดจำ Ferrari รุ่นลิมิเต็ดคันนี้ไป คนระดับนาย... นั่งรถเมล์น่ะเหมาะที่สุดแล้ว”
รินทร์ไม่ตอบโต้ด้วยถ้อยคำ เขาเพียงแค่ขยับยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลงจนคนรอบข้างต้องขนลุกชัน เขาหันไปหาพนักงานขายที่ยืนทำหน้าอึดอัดอยู่ไม่ไกล ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง
“คันสีดำที่อยู่ตรงกลางนั่น... ผมเอาคันนี้ครับ”
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของอัครพลดังขึ้นอีกระลอก “โอ้โห! ฟังมันพูดเข้าสิ! คันนั้นราคาห้าสิบล้านนะเว้ย รินทร์... นายคิดว่าตัวเองเป็นใคร? จะใช้เศษเหรียญในกระปุกออมสินมาซื้อเหรอ?”
พนักงานขายมองรินทร์ด้วยสายตาไม่มั่นใจนัก แต่เมื่อเห็นรินทร์ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบ 'บัตรเครดิตสีดำสนิท' ที่ไม่มีลวดลายใดๆ นอกจากตราสัญลักษณ์ทองคำเล็กๆ ที่มุมบัตรออกมา วินาทีนั้น พนักงานคนนั้นถึงกับหน้าซีดเผือด
บัตรใบนี้... มันไม่ใช่บัตรเครดิตธรรมดา แต่เป็นบัตรระดับ 'Black Infinite' ที่มีไว้สำหรับอภิมหาเศรษฐีระดับโลกเพียงไม่กี่คนเท่านั้น!
“เชิญรูดเลยครับ” รินทร์วางบัตรลงบนเครื่องรับชำระเงิน เสียงดังกริ๊กเบาๆ นั้นเปรียบเสมือนเสียงระฆังแห่งความหายนะสำหรับใครบางคน
พนักงานรีบรับบัตรด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะทำรายการด้วยความลนลาน อัครพลยังคงหัวเราะโดยไม่รู้ตัวว่าความพินาศกำลังคืบคลานเข้ามา “รูดเลย! อยากเห็นนักว่าจะโดนปฏิเสธจนหน้าแตกกลางโชว์รูมไหม!”
ทว่า... เสียงสัญญาณเครื่องตอบรับกลับดังขึ้นอย่างนุ่มนวลและต่อเนื่อง ไฟเขียวบนเครื่องสว่างวาบแสดงผลการอนุมัติยอดเงินหลักสิบล้านในเวลาเพียงไม่กี่วินาที
*ตื๊ด... ทำรายการสำเร็จ*
ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่วทั้งโชว์รูม อัครพลที่กำลังจะพ่นคำดูถูกออกมาถึงกับกลืนคำพูดลงคอ ใบหน้าที่เคยยโสโอหังกลับเปลี่ยนเป็นซีดขาวราวกับคนตาย เขามองหน้าจอเครื่องรูดบัตรสลับกับใบหน้าเรียบเฉยของรินทร์ด้วยความตื่นตะลึง
“เป็นไปไม่ได้... แก... แกไปเอาเงินมาจากไหน? แกมันก็แค่ไอ้ตกอับ!” อัครพลแผดเสียงด้วยความคลุ้มคลั่ง
รินทร์ก้าวเข้าไปหาอัครพลช้าๆ บรรยากาศรอบตัวเขากดดันจนคนรอบข้างต้องล่าถอย เขาโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูอดีตเพื่อนสนิทด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบจนถึงขั้วหัวใจ
“ถ้าเงินแค่นี้ทำให้แกสติแตกได้... แล้วถ้าฉันบอกว่า นี่เป็นเพียงแค่ค่ากาแฟที่ฉันจ่ายให้ตัวเองในวันนี้ล่ะ?”
รินทร์ยืดตัวตรงแล้วมองผ่านร่างอัครพลไปที่ประตูกระจกบานใหญ่ของโชว์รูม ทันใดนั้น เสียงเฮลิคอปเตอร์ที่ดังกระหึ่มจากบนฟ้าก็เริ่มเบาลงพร้อมกับลมที่พัดผ่านเข้ามาจากการเปิดประตูอัตโนมัติ ชายชุดสูทสีดำจำนวนสี่คนเดินตรงเข้ามาหาเขา ทุกคนต่างโค้งคำนับให้รินทร์อย่างพร้อมเพรียงจนผู้คนทั้งโชว์รูมต้องคุกเข่าลงด้วยสัญชาตญาณความกลัว
“คุณชายครับ... รถคันนี้จะถูกนำส่งไปยังคฤหาสน์ของท่านภายในสิบนาทีครับ ส่วนเรื่องของ 'อัครพล' ทุกอย่างถูกจัดการเรียบร้อยแล้วครับ”
รินทร์หันมามองอัครพลที่ยืนสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด “อัครพล... จำไว้ให้ดีนะ สิ่งที่นายเคยฮุบไปจากฉันน่ะ... มันถึงเวลาต้องคืนพร้อมดอกเบี้ยที่นายจะต้องชดใช้ด้วยชีวิตแล้ว”
รินทร์หันหลังกลับเตรียมจะก้าวออกจากโชว์รูม แต่ทว่าเสียงโทรศัพท์ของอัครพลกลับดังขึ้นอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับเสียงกรีดร้องที่ปลายสาย
“อัครพล! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! บัญชีบริษัททั้งหมดถูกอายัด... หุ้นร่วงติดลบจนเหลือศูนย์! มีคนปริศนาเทคโอเวอร์ทุกอย่างไปในวินาทีนี้... นี่มันเกิดอะไรขึ้น!”
รินทร์หยุดเดินเพียงนิดเดียว เขามองกลับมาที่อัครพลด้วยสายตาว่างเปล่า “อ๋อ... ลืมบอกไป บัตรใบที่ฉันเพิ่งรูดไปน่ะ... มันผูกกับระบบธนาคารกลางที่นายกำลังขอกู้เงินอยู่นั่นแหละ”
อัครพลทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นในทันที สายตาเหลือกลานด้วยความสิ้นหวัง แต่ก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยปากร้องขอชีวิต เสียงจากโทรศัพท์ก็แจ้งข่าวร้ายที่สุดออกมา
“คุณอัครพลครับ... มีหมายจับคดีฟอกเงินและฉ้อโกงทรัพย์สินออกมาระบุชื่อคุณแล้วครับ ตอนนี้ตำรวจกำลังล้อมโชว์รูมอยู่ครับ!”
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของรินทร์ไปกับชานมไข่มุกหวานร้อยนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ดีกรีร้ายฉบับคุณชายตกยาก กับการกดปุ่มคืนชีพอาณาจักร•ตอนที่ 3
รูดบัตรฟาดหน้า
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีกรีร้ายฉบับคุณชายตกยาก กับการกดปุ่มคืนชีพอาณาจักร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
