ความมืดมิดในห้องขังใต้ดินของคฤหาสน์คาร์ลอสไม่ได้อบอวลไปด้วยกลิ่นอับชื้นของความสิ้นหวังอย่างที่รินรดาควรจะรู้สึก หากแต่มันกลับคุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายอันตรายจากกายหนาที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างไร้ซึ่งซุ่มเสียง
เกมของเราคงต้องพักไว้แค่นี้... แต่จำไว้ว่า คืนนี้เธอยังเป็นของฉัน และฉันจะกลับมาทวงต่อจนครบทุกหยาดหยด!
คำประกาศิตที่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาททำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองศึก รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ เธอถอยร่นจนแผ่นหลังบอบบางแนบชิดติดกับผนังปูนเปลือยเย็นเฉียบ ทว่าไอร้อนจากร่างสูงใหญ่ที่ทาบทับเข้ามากลับแผดเผาจนผิวเนื้อเธ้าร้อนผ่าว
"คิดว่าขังฉันไว้ในนี้แล้วจะชนะงั้นเหรอคะ..." เสียงหวานเอ่ยลอดไรฟัน แม้เรียวปากจะสั่นระริกด้วยความหวาดหวั่น แต่ดวงตากลมโตกลับจ้องมองบุรุษตรงหน้าอย่างไม่ยอมแพ้ ศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่คือเกราะป้องกันสุดท้ายที่เธอพยายามหยิบMือขึ้นมาต้านทานมัจจุราชร้ายในร่างมนุษย์
คาร์ลอสแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าและเต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกปลุกเร้า เขาโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาจนปลายจมูกโด่งคมเกือบจะปัดผ่านแก้มเนียน กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่ราคาแพงและน้ำหอมกลิ่นไม้กฤษณาโชยเข้าจู่สติสัมปชัญญะของเธอจนแทบหลุดลอย
"ชนะเหรอ? หึ..." มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้ บีบตรึงมันเข้ากับผนังเหนือศีรษะด้วยแรงเพียงน้อยนิดแต่มันกลับเด็ดขาดจนเธอไม่สามารถขยับหนีได้ "เด็กดื้ออย่างเธอไม่เคยเข้าใจคำว่า 'เกม' ตั้งแต่แรกเลยต่างหาก รินรดา..."
ปลายนิ้วหยาบกร้านไล้จากข้อมือบางขึ้นมาตามเรียวแขนสั่นเทา สัมผัสที่จงใจลูบไล้นั้นไม่ได้มีความอ่อนโยน แต่มันกลับเต็มไปด้วยการคุกคามทางกายที่ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง รินรดากลั้นหายใจเมื่อปลายนิ้วเย็นเฉียบนั้นแตะลงที่คางอิ่ม บังคับให้เธอต้องแหงนเงยใบหน้าขึ้นมารับจ้องมองนัยน์ตาสีรัตติกาลที่ลุกโชนไปด้วยไฟปรารถนา
"ปล่อยฉันนะ..." เธอพยายามเบือนหน้าหนี แต่คาร์ลอสกลับใช้อีกมือหนึ่งรวบเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว แรงปะทะทำให้ร่างอ้อนแอ้นแนบชิดกับแผงอกแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อจนไร้ช่องว่าง ความตึงเครียดและแรงดึงดูดระหว่างเพศระเบิดออกในความมืดทันที
"ปล่อยให้โง่สิ..." เสียงกระซิบพร่าเลื่อนต่ำลงมาคลอเคลียอยู่ข้างใบหูร้อนผ่าว "รู้ไหมว่าเธอทำให้ฉันเสียเวลาไปเท่าไหร่กับการตามจับกماشแมวพยศตัวนี้... และบทลงโทษของคนหนีความจริง มันควรจะเริ่มต้นด้วยอะไรดีล่ะ หืม?"
ริมฝีปากหยักลึกกดจูบลงที่ซอกคอหอมกรุ่นอย่างไร้ความปรานี รินรดาสะดุ้งเฮือก เสียงครางประท้วงหลุดออกจากลำปากเมื่อความเจ็บแปลบผสมผสานกับความวาบหวามแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง สัมผัสรุนแรงแต่เร่าร้อนของเขาทำให้เรี่ยวแรงที่เคยมีมลายหายไปสิ้น ร่างกายของเธอกำลังทรยศต่อจิตสำนึก มันร้อนรุ่มและตอบสนองต่อทุกสัมผัสของเขาอย่างน่าละอาย
"อื้อ... อย่า..." มือเล็กที่พอจะเป็นอิสระพยายามทุบตีลาดไหล่กว้างเพื่อผลักไส แต่สำหรับคาร์ลอสแล้ว แรงแค่นั้นมันไม่ต่างอะไรกับการสะกิดเบาๆ เขายิ่งได้ใจ รวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างเลื่อนลงมาบีบเคล้นสะโพกกลมกลึงผ่านเนื้อผ้าอย่างจาบจ้วง
ความดิบเถื่อนที่เคลือบด้วยความเร่าร้อนทำให้ห้องขังแคบๆ นี้แทบจะไร้อากาศหายใจ คาร์ลอสผงศีรษะขึ้นมาสบตาเธอนิ่ง นัยน์ตาดุจพญามารคู่นั้นกวาดมองใบหน้าแดงก่ำและริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการขบกัดของตัวเอง รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยัก
"ปากดีเหลือเกินนะ... แต่ร่างกายเธอกลับทรยศคำพูดของตัวเองซะแล้วสิ รินรดา"
คำพูดเย้าหยอกที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งทำให้หญิงสาวน้ำตาคลอเบ้าด้วยความคับแค้นใจ เธอยอมรับว่าเธอหวาดกลัว... หวาดกลัวทั้งตัวเขาและหวาดกลัวความรู้สึกแปลกประหลาดที่เขากำลังปลุกปั่นมันขึ้นมาในร่างกายของเธอเอง แต่กระนั้น เธอก็ยังคงเชิดหน้าขึ้น สบตากับเขาด้วยความดื้อรั้นที่หลงเหลือ
"ฉันเกลียดคุณ..." เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตฉายแววชิงชังอย่างชัดเจน
คาร์ลอสชะงักไปชั่วขณะ รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าจางหายไปแทนที่ด้วยความมืดมนที่ลึกล้ำยิ่งกว่าเดิม มือหนาเลื่อนขึ้นมาประคองใบหน้าเนียนนุ่ม นิ้วโป้งเกลี่ยไล้ริมฝีปากที่สั่นเทานั้นอย่างแรงจนมันแดงก่ำ ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงมาประกบจูบปิดกั้นเสียงปฏิเสธทั้งหมดด้วยความเร่าร้อนและดุดัน
มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่มันคือการประกาศการครอบครอง... ริมฝีปากหนาบดขยี้กลีบปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนรุกรานเข้าไปกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากเล็กอย่างหิวกระหาย รินรดาสส่งเสียงอืออึงในลำคอ สมองขาวโพลนจนคิดอะไรไม่ออก ร่างกายอ่อนยวบยาบราวกับขี้ผึ้งลนไฟ เธอทำได้เพียงปล่อยให้เขาชี้นำและช่วงชิงลมหายใจไปอย่างไร้ทางสู้
รสจูบที่ลึกซึ้งและยาวนานทำให้เพลิงสวาทลุกโชนขึ้นกลางความมืด คาร์ลอสถอนริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้หญิงสาวได้หอบโกบโกยอากาศเข้าปอดอย่างยากลำบาก หน้าอกอวบอิ่มกระเพื่อมไหวขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่หอบสะท้าน
"เกลียดฉันให้มากๆ นะคะ รินรดา..." เสียงกระซิบแหบพร่าดังชิดริมฝีปากที่บวมเจ่อ "เพราะไม่ว่าเธอจะเกลียดฉันแค่ไหน... คืนนี้ เธอก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือฉันอยู่ดี"
เขากระตุกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ก่อนจะรวบเอวบางขึ้นอุ้มแนบอกด้วยพละกำลังมหาศาล ทำให้รินรดาต้องรีบยกแขนคล้องคอเขาไว้ตามสัญชาตญาณเพื่อไม่ให้ตัวเองร่วงหล่น ท่ามกลางความมืดมิดของคุกใต้ดิน กลิ่นอายแห่งความเร่าร้อนและอันตรายกำลังเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง
ทว่า... ในวินาทีที่คาร์ลอสกำลังจะก้าวเท้าพาเธอออกจากห้องขังไปยังเตียงกว้างในห้องพักส่วนตัว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงพร้อมกับเสียงปืนที่ดังสนั่นขึ้นจากชั้นบนของคฤหาสน์ก็ทำเอาทั้งคู่ต้องชะงักกึก!
"นายครับ! มีคนบุกรุก... ฝ่ายวิคเตอร์มันพาคนบุกเข้ามาทางด้านหลังคาสิโนและกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่ครับ!"
เสียงตะโกนรายงานด้วยความตื่นตระหนกของลูกน้องคนสนิทที่ดังแทรกเข้ามาผ่านเครื่องสื่อสารฉุกเฉิน ทำให้แววตาของคาร์ลอสเปลี่ยนเป็นสีเลือดในพริบตาเดียว ร่างสูงหยุดนิ่ง ใบหน้าคมคายดุดันขึ้นจนน่ากลัว ขณะที่รินรดากลับเบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนความหวังอันริบหรี่
ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
รอยรักมาเฟียร้ายใต้แสงจันทร์•ตอนที่ 4
คืนแรกในคุก
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยรักมาเฟียร้ายใต้แสงจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!