รอยรักมาเฟียร้ายใต้แสงจันทร์•ตอนที่ 31

รอยเลือดบนทางรัก

ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
เสียงคำรามต่ำในลำคอของวิคเตอร์ยังไม่ทันจางหายจากโถงทางเดินอับชื้น กลิ่นดินปืนและกลิ่นเลือดคาวคลุ้งก็เข้าแทนที่ในเสี้ยววินาที ร่างบางของรินรดายังคงสั่นสะท้านอยู่ในอ้อมแขนที่แกร่งดั่งกำแพงเหล็กของคาร์ลอส แววตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เมื่อความตายเพิ่งจะเฉียดผ่านศีรษะไปเพียงมิลลิเมตรเดียว "ระวัง!" คาร์ลอสคำรามลั่น ประสาทสัมผัสของเจ้าพ่อมาเฟียผู้ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วนทำงานเร็วกว่าความคิด ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทจากเงานอกหน้าต่างเล็งตรงมายังร่างระหงของหญิงสาวที่เขากำลังปกป้อง ในวินาทีเป็นตายเท่ากันนั้น ร่างสูงใหญ่ไม่มีลังเลแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว เขาพลิกกายเข้าโอบกอดและใช้แผ่นหลังหนาของตนเองเป็นโล่มนุษย์รับคมกระสุนแทนเธออย่างไม่คิดชีวิต *ปัง!* เสียงปืนสนั่นหวั่นไหวสะท้อนก้องไปทั่วผนังหินอ่อน แรงปะทะจากหัวกระสุนที่เจาะทะลุเนื้อผ้าและฝังลึกเข้าไปในแผ่นหลังของคาร์ลอสทำให้ร่างของเขากระตุกวูบ เลือดสีสดอุ่นๆ ไหลซึมผ่านเสื้อเชิ้ตเนื้อดี ย้อมอาบแผ่นหลังกว้างในพริบตา กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงและกลิ่นอายบุรุษที่รินรดาคุ้นเคย "คาร์ลอส!" เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจสุดขีดหลุดออกจากริมฝีปากบางของรินรดา ดวงตากลมโตเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตา ความรู้สึกผิด ความตกใจ และความหวาดกลัวตีรวนขึ้นมาจุกอกจนแทบหายใจไม่ออก มือเรียวเล็กพยายามยกขึ้นสัมผัสแผ่นอกแกร่งที่ตอนนี้กำลังกระเพื่อมไหวด้วยลมหายใจถี่กระชั้น คาร์ลอสกัดฟันแน่น ใบหน้าคมคายเหเกร็งด้วยความเจ็บปวด แต่ดวงตาสคมเข้มคู่นั้นกลับไม่ได้มองบาดแผลของตัวเองเลย เขากลับจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอด้วยความห่วงหาอาทรอย่างสุดซึ้ง ราวกับว่าความเจ็บปวดทางกายทั้งหมดเทียบไม่ได้เลยกับการที่เห็นเธอยังปลอดภัย "ฉัน... บอกแล้วใช่ไหม ว่าไม่มีใครหน้าไหนแตะต้องเธอได้... แม้แต่เงาของความตายก็ไม่มีสิทธิ์" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอמהกระซิบชิดริมฝีปากของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่บนพวงแก้มเต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่แม้แต่บาดแผลฉกรรจ์ก็ไม่อาจลดทอนลงได้ ร่างสูงทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งอย่างฝืนทน แต่วงแขนแกร่งยังคงกอดกระหวัดเอวบางของเธอไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก ไม่ยอมปล่อยให้เธอหลุดมือไปไหนเด็ดขาด วิคเตอร์ที่เห็นเหตุการณ์สบถออกมาอย่างหัวเสียเมื่อลูกสมุนยิงพลาดเป้าหมายสำคัญ ก่อนที่เสียงฝีเท้าของบอดี้การ์ดฝ่ายคาร์ลอสจะกรูเข้ามาสมทบ ทำให้ศัตรูหนุ่มต้องรีบถอยร่นหายลับไปในความมืด พร้อมกับทิ้งร่องรอยความเสียหายไว้เบื้องหลัง "นายครับ!" ลูกน้องคนสนิทรีบวิ่งเข้ามาประคอง แต่คาร์ลอสกลับโบกมือปฏิเสธ สายตาคมกริบยังคงจับจ้องอยู่ที่รินรดาเพียงผู้เดียว "ออกไปให้หมด..." น้ำเสียงเฉียบขาดเอ่ยสั่งด้วยอำนาจเด็ดขาด แม้บาดแผลที่หลังจะเลือดไหลไม่หยุดจนความอ่อนล้าเริ่มกัดกินร่างกาย บอดี้การ์ดทุกคนก้มหน้ารับคำและถอยร่นออกไปด้านนอก ปล่อยให้ทั้งสองคนจมอยู่ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดและร้อนระอุไปด้วยแรงอารมณ์ รินรดาน้ำตาคลอเบ้า มือสั่นเทาพยายามจะฉีกเสื้อผ้าบริเวณแผ่นหลังของเขาเพื่อดูบาดแผล "คุณบ้าหรือเปล่าคาร์ลอส! ทำไมต้องเอาตัวมาบังฉัน ทำไมไม่หลบไป..." "เพราะเธอคือผู้หญิงของฉัน..." คาร์ลอสสวนกลับทันควัน น้ำเสียงดุดันแต่เต็มไปด้วยความลึกล้ำทางอารมณ์ เขาใช้มือข้างหนึ่งจับข้อมือเล็กทั้งสองข้างของเธอตรึงไว้กับผนังห้องเย็นเยียบ ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินผิวแก้มเนียนจนเธอสะท้านเยือก แรงดึงดูดระหว่างเขากับเธอนั้นรุนแรงเสียจนความเจ็บปวดจากบาดแผลกลายเป็นเพียงสิ่งเร้าที่ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวมาเฟียหนุ่มให้ตื่นขึ้น ดวงตาสีเข้มดุดันจ้องมองริมฝีปากสั่นระริกของเธอ ราวกับสัตว์ป่ากระหายเหยื่อที่ต้องการครอบครองสิ่งที่ตนปกป้องด้วยชีวิต รินรดารู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวระทึก ไม่ใช่เพราะความกลัวจากเหตุการณ์เมื่อครู่ แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่อันตรายและเร่าร้อนจนแทบหลอมละลาย "มองฉันสิ รินรดา..." เขาเอמהกระซิบเสียงพร่า ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกชนกัน "เธอทำให้ฉันคลั่ง... ทำให้ฉันยอมแลกได้แม้กระทั่งลมหายใจ แล้วเธอคิดว่าฉันจะยอมปล่อยให้เธอหนีฉันไปไหนได้อีกอย่างนั้นหรือ" ริมฝีปากหนาประกบจูบลงบนเรียวปากอิ่มของเธออย่างไร้ความปรานี รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความดุดันและเรียกร้อง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งวาบหวามที่ดึงดูดสติสัมปชัญญะของหญิงสาวให้หลุดลอย รินรดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ทำได้เพียงน้อยนิด เมื่อร่างกายและหัวใจของเธอกลับทรยศด้วยการตอบสนองสัมผัสอันเร่าร้อนนั้นอย่างเต็มใจ ความอบอุ่นจากร่างกายของเขาผสมผสานกับกลิ่นอายอันตรายที่เธอพยายามหนีมาตลอด กลับกลายเป็นกรงขังทางอารมณ์ที่เธอเต็มใจจะก้าวเข้าไป มือหนาของคาร์ลอสลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้ชุดเดรสเข้ารูปอย่างช้าๆ ปลุกเร้าทุกอณูผิวให้ลุกฮือด้วยเพลิงสวาทที่แผดเผา ความเจ็บปวดจากกระสุนปืนดูเหมือนจะยิ่งเติมเชื้อไฟให้ความปรารถนาของเขารุนแรงและดิบเถื่อนยิ่งขึ้นไปอีก สัมผัสที่หนักหน่วงและวาบหวามทำให้รินรดาส่งเสียงครางแผ่วเบาในลำคออย่างลืมตัว ความหอมหวานของเธอกลืนกินความเจ็บปวดของเขาจนหมดสิ้น ในขณะที่เพลิงปรารถนากำลังโหมกระหน่ำจนทั้งสองร่างหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางความเงียบงันของห้องพัก V.I.P. เสียงเคาะประตูก็กระแทกเข้ามาทำลายบรรยากาศอย่างไม่รู้กาลเทศะ *ก๊อก ก๊อก ก๊อก!* "นายครับ... มีสายด่วนจากต่างประเทศ แจ้งเรื่องความเคลื่อนไหวของตระกูลวิคเตอร์ และ... มีคนส่งพัสดุมาถึงคุณรินรดาครับ" คาร์ลอสหยุดชะงักริมฝีปากที่กำลังซุกไซส์ซอกคอขาวเนียน ดวงตาสคมเข้มวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ แต่เมื่อได้ยินคำว่า "พัสดุถึงรินรดา" แววตาสีเข้มก็หรี่แคบลงทันด้วยความสงสัยระคนสังหรณ์ใจ เขายังคงตรึงร่างบางไว้ใต้เงาร่างของตนเอง ปลายจมูกยังคลอเคลียอยู่กับพวงแก้มแดงก่ำของหญิงสาว ขณะที่เสียงทุ้มต่ำเอמהกระซิบข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยคำสั่งเด็ดขาดที่ไม่อาจปฏิเสธ "อย่าเพิ่งไปไหน... อยู่ตรงนี้ รอฉัน" คาร์ลอสผละกายออกจากเธอช้าๆ ด้วยความไม่เต็มใจ รอยเลือดจากแผลยังคงซึมติดเสื้อ แต่นัยน์ตากลับดุดันน่าเกรงขาม เขาก้าวไปเปิดประตูรับซองเอกสารสีน้ำตาลปริศนาจากมือลูกน้อง ก่อนจะแกะมันออกด้วยมือข้างเดียว และเมื่อก้มลงมองภาพถ่ายที่อยู่ด้านใน ร่างสูงก็ชะงักกุน นัยน์ตาสีเข้มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงระคนโกรธเกรี้ยวอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน รินรดารู้สึกใจหายวาบเมื่อเห็นปฏิกิริยานั้น เธอก้าวเข้าไปใกล้เพื่อจะมองสิ่งที่อยู่ในมือเขา... และภาพที่ปรากฏอยู่บนกระดาษใบนั้น ก็ทำให้ลมหายใจของเธอแทบหยุดสะดุดลงทันที ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งสู่ห้วงเสน่หาอันตรายนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยรักมาเฟียร้ายใต้แสงจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%