รอยรักมาเฟียร้ายใต้แสงจันทร์•ตอนที่ 20

การล้างแค้นของเจ้าพ่อ

ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
"จะไปไหน... หืม, รินรดา?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามราวกับมัจจุราชที่กำลังทวงวิญญาณ กลิ่นอายบุหรี่ราคาแพงผสมผสานกับความเย็นยะเยือกจากตัวตนของคาร์ลอสแผ่ซ่านจนบรรยากาศรอบกายรินรดาราวกับถูกแช่แข็ง ร่างบางสะดุ้งสุดตัวเมื่อเรียวแขนแข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กคว้าหมับเข้าที่เอวคอดกิ่วแล้วกระชากเข้าหาแผ่นอกกว้างอย่างไม่ ปรานี แรงปะทะนั้นทำเอาลมหายใจของเธอขาดห้วง ใบหน้าหวานแหงนเงยขึ้นสบกับดวงตาคมกริบสีนิลที่ลุกโชนไปด้วยไฟโทสะผสมกับความปรารถนาอันดิบเถื่อน "ปล่อยฉันนะ, คาร์ลอส! คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับฉันอีก!" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามบิดข้อมือให้หลุดพ้นจากการพันธนาการ แต่มันกลับยิ่งเพิ่มแรงบีบรัดจากเขาให้แน่นหนาขึ้น ราวกับเขาต้องการฝังรอยช้ำไว้บนผิวเนื้อนุ่มเพื่อประกาศความเป็นเจ้าของ "ไม่มีสิทธิ์งั้นเหรอ?" คาร์ลอสแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำจนสั่นสะเทือนไปถึงแผ่นอกของหญิงสาว ปลายนิ้วหยาบกร้านไล้ขึ้นมาตามกรอบหน้าเรียว สัมผัสที่แม้จะแผ่วเบาแต่กลับเต็มไปด้วยการคุกคาม "เธอคิดว่าหนีพ้นจากเงื้อมมือฉันไปได้ง่ายๆ หรือไง หมากตัวสำคัญที่ฉันเป็นคนเลือก... จะเดินหนีออกจากกระดานไปเฉยๆ แบบนี้ไม่ได้หรอกนะ, รินรดา" แววตาของมาเฟียหนุ่มเต็มไปด้วยความดุดันและเยือกเย็น เขาจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรงด้วยความดื้อรั้น ความดื้อรั้นที่เขาอยากจะบดขยี้ให้แหลกคามือเสียให้เข็ด หล่อนกล้าดีอย่างไรถึงคิดจะหันหลังให้เขา หล่อนกล้าดียังไงถึงกล้าเอาตัวออกห่างจากอ้อมกอดที่เคยเป็นเจ้าของทุกลมหายใจของหล่อน "ฉันไม่ใช่หมากของคุณ!" รินรดาตวาดกลับ ดวงตากลมโตคลหน่วยน้ำตาแต่เธอพยายามกลั้นมันไว้อย่างสุดชีวิต ศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่ทำให้เธอเชิดหน้าขึ้นท้าทายเขากลับ "ฉันชดใช้หนี้บ้าๆ นั่นหมดแล้ว! และตัวฉัน... ก็ควรเป็นอิสระ!" "อิสระ?" คาร์ลอสทวนคำ เสียงของเขาเยียบเย็นลงจนน่ากลัว ใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดผิวแก้มทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ "ในโลกของฉัน... คำว่าอิสระไม่มีอยู่จริง รินรดา เธอกล้าดีatซุกซ่อนตัวอยู่หลังหลังของวิคเตอร์ คิดว่ามันจะปกป้องเธอจากกรงเล็บของฉันได้งั้นสินะ?" ชื่อของศัตรูหัวใจทำให้ดวงตาคมปลาบของคาร์ลอสฉายแสงอำมหิตขึ้นมาวูบหนึ่ง ร่างสูงใหญ่ขยับเข้าประชิดจนแผ่นหลังบางแนบติดกับผนังห้องเย็นเยียบ ปิดตายทุกเส้นทางหนี ปลายนิ้วแกร่งเลื่อนลงมาบีบคางสكَลของเธอให้แหงนรับจูบที่เปี่ยมไปด้วยแรงหึงหวงและโทสะ "อื้อ..." เสียงประท้วงถูกกลืนหายไปในลำคอทันทีที่ริมฝีปากหนาบดขยี้ลงมาอย่างไร้ความปรานี มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนหวาน แต่มันคือการลงทัณฑ์... การประกาศิตว่าหล่อนเป็นของใคร และไม่มีวันหลุดพ้น รินรดาพยายามทุบตีแผงอกกว้างเพื่อประท้วงความเอาแต่ใจ แต่แรงแค่นิดน้อยของเธอกลับไม่ต่างอะไรกับการสะกิดผิวกายของราชสีห์หนุ่ม คาร์ลอสบดเคล้าเรียวปากอิ่มจนบวมเจ่อ รสชาติหวานล้ำที่คุ้นเคยปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวเขาให้ตื่นขึ้นอย่างเต็มพิกัด มือหนาสอดเข้าไปใต้กลุ่มผมยาวสลวยเพื่อตรึงท้ายทอยของเธอให้รับสัมผัสที่ลึกล้ำและเร่าร้อนยิ่งขึ้น ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ ทำให้ร่างบางสั่นสะท้าน เข่าแทบทรุดลงไปกองกับพื้นหากไม่ได้แขนแกร่งที่โอบกอดเอวบางไว้แน่นช่วยพยุงร่างเอาไว้ ความโกรธเกรี้ยวค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นไฟสวาทที่โหมกระหน่ำ คาร์ลอสถอนริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้รินรดาหอบหายใจโกกอากาศเข้าปอดด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ ดวงตาคู่สวยฉ่ำน้ำด้วยพิษสวาทและหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้น "หวาน... เธอยังคงหวานและพยศได้ใจฉันเสมอ, รินรดา" เสียงกระซิบพร่าม่านเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ คาร์ลอสซุกไซร้ใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มผิวเนื้อเนียนนุ่มจนเกิดรอยกุหลาบสีแดงเข้มเพื่อตีตราจอง "แต่วันนี้... เธอต้องชดใช้ที่บังAญหนesหน้าฉัน" ชุดเดรสตัวสวยถูกกระชากด้วยมือเพียงข้างเดียวจนกระดุมหลุดลุ่ยเผยให้เห็นผิวเนื้อนวลเนียนที่สั่นสะท้ำยภายใต้แสงจันทร์สลัวที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานใหญ่ รินรดากรีดร้องเบาๆ ด้วยความตกใจและอับอาย มือเรียวพยายามปัดป้อง แต่มันกลับยิ่งจุดไฟปรารถนาในตัวมาเฟียหนุ่มให้ลุกโชนยากจะดับลง "อย่า... คาร์ลอส ได้โปรด..." น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ มีความอ้อนวอนเจืออยู่ในนั้นเป็นครั้งแรก "สายไปแล้ว..." เขาคำรามต่ำในลำคอ ร่างสูงทาบทับลงมาอย่างไร้ช่องว่าง สัมผัสอันร้อนรุ่มและการรุกรานที่ดุดันแต่เต็มไปด้วยความช่ำชองทำให้สติสัมปชัญญะของรินรดาแตกกระเจิง คาร์ลอสพรากเอาลมหายใจและสติสัมปชัญญะของเธอไปทีละน้อย ทุกสัมผัสที่เขามอบให้เปรียบเสมือนยาพิษหวานล้ำที่เธอปฏิเสธไม่ได้ แม้ศักดิ์ศรีจะกรีดร้องห้ามปราม แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการแอ่นรับสัมผัสอันเร่าร้อนนั้นอย่างลืมตัว เสียงครางต่ำด้วยความพึงพอใจของมาเฟียหนุ่มดังคลอเคล้าไปกับเสียงหอบหายใจกระเส่าในความเงียบสงบของรัตติกาล คาร์ลอสพาเธอดำดิ่งสู่ห้วงแห่งความสุขสมที่ไร้ซึ่งทางออก ร่างกายที่แนบสนิทและการประสานสอดรับกันอย่างเร่าร้อนทำให้โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันภายใต้เงาจันทร์ที่ทอดตัวยาว เนิ่นนานกว่าพายุอารมณ์จะสงบลง รินรดานอนหอบสะท้านอยู่บนเตียงกว้างโดยมีร่างหนาของคาร์ลอสทับซ้อนอยู่ด้านบน ปลายนิ้วเรียวยาวของเขายังคงลากไล้อยู่ตามพวงแก้มแดงก่ำและเรียวปากที่บวมช้ำ แววตาของเขาในตอนนี้ไม่ได้ดุดันเท่าตอนแรก แต่มันกลับเต็มไปด้วยความลุ่มหลงที่น่ากลัวยิ่งกว่า "จำไว้... รินรดา" คาร์ลอสกระซิบชิดริมใบหู เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ "ต่อให้เธอหนisไปสุดขอบโลก... ฉันก็จะลากเธอกลับมาขยี้ให้อยู่ใต้ร่างฉันแบบนี้ทุกครั้ง" รินรดาเบือนหน้าหนี หยาดน้ำตาไหลรินอาบแก้มด้วยความเจ็บใจ เธอกัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือด ความพ่ายแพ้ครั้งนี้มันช่างเจ็บปวดเสียเหลือเกิน ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบเข้าปกคลุมห้องนอนหรูอีกครั้ง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงปืนที่ดังสนั่นขึ้นจากชั้นล่างของคฤหาสน์ก็ทำให้คาร์ลอสต้องผุดลุกขึ้นด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองที่ประตูห้องทันที วิคเตอร์... ก้าวเข้ามาถึงถ้ำเสือแล้วอย่างนั้นหรือ? หรือว่านี่คือแผนการที่ถูกเตรียมไว้ล่วงหน้าเพื่อตลบหลังเขา? ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมดำดิ่งสู่ห้วงปรารถนาอันตรายไปกับ "กุหลาบอาบแสงจันทร์" นะคะ
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยรักมาเฟียร้ายใต้แสงจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%