รอยรักมาเฟียร้ายใต้แสงจันทร์•ตอนที่ 3

อำนาจที่เหนือกว่า

ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
"ดูเหมือนว่า... คืนนี้เกมล่าเหยื่อของเรา จะสนุกกว่าที่คิดเสียแล้วสิคนสวย" สุ้มเสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความพึงพอใจระคนหยריันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องพักส่วนตัว รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความสั่นไหวของปลายนิ้ว เธอยืนหลังตรงแน่ว แม้แผ่นหลังจะแทบแนบติดกับบานประตูไม้เนื้อหนาที่ถูกปิดตายด้วยอิทธิฤทธิ์ของกุญแจดิจิทัลที่เขาเป็นคนกดล็อกมันด้วยตัวเอง ดวงตาคู่สวยจ้องมองร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาหาทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ราวกับราชสีห์กำลังย่างสามขุมเข้าหาเหยื่อในกรงขัง คาร์ลอสถอดสูทสีดำสนิทออกโยนไว้บนโซฟาตัวยาวอย่างไม่ไยดี ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีเข้มออกสองเม็ดเผยให้เห็นแผงอกกว้างและรอยสักรูปกุหลาบสีดำที่พาดผ่านไหปลาร้า—สัญลักษณ์แห่งความตายและอำนาจมืดที่ใครต่อใครต่างหวาดกลัว กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับความเย้ายวนอันตรายลอยมาแตะจมูก ยิ่งทำให้บรรยากาศภายในห้องแคบลงถนัดตา "คุณไม่มีสิทธิ์มาขังฉันไว้ที่นี่ คาร์ลอส!" เสียงหวานเอ่ยลอดไรฟันด้วยความโกรธกรúc แม้ข้างในจะหวาดหวั่นจนหัวใจเต้นระรัวราวกับกลองเพล แต่ศักดิ์ศรีที่ค้ำคอทำให้เธอต้องเชิดหน้าสู้ "หนี้ของครอบครัวฉัน... ฉันบอกแล้วว่าจะทยอยใช้คืนตามสัญญา ไม่ใช่มาใช้วิธีสกปรกกัก The captive แบบนี้!" คาร์ลอสหยุดยืนตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงคืบเดียว ร่างสูงใหญ่ของเขาโอบล้อมเธอไว้จนมิด เงาของเขาคุกคามร่างบางจนแทบหายใจไม่ออก ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นกวาดมองสำรวจริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความดื้อรั้น ก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน "สัญญาอะไรกันล่ะรินรดา..." นิ้วเรียวหนายื่นมาแตะที่ปลายคางมน บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสเย็นเฉียบแต่วาบหวาม "ในโลกของฉัน ไม่มีคำว่าทยอย... มีแต่คำว่า 'จ่ายด้วยร่างกายและวิญญาณ' จนกว่าฉันจะพอใจต่างหากล่ะ" "โรคจิต!" รินรดาตวัดมือหมายจะตบใบหน้าคมคายนั้นให้สมกับความอวดดี แต่ทว่า... ไวกว่าความคิด ข้อมือเล็กถูกคว้าหมับไว้ด้วยอุ้งมือเหล็กของเขา แรงบีบมหาศาลทำให้กระดูกแทบแหลกสลาย คาร์ลอสกระชากร่างบางเข้ามาประชิดตัวในเสี้ยววินาที ความร้อนจากอกแกร่งปะทะเข้ากับร่างกายของเธอจนสะท้านไปทั้งร่าง "อย่าหาญกล้าทำเรื่องโง่ๆ แบบนั้นอีก รินรดา" เสียงกระซิบต่ำพร่าชิดริมฝีปาก ไอร้อนจากลมหายใจของเขารดรินอยู่บนแก้มเนียน "เธอคิดว่าตัวเองมีค่าพอจะต่อรองกับฉันเหรอ? หนี้สิบ миллион นั่น... ต่อให้เธอขายวิญญาณให้ซาตาน ก็ยังไม่มีปัญญาใช้หมดในชาตินี้ ยกเว้นเสียแต่ว่า... เธอจะทำให้ฉันมีความสุขบนเตียงนี้ได้มากพอ" คำพูดจาดูถูกเหยียดหยามและสายตาหิวกระหายที่มองมา ทำให้หยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อคลอเบ้า แต่นางเอกสาวกัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือด เธอยังคงดิ้นรนสุดแรงเกิดเพื่อขัดขืนการพันธนาการ "ปล่อยฉันนะ! คนสารเลว!" "ดิ้นไปเถอะ... ยิ่งเธอพยศ ยิ่งทำให้ฉันอยากขยี้ให้แหลکคามือ" คาร์ลอสไม่เพียงแต่ไม่ปล่อย แต่เขากลับใช้มืออีกข้างรวบเอวคืบของเธอเข้าหาตัว แนบชิดจนไม่เหลือช่องว่าง รสสัมผัสจากการถูกครอบครองบีบคั้นอารมณ์ให้พุ่งสูงขึ้น ริมฝีปากหยักลึกก้มลงประกบจูบปิดกั้นเสียงต่อต้านทั้งหมดทันทีอย่างไร้ความปรานี จูบของเขาไม่ใช่การเกี้ยวพาราสี แต่มันคือการประกาศสงครามและการลงทัณฑ์ ร้อนแรง ดิบเถื่อน และรุกราน รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามทุบตีอกแกร่งและเบือนหน้าหนี แต่เรียวปากของเธอกลับถูกขบเม้มด้วยความหมั่นไส้จนเผยอออก เปิดทางให้ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำอย่างเอาแต่ใจ สัมผัสที่วาบหวามและรุนแรงทำให้สมองของหญิงสาวขาวโพลน ร่างกายที่เคยต่อต้านกลับเริ่มอ่อนยวบลงอย่างน่าละอาย กลิ่นกายและรสสัมผัสอันทรงพลังของเขาแผ่ซ่านเข้าไปในกระแสเลือด ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบที่ซ่อนอยู่ใต้จิตใต้สำนึก ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความสั่นสะท้านที่วิ่งพล่านไปตามปลายประสาท เมื่อเห็นว่าเหยื่อเริ่มอ่อนแรง คาร์ลอสจึงยอมผละริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้เธอยืนหอบหายใจโยนตัวโยนใจอยู่กับอกเขา ดวงตาสีเทาเข้มพราวระยับด้วยประกายแห่งความปรารถนาอันดิบเถื่อน มือหนาลูบไล้ไปตามแนวสันหลังผ่านเนื้อผ้าบางเบา ทำให้รินรดาสะấuเฮือกด้วยความเสียวซ่านที่แล่นพล่าน "เห็นไหม... ร่างกายของเธอมันซื่อสัตย์กว่าปากเยอะ รินรดา" เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดใบหูที่แดงก่ำ "เกมเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น... เตรียมตัวรับมือกับความจริงที่ว่า เธอหนีฉันไม่พ้นหรอก" ร่างบางถูกผลักให้นอนราบลงบนเตียงนอนนุ่มกว้างสไตล์ยุโรปอย่างไม่ทันตั้งตัว คาร์ลอสทาบทับลงมาด้วยเรือนร่างกำยำ ราวกับเสือดาวที่ตะครุบเหยื่อไว้ใต้กรงเล็บ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเร่าร้อนและกระหายใคร่รู้ว่า ขีดจำกัดของหญิงสาวผู้มีศักดิ์ศรีคนนี้จะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน รินรดารู้สึกได้ถึงความน่ากลัวของมาเฟียหนุ่มอย่างแท้จริงในวินาทีนี้... ไม่ใช่เพราะอำนาจเงินหรืออิทธิพลมืดที่เขามี แต่เป็นเพราะ 'เสน่ห์อันตราย' และ 'สัมผัสเร่าร้อน' ของเขา กำลังจะทำให้เธอกลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ต่อหัวใจตัวเองอย่างราบคาบ แต่ทว่า... ในขณะที่ริมฝีปากร้อนผ่าวของเขากำลังจะทาบทับลงมาบนซอกคอหอมกรุ่น เพื่อเริ่มบทเพลงรักแห่งการลงทัณฑ์ครั้งใหม่ เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวก็ผ่ากลางความเงียบขึ้นเสียก่อน ตามมาด้วยเสียงตะโกนร้อนรนของลูกน้องคนสนิทที่หน้าห้อง "นายครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... ทางฝั่งของวิคเตอร์ส่งคนบุกเข้ามาล้อมคาสิโนชั้นล่าง พร้อมระเบิดเพลิง!" ดวงตาสคมกริบของคาร์ลอสชะงักกึก ความเร่าร้อนในแววตาแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยือกดุจน้ำแข็งในชั่วพริบตา เขาผละตัวออกจากร่างบางอย่างหัวเสีย สบถคำหยาบคายออกมาเบาๆ ก่อนจะคว้าปืนพกสีดำสนิทจากเอวขึ้นมาปลดล็อกไกอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มหันกลับมามองรินรดาที่นอนหอบหายใจกระsับอยู่บนเตียงด้วยสายตาคมปลาบ ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบประโยคสุดท้ายข้างใบหูด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เธอต้องหนาวสะท้านไปถึงกระดูกดำ "เกมของเราคงต้องพักไว้แค่นี้... แต่จำไว้ว่า คืนนี้เธอยังเป็นของฉัน และฉันจะกลับมาทวงต่อจนครบทุกหยาดหยด!" *ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและดำดิ่งสู่ห้วงเสน่หาอันตรายนี้ร่วมกันนะคะ*
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยรักมาเฟียร้ายใต้แสงจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%