รอยรักมาเฟียร้ายใต้แสงจันทร์•ตอนที่ 19

กำแพงกั้น

ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
กลิ่นอายความโกรธเกรี้ยวระอุขึ้นในอากาศราวกับเปลวเพลิงที่พร้อมแผดเผาทุกสิ่งให้มอดไหม้ คำพูดตวาดกร้าวจากปากของคาร์ลอสยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของรินรดา มันไม่ใช่แค่ความหึงหวงอย่างไร้เหตุผล แต่มันคือการดูถูกเหยียดหยามศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่เธอพยายามรักษาไว้ด้วยหยาดเหงื่อและคราบน้ำตา ดวงตากลมโตไหวระริกด้วยม่านน้ำตาที่เธอพยายามกลั้นไว้สุดชีวิต เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับร่างสูงใหญ่ที่ยืนค้ำหัวด้วยความรู้สึกที่แตกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย วิคเตอร์เป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่บังเอิญผ่านมาเห็นเธอล้มลงและยื่นมือเข้ามาช่วยในยามที่เธอไร้ทางออก แต่สำหรับคาร์ลอส... ผู้ชายใจร้ายที่เห็นเธอเป็นเพียงของเล่นชิ้นโปรดในกรงทอง กลับมองว่ามันคือการทรยศหักหลัง "คุณคิดแบบนั้นจริงๆ เหรอคะ... คาร์ลอส" เสียงหวานสั่นเครือหลุดลอดริมฝีปากที่ซีดเผือดออกไปอย่างยากเย็น "คุณคิดว่าฉันต่ำต้อยขนาดที่จะพาผู้ชายคนไหนก็ได้เข้ามาในห้องนอนของคุณเพื่อแลกกับอะไรล่ะคะ?" คาร์ลอสแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นยะเยือกจนบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจ ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอด้วยความเร็วที่เธอไม่ทันตั้งตัว ฝ่ามือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวบางบีบแน่นราวกับจะแหลกสลาย แรงอารมณ์ดิบเถื่อนแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนน่ากลัว "เธอกล้าดียังไงมาต่อปากต่อคำกับฉัน, รินรดา!" คาร์ลอสคำรามต่ำในลำคอ ใบหน้าคมคายบิดเบี้ยวด้วยความโทสะ รังสีอำมหิตแผ่กระจายรอบตัวจนแทบหายใจไม่ออก "ภาพที่ฉันเห็นมันคาตา! หรือเธอจะบอกว่าไอ้วิคเตอร์มันแค่มารดน้ำต้นไม้ในห้องนอนของฉันตอนตีสองงั้นเหรอ!" "ปล่อยฉันนะคะ!" รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือด เธอกำมือแน่น พยายามสะบัดแขนให้หลุดจากการพันธนาการ แต่มันช่างไร้ผลเมื่อเทียบกับพละกำลังมหาศาลของเจ้าพ่อมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล "ถ้าคุณคิดว่าฉันมันสำส่อนนัก... ถ้าคุณรังเกียจฉันขนาดนี้ ทำไมคุณไม่ปล่อยฉันไปล่ะคะ! จะมาขังฉันไว้ที่นี่ทำไม!" คำว่า 'ปล่อยฉันไป' กระแทกเข้าที่ความรู้สึกของคาร์ลอสอย่างจัง ดวงตาสีเทาเข้มดุจหินผาวาวโรจน์ด้วยความโกรธที่ทวีคูณขึ้นไปอีกขั้น เขาไม่เคยยอมปล่อยเหยื่อที่อยู่ในกำมือ โดยเฉพาะผู้หญิงคนนี้... ผู้หญิงที่เข้ามาปأسป่วนหัวใจด้านชาของเขาจนแทบเสียศูนย์ "ปล่อยเธอไปงั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ!" คาร์ลอสกระชากร่างบางเข้าหาตัวจนหน้าอกแนบชิดกับแผงอกกว้าง ลมหายใจร้อนผ่าวปะทะกันจนรับรู้ถึงความตึงเครียดที่พุ่งสูงถึงขีดสุด "เธอเป็นของฉัน รินรดา! ต่อให้เธอตาย วิญญาณของเธอก็ยังต้องชดใช้ให้ฉัน!" ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี มันไม่ใช่จูบแห่งความเสน่หา แต่มันคือการลงทัณฑ์ รสจูบดุดัน รุนแรง และเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ขบเม้มจนริมฝีปากบางแตกและมีรสคาวเลือดซึมออกมา รินรดาหลับตาลงรับความเจ็บปวดนั้นด้วยหัวใจที่ด้านชา น้ำตาหยดใสไหลรินผ่านแก้มเนียนตกลงกระทบหลังมือของเขา แต่มันไม่ได้ทำให้ความดิบเถื่อนในตัวเขาลดน้อยลงเลย กลับกัน... มันยิ่งกระตุ้นให้เขาอยากขยขยี้เธอให้แหลقคามือ เพื่อให้เธอจำฝังใจว่าไม่มีวันหนีพ้นเงื้อมมือของเขาไปได้ เมื่อเขายอมผละริมฝีปากออกอย่างนึกเสียดาย รินรดาก็หอบหายใจ 5 โกยอากาศเข้าปอด ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัวและรังเกียจการกระทำอันป่าเถื่อนนี้ แววตาที่เธอมองเขามันว่างเปล่า... ไม่มีประกายความหวัง ไม่มีแม้แต่ความดื้อรั้นหลงเหลืออยู่ มีเพียงความตายด้านที่เด่นชัดขึ้นมา ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องนอนกว้างชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจของคนทั้งคู่ คาร์ลอสมองหน้าหญิงสาวด้วยความรู้สึกประหลาดที่แล่นริ้วเข้ามาในอก ร่องรอยความอ่อนแอในแววตานั้นทำให้เขาชะงักไปชั่ววินาที แต่ทิฐิและอำนาจครอบงำทำให้เขาเลือกที่จะเมินเฉยต่อมัน "อยู่ที่นี่... และเจียมตัวซะ" เขาคาดโทษด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ก่อนจะสะบัดร่างหนาหันหลังเดินออกจากห้องไปพร้อมกับเสียงปิดประตูที่ดังสนั่น หึ้ง... สะเทือนไปถึงหัวใจที่บอบช้ำของคนฟัง รทรุดฮวบลงนั่งคุกเข่ากับพื้นพรมราคาแพงอย่างไร้เรี่ยวแรง มือบางยกขึ้นกอดตัวเองแน่น ร่างกายสั่นเทาด้วยแรงสะอื้นไห้ที่ระเบิดออกมาอย่างไร้เสียง ความเจ็บปวดจากการถูกดูถูกเหยียดหยามสะสมจนกลายเป็นความด้านชาที่กัดกินจิต Lวิญญาณทีละน้อย เธอมองสำรวจห้องหรูหราที่เปรียบเสมือนกรงขังทองคำนี้ มันช่างสวยงามแต่ไร้ซึ่งอิสรภาพ... และที่สำคัญที่สุด มันไม่มีที่ยืนสำหรับคนที่มีศักดิ์ศรีอย่างเธออีกต่อไปแล้ว *พอแค่นี้เถอะ... รินรดา* เสียงเล็กๆ ในหัวใจบอกเธอเช่นนั้น เธอไม่อาจทนใช้ชีวิตอยู่เป็นเครื่องรองรับอารมณ์และคำดูถูกเหยียดหยามของผู้ชายใจร้ายคนนี้ได้อีกแล้ว แม้ว่าหนี้สินก้อนโตจะยังค้างคา แม้ว่าอิสรภาพของครอบครัวเธอจะแขวนอยู่บนเส้นด้าย แต่ถ้าแลกมาด้วยการสูญเสียความเป็นมนุษย์และศักดิ์ศรีทีละน้อย เธอยอมตายเสียยังดีกว่า ความตั้งใจแน่วแน่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืน รินรดาลุกขึ้นยืนด้วยขาที่สั่นเทา เธอปาดน้ำตาออกจากแก้มลวกๆ ดวงตาที่เคยอ่อนแสงกลับมาแข็งกร้าวและเด็ดเดี่ยวอีกครั้ง เธอจะไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างให้เขาเหยียบย่ำเล่นสนุกอีกต่อไป การถอยห่างออกมาจากขุมนรกแห่งนี้คือหนทางเดียวที่จะรักษาลมหายใจและหัวใจที่เหลืออยู่ของเธอไว้ได้ เธอกวาดสายตามองรอบห้องเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะตัดสินใจเดินตรงไปยังตู้เสื้อผ้า คว้ากระเป๋าเดินทางใบเล็กมาเปิดออกแล้วเริ่มเก็บข้าวของจำเป็นอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบที่สุด ทุกวินาทีมีค่า ราวกับเธอกำลังแข่งกับเวลาและลมหายใจของตัวเอง ในขณะที่เธอกำลังรูดซิปกระเป๋าเดินทาง เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง... หัวใจของรินรดาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อลูกบิดประตูค่อยๆ หมุนเปิดออกช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของคาร์ลอสที่ยืนขวางทางออกไว้อย่างมิดชิด แววตานิ่งเรียบทว่าน่ากลัวคู่นั้นจ้องมองกระเป๋าเดินทางในมือเธอด้วยรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก "จะไปไหน... หืม, รินรดา?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามราวกับมัจจุราชที่กำลังทวงวิญญาณ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความสัมพันธ์อันร้อนแรงและเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยรักมาเฟียร้ายใต้แสงจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%