รอยรักมาเฟียร้ายใต้แสงจันทร์•ตอนที่ 29

ศักดิ์ศรีที่ต้องแลก

ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของห้องใต้ดินร้างเคลือบคลุ้งอยู่ในโพรงจมูกจนน่าสะอิดสะเอียน รินรดารู้สึกได้ถึงรสเค็มปร่าของเลือดที่ไหลซึมมุมปาก ผิวเนื้อเนียนละเอียดทั่วร่างบอบช้ำระกำระบำจากแรงกดดันและการทรมานอย่างไร้ความปรานี ทว่าสิ่งที่เจ็บปวดมากกว่าบาดแผลภายนอก กลับเป็นความดื้อรั้นที่ถูกตอกย้ำด้วยเสียงหัวเราะเยาะหยันของวิคเตอร์ “ปากแข็งดีนี่ รินรดา...” เสียงทุ้มต่ำของศัตรูตัวฉกาจดังลอดความมืดเข้ามา ใกล้เสียจนเธอได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระคนกลิ่นบุหรี่ฉุนกึก วิคเตอร์ก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้า ร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมาเหมือนเงาของมัจจุราช “แค่เธอยอมเซ็นเอกสารโอนหุ้นชุดนั้น แล้วบอกฉันว่าคาร์ลอสมันซ่อนบัญชีลับไว้ที่ไหน ชีวิตที่แสนร้าวรานของเธอก็จะจบลงทันที... ไม่ต้องมาทนเจ็บตัวอยู่แบบนี้” รินรดาปรือตาขึ้นช้าๆ แพขนตางอนงามเปียกชื้นไปด้วยหยาดเหงื่อและคราบน้ำตา ดวงตาคู่สวยที่เคยอ่อนแอ บัดนี้กลับฉายแววเด็ดเดี่ยวและดื้อรั้นจนน่าประหลาด เธอแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ทั้งที่ลำคอแห้งผาก “ต่อให้แก... เอาไฟมาเผาร่างกายฉันจนมอดไหม้... ฉันก็ไม่มีวันปริปากหักหลังเขา” น้ำเสียงแหบพร่าแต่หนักแน่นราวกับประกาศิตจากวิญญาณที่ไม่มีวันยอมจำนน เปรี๊ยะ! หลังมือหนาฟาดลงบนแก้มเนียนจนหน้าหัน แรงกระแทกส่งผลให้รสชาติคาวเลือดเด่นชัดยิ่งขึ้น รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก เธอไม่ยอมร้องขอความเห็นใจสักแอะเดียว ศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง และความรักความภักดีที่ถูกหล่อหลอมขึ้นท่ามกลางเพลิงปรารถนากับคาร์ลอส คือสิ่งเดียวที่เธอจะไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาเหยียบยละ “นังนี่! อวดดีนักนะ!” วิคเตอร์กัดฟันกรอดด้วยความโมโหที่ถูกหญิงสาวไร้ทางสู้ท้าทายอำนาจ “ในเมื่อไม่อยากใช้ปากพูดความจริง งั้นก็ใช้ร่างกายของเธอนี่แหละ... เป็นเครื่องสังเวยความพินาศของมันแทน!” วิคเตอร์กระชากกลุ่มผมยาวสลวยของเธอจนหน้าหงาย รินรดาซี้ดปากด้วยความเจ็บร้าว มือหนาหยาบกร้านฉีกทึ้งเสื้อผ้าเนื้อบางบนตัวเธอจนขาดวิ่น เผยให้เห็นผิวเนียนนุ่มที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ ความหวาดกลัววาบขึ้นมาในอกวูบหนึ่ง แต่มันถูกกลบด้วยเปลวเพลิงแห่งความเกลียดชังอย่างรวดเร็ว เธอพยายามดิ้นรนสุดแรงเกิด ใช้เท้าถีบเข้าที่หน้าท้องของชายสารเลว แต่วิคเตอร์กลับรวบข้อสองมือของเธอตรึงไว้เหนือหัวด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย “ดิ้นเข้าไป... ยิ่งเธอพยศมากเท่าไหร่ คาร์ลอสมันคงยิ่งคลั่งตอนที่รู้ว่าของรักของหวงถูกย่ำยีจนแหลقคามือฉัน!” วิคเตอร์โน้มใบหน้าอัปลักษณ์เข้ามาใกล้ ซอกคอขาวถูกริมฝีปากน่าขยะแขยงระดมจูบอย่างไร้ความปรานี รินรดาน้ำตาไหลพรากด้วยความคับแค้นใจ เธอกัดริมฝีปากตัวเองจนห่อเลือด ปรารถนาให้ความตายมาพรากเธอไปเสียตอนนี้ ดีกว่าต้องตกเป็นเครื่องมือทำลายผู้ชายคนนั้น... ผู้ชายคนเดียวที่ครอบครองหัวใจและร่างกายของเธออย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทว่า... ในวินาทีที่ความมืดมนเข้าครอบงำสติสัมปชัญญะ เสียงคำรามต่ำราวกับพญาМรณะก็ระเบิดขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหน้า! ปัง! เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวทะลุกระจกและประตูเหล็กพังครืนลงมาอย่างไร้ความปรานี แรงอัดอากาศจากการพังทลายรุนแรงจนฝุ่นตลบอบอวล วิคเตอร์ยังไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างของเขาก็ถูกกระชากออกอย่างแรงด้วยมืออันทรงพลังราวกับคีมเหล็ก ก่อนที่หมัดหนักหน่วงราวดั่งค้อนปอนด์จะซัดเข้าที่ใบหน้าของวิคเตอร์เต็มแรงจนล้มคว่ำคะมำไม่เป็นท่า คาร์ลอส! ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดฝนและกลิ่นอายความตาย แววตาสีเข้มคู่นั้นวาวโรจน์ดุจปีศาจร้ายที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่งให้เป็นจุล รังสีอำมหิตแผ่ซ่านกดดันจนทุกคนในห้องแทบหยุดหายใจ ใบหน้าหล่อเหลาไร้ซึ่งความปรานี มีเพียงเส้นเลือดที่ปูดโปนตามขมับและลำคอ บ่งบอกถึงโทสะอันไร้ขีดจำกัดที่กำลังแผดเผาทุกอณู “ม... ึง...” วิคเตอร์กระอักเลือดออกมาคำโต พยายามคลานหนีแต่ถูกรองเท้าหนังราคาแพงเหยียบลงที่แผ่นหลังอย่างแรงจนกระดูกแทบหัก “มึงกล้าดียังไง... มาแตะต้องของๆ กู” เสียงของคาร์ลอสเย็นยะเยือก ราวกับหลุดออกมาจากขุมนรก ลมหายใจของเขาหอบกระชั้นด้วยความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งพล่านจนน่ากลัว ปืนในมือเล็งตรงไปที่ศีรษะของวิคเตอร์โดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว วิคเตอร์หัวเราะทั้งเลือดในปาก “ห... หึ... มึงมาก็ดี... ดูสิว่าเมียนรักของมึงมันรักมึงแค่ไหน มันโดนทั้งซ้อมทั้งทรมาน แต่ปากแข็งไม่ยอมบอกความลับของมึงเลยสักคำ... ฮ่าๆๆๆ!” คาร์ลอสชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาดุจเหยี่ยวหันขวับกลับมามองรินรดาที่นอนขดตัวสั่นเทาอยู่บนพื้น เสื้อผ้าฉีกขาดเผยให้เห็นร่องรอยบอบช้ำ หัวใจของมาเฟียผู้ไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใด กระตุกวูบอย่างรุนแรง ความเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นริ้วขึ้นมาในอก เมื่อเห็นสภาพอันน่าเวทนาของผู้หญิงที่เขาตีตราจอง รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา หยาดน้ำตาไหลอาบแก้มเนียนปนเปื้อนคราบเลือด เธอส่งยิ้มอ่อนแรงให้เขาอย่างผู้ชนะ แม้ร่างจะแทบแหลกสลาย แต่แววตาคู่สวยยังคงบอกชัดเจนว่าเธอยังคง “ภักดี” ต่อเขาเสมอ “คาร์ลอส...” เสียงหวานแหบพร่าเอמהชื่อเขาเบาหวิว ก่อนที่สติของเธอจะดับวูบลงด้วยความอ่อนล้า “รินรดา!” คาร์ลอสพุ่งเข้าไปช้อนร่างบอบบางขึ้นมาแนบอกอย่างทะนุถนอม สัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบของผิวเนื้อและลมหายใจที่แผ่วเบา ความโกรธแค้นแปรเปลี่ยนเป็นเพลิงโทสะที่พร้อมจะเผาผลาญทุกชีวิตให้มอดไหม้ไปพร้อมกัน เขาวัดสายตากลับมาที่วิคเตอร์ที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้น “จัดการมันให้สิ้นซาก... อย่าให้มันตายดีเด็ดขาด” สั่งเสียงเหี้ยมเกรียมกับลูกน้องด้านหลัง ก่อนจะอุ้มร่างของหญิงสาวแนบอกแล้วก้าวเดินออกจากห้องนรกนั้นอย่างรวดเร็ว รถยนต์หรูพุ่งทะยานผ่านสายฝนที่โหมกระหน่ำยามค่ำคืน คาร์ลอสนั่งกอดรินรดาไว้แน่นในอ้อมแขน นิ้วเรียวเกลี่ยเส้นผมที่เปียกชื้นออกจากใบหน้าซีดเซียวอย่างเบามือที่สุด หัวใจที่ด้านชามาตลอดชีวิตของมาเฟียหนุ่มกำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง เขาไม่เคยคิดเลยว่า ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ จะยอมแลกแม้กระทั่งชีวิตเพื่อปกป้องความลับและศักดิ์ศรีของเขา เมื่อมาถึงคฤหาสน์ส่วนตัว ทีมแพทย์ถูกเรียกตัวเข้ามาอย่างเร่งด่วน คาร์ลอสยืนมองการทำแผลด้วยใบหน้าเคร่งเครียดและดุดัน จนกระทั่งหมอฉีดยาแก้ปวดและวิตามินให้เธอนอนหลับลึกไปแล้ว บรรยากาศภายในห้องนอนจึงกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เขานั่งลงข้างเตียง กุมมือเรียวที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำขึ้นมาจุมพิตอย่างแผ่วเบาราวกับเธอกระจกแก้วที่เปราะบางที่สุดในโลก ความรู้สึกผิดและเสน่หาถาโถมเข้ามาจนแน่นอก “เธอโง่มาก... รินรดา” เขาพึมพำกับความเงียบงัน ริมฝีปากหยักลึกกดจูบลงที่หลังมือของเธอ “ทำไมถึงดื้อด้านนัก... ทำไมถึงยอมเจ็บตัวเพื่อฉันขนาดนี้” รินรดาที่ควรจะหลับใหลสนิท ภายใต้ฤทธิ์ยา กลับขยับเปลือกตาช้าๆ ในความมืดสลัว เธอปรือตามองชายหนุ่มที่กำลังแสดงด้านที่อ่อนโยนที่สุดให้เธอเห็น ริมฝีปากที่บวมช้ำขยับยิ้มน้อยๆ อย่างอ่อนแรง คาร์ลอสสังเกตเห็นการเคลื่อนไหว เขาน้อมใบหน้าลงมาใกล้ กระซิบเสียงพร่าข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันลึกล้ำและคำประกาศิตที่ไม่อาจขัดขืน “ในเมื่อเธอเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องฉันขนาดนี้... รินรดา... นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ทั้งร่างกาย หัวใจ และลมหายใจของเธอ จะเป็นของฉันแต่เพียงผู้เดียว... และฉันจะไม่มีวันยอมปล่อยให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องรอยแผลเหล่านี้บนตัวเธออีกเด็ดขาด” เขายื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ ปลายจมูกโด่งคลอเคลียข้างแก้มเนียน ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินร่องคอระหง ริมฝีปากหยักลึกลงสัมผัสกลีบปากที่บวมช้ำอย่างอ่อนโยนปนเร่าร้อน รินรดาสั่นสะท้านไปทั้งร่างยามเมื่อสัมผัสอันคุ้นเคยปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในกายให้ตื่นขึ้น ทว่าก่อนที่บทเพลงรักอันเร่าร้อนจะเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความมืด เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะหัวเตียงก็แผดเสียงกรีดร้องทำลายความเงียบขึ้นมาอย่างกะทันหัน คาร์ลอสขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด เขากดรับสายด้วยมือเดียวโดยไม่ละสายตาจากใบหน้าหวาน เผยอริมฝีปากเตรียมจะด่ากราดปลายสายที่บังอาจขัดจังหวะ แต่ทว่า... ประโยคสั้นๆ ที่ดังลอดออกมาจากลำโพง กลับทำให้ดวงตาคมกริบของมาเฟียหนุ่มเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด! “นายครับ... ศพของวิคเตอร์ที่เราขังไว้... มันหายไปจากห้องใต้ดินครับ!” ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งสู่ห้วงปรารถนาอันตรายนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยรักมาเฟียร้ายใต้แสงจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%