กลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยปะปนกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงในรถลิมูซีนคันหรู ยังคงติดตรึงอยู่ในประสาทสัมผัสของรินรดา ราวกับเงาตามตัวที่สลัดไม่หลุด ภาพร่างไร้วิญญาณของลูกน้องวิคเตอร์ที่นอนจมกองเลือดบนพื้นคอนกรีตเมื่อครู่ ยังคงฉายซ้ำไปซ้ำมาในสมองจนปลายนิ้วของเธอน้ำตาซึมและเย็นเฉียบ
"อยู่ที่นี่... อย่าคิดหนีไปไหนเด็ดขาด"
คำประกาศิตของคาร์ลอสยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท พร้อมกับคำขู่ที่กรีดลึกลงไปในขั้วหัวใจ... *พี่ชายของเธอ* คนเดียวในโลกที่เธอเหลืออยู่ คือเดิมพันที่เธอไม่มีทางกล้าเอาชีวิตเข้าแลก
รถหรูเคลื่อนตัวเข้ามาจอดสนิทภายในลานจอดรถใต้ดินส่วนตัวของเพนต์เฮาส์ลอยฟ้าใจกลางเมือง แสงไฟนีออนสลัวสะท้อนกับตัวถังรถสีดำสนิทราวกับความมืดที่กลืนกินทุกสิ่ง รินรดาถูกฉุดกระชากให้ก้าวลงจากรถโดยบอดี้การ์ดร่างยักษ์ ก่อนที่ประตูห้องชุดเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดจะเปิดออกด้วยระบบสแกนนิ้วมืออันแน่นหนา
ทันทีที่ก้าวเข้ามาข้างใน ความโอ่อ่าและหรูหราแบบมินิมอลสีเข้มกลับไม่ได้ทำให้เธรู้สึกปลอดภัยแม้แต่น้อย มันกลับให้ความรู้สึกเหมือน ‘กรงขังสีดำ’ ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อกักขังนักโทษประหารโดยเฉพาะ ผนังกระจกใสบานใหญ่สูงจรดเพดานเผยให้เห็นทัศนียภาพของเมืองหลวงยามค่ำคืนที่ระยิบระยับราวกับดวงดาวนับล้าน แต่สำหรับเธอแล้ว แสงเหล่านั้นช่างเหน็บหนาวและไร้ซึ่งอิสรภาพ
"ปล่อยฉันนะ!" รินรดารวบรวมความกล้าทั้งหมดสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของบอดี้การ์ด แม้ร่างกายจะสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับฉายแววพยศและดื้อรั้นจนน่าประหลาดใจ "คุณไม่มีสิทธิ์กักขังฉันไว้แบบนี้! ฉันไม่ใช่ทาสและไม่ใช่สมบัติของใคร!"
เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวเข้ามาจากมุมมืดของห้องโถงหยุดการโต้เถียงทุกอย่างลง คาร์ลอสถอดเสื้อสูทเนื้อดีออกโยนไว้บนโซฟาตัวยาว เผยให้เห็นแผ่นอกกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำที่ปลดกระดุมออกสองเม็ดเผยให้เห็นผิวเนื้อเข้มและรอยสักเลือนราง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวกับเทพบุตรซาตานประดับด้วยรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก ดวงตาคมกริบสีเทาเข้มจ้องมองเธอราวกับพญาอินทรีย์ที่กำลังมองเหยื่อในกรงเล็บ
"ไม่ใช่สมบัติอย่างนั้นหรือ..." เสียงทุ้มต่ำน่าฟังเอ่ยขึ้นอย่างเย้ยหยัน ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าว บรรยากาศรอบตัวเขาแผ่ซ่านความกดดันและอำนาจมืดจนรินรดาต้องถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังกระจกเย็นเฉียบ "จำใส่สมองอันน้อยๆ ของเธอเอาไว้ให้ดี รินรดา... นับตั้งแต่วินาทีที่พี่ชายโง่ๆ ของเธอเอาชีวิตและอนาคตมาเดิมพันกับเงินก้อนโตที่ไม่มีปัญญาใช้คืน ร่างกายและลมหายใจของเธอก็ตกเป็นของฉันโดยสมบูรณ์แล้ว"
"ฉันไม่เคยเซ็นสัญญาบ้าบออะไรนั่น!" เธอกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด พยายามเชิดหน้าสู้ทั้งที่หัวใจเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก "เรื่องหนี้สินของพี่ชาย ฉันจะเป็นคนทำงานใช้คืนให้ทุกบาททุกสตางค์ แต่ไม่ใช่ด้วยวิธีนี้... ไม่ใช่การถูกจับมาเป็นตัวประกันแบบนี้!"
"ทำงานงั้นรึ?" คาร์ลอสหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความดูแคลนและดิบเถื่อน เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวปะปนกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และน้ำหอมผู้ชายราคาแพงเคลลี่โอบล้อมตัวเธอไว้ทุกทิศทาง นิ้วแกร่งเอื้อมขึ้นมาเชยคางมนของเธอขึ้นบังคับให้สบตา "ผู้หญิงอย่างเธอจะหาเงินสิบล้านมาคืนฉันภายในสามวันด้วยวิธีไหน... ขายบริการงั้นรึ? หรือขายศักดิ์ศรีที่เธอพยายามนักหนาที่จะปกป้อง?"
"อย่ามาดูถูกกันนะ!" รินรดาตบะแตก เงื้อมือขึ้นหมายจะตบใบหน้าหล่อเหลานั้นให้หายแค้น
หมับ!
ข้อมือเรียวถูกคว้าเอาไว้ด้วยมือหนาราวกับคีมเหล็ก แรงบีบมหาศาลทำให้เธอร้องครางออกมาด้วยความเจ็บปวด คาร์ลอสไม่ปล่อยให้เธอได้ตั้งตัว เขากระชากร่างบางเข้าหาตัวอย่างแรงจนหน้าอกแนบชิดกับแผงอกแกร่ง ความร้อนจากร่างกายของเขาทะลุผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนเธอรู้สึกราวกับถูกแผดเผา
"เด็กดื้อ... มักจะมีจุดจบที่ไม่ค่อยสวยงามนักหريك" เสียงกระซิบพร่าต่ำชิดริมใบหู ทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
ร่างสูงใหญ่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วดั่งเสือดาวตะครุบเหยื่อ มือใหญ่อีกข้างรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมือหนาอีกข้างเลื่อนลงมาบีบเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่นจนแทบจมหายไปกับอุ้งมือ รินรดาพยายามดิ้นรนสุดแรงเกิด ขาเรียวพยายามเตะถีบแต่กลับถูกเรียวขาแกร่งของเขาแทรกเข้ามาตรึงไว้ระหว่างกลางลำตัว ปิดกั้นการเคลื่อนไหวทุกทางอย่างสมบูรณ์แบบ
"ปล่อยนะ! คาร์ลอส... คนสารเลว ปล่อยฉัน!" เธอกรีดร้องลั่น น้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อคลอเบ้าไหลรินอาบแก้มเนียน
"ร้องออกมาอีกสิ... เสียงของเธอเวลาที่ดิ้นรนแบบนี้ มันทำให้ฉันรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยเลย" คาร์ลอสกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่สั่นระริก ดวงตาคมกริบเป็นประกายวาวโรจน์ด้วยไฟปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกจุดติดขึ้นอย่างง่ายดาย
ริมฝีปากหยักลึกประกบลงมาปิดกั้นเสียงโวยวายทั้งหมดทันทีอย่างไร้ความปรานี จูบที่เริ่มต้นด้วยความดุดันและลงทัณฑ์ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนและรุกรานอย่างไร้ทางสู้ รินรดาพยายามเม้มปากแน่นเพื่อขัดขืน แต่มีหรือที่เรียวแรงอันน้อยนิดจะต้านทานมหาอำนาจของมาเฟียหนุ่มได้ มือแกร่งบีบกรามมนของเธอให้เผยอออก ก่อนที่เรียวลิ้นร้อนจะรุกล้ำเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รสจูบที่ทั้งดุดันและวาบหวามทำให้สมองของเธอขาวโพลน ร่างกายที่เคยขัดขืนเริ่มอ่อนยวบยาบลงอย่างน่าละอาย ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นพล่านไปตามกระแสเลือด ทุกสัมผัสจากมือที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังและสะโพกกลมกลึงปลุกเร้าไฟสวาปามที่เธอพยายามกด
คาร์ลอสถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้เธอยืนหอบหายใจโยนความสะท้านสะเทือนไว้ทั่วร่าง ดวงตาคมปลาบมองริมฝีปากบวมเจ่อแดงก่ำด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะก้มลงกระซิบชิดร่องคอระหงด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่สั่นประสาท
"จำความรู้สึกนี้เอาไว้ให้ดี... เพราะต่อจากนี้ไป เธอจะไม่มีวันหนีพ้นเงื้อมมือฉันไปได้อีกแล้ว"
ในวินาทีที่หัวใจของรินรดากำลังจะแตกสลายเพราะความพ่ายแพ้ต่อสัมผัสอันตรายนั้น เสียงกริ่งสัญญาณเตือนภัยหน้าประตูกลับดังขึ้นกะทันหัน พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำของบอดี้การ์ดคนสนิทที่ดังผ่านอินเตอร์คอมด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก
"นายครับ... มีแขกไม่ได้รับเชิญกำลังบุกรุกเข้ามาทางชั้นใต้ดิน... ดูเหมือนจะเป็นคนของวิคเตอร์ครับ!"
คาร์ลอสชะงัก รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง ดวงตาสีเทาเข้มหันกลับมามองร่างสั่นเทาของรินรดาก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายเธอน้ำตาซึมยิ่งกว่าเดิม
"ดูเหมือนว่า... คืนนี้เกมล่าเหยื่อของเรา จะสนุกกว่าที่คิดเสียแล้วสิคนสวย"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมดำดิ่งสู่ห้วงปรารถนากับ "กุหลาบอาบแสงจันทร์" นะคะ
รอยรักมาเฟียร้ายใต้แสงจันทร์•ตอนที่ 2
กรงขังสีดำ
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยรักมาเฟียร้ายใต้แสงจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!