กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสูงสุดของคาสิโนหรู ไม่ได้ช่วยลดทอนความร้อนระอุที่แผดเผาอยู่ระหว่างคนทั้งคู่ลงได้เลยแม้แต่น้อย รินรดาสบตาคมกริบของคนที่อยู่เบื้องบน หัวใจที่กำลังเต้นเร่าด้วยไฟสวาทกลับต้องกระตุกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อปลายนิ้วแข็งแกร่งที่เคยลูบไล้ไปตามเรือนร่างของเธอกลับหยุดชะงักลงอย่างไร้เยื่อใย
แววตาดิบเถื่อนที่เคยเต็มไปด้วยความปรารถนาอันดิบกระด้าง บัดนี้กลับไหววูบลงชั่วขณะ คล้ายมีเงาอดีตอันดำมืดพาดผ่านนัยน์ตาคู่นั้น เป็นประกายความเจ็บปวดที่คาร์ลอสไม่เคยเปิดเผยให้ใครได้เห็น
“คิดว่าฉันอยากกักขังเธอไว้เพราะความสนุกอย่างเดียวงั้นเหรอ รินรดา...”
เสียงทุ้มต่ำที่สั่นพร่าเล็กน้อยลอดผ่านไรฟันของมาเฟียหนุ่ม มันไม่ใช่เสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวเช่นเคย หากแต่เต็มไปด้วยรอยร้าวลึกที่ยากจะคาดเดา ร่างสูงใหญ่ถอนกายออกจากการชิดใกล้ แม้ความต้องการทางกายจะยังคงปะทุเดือดพล่านอยู่ภายใต้ผิวหนัง แต่กำแพงในใจที่เขาสร้างมาตลอดหลายปีกลับสั่นคลอนอย่างรุนแรงเพียงเพราะแววตาตื่นตระหนกแต่ดื้อรั้นของหญิงสาวตรงหน้า
รินรดายันกายลุกขึ้นจากโซฟาหนังราคาแพงอย่างทุลักทุเล มือเรียวรีบดึงสาบเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งของเขาที่หลุดรุ่ยให้กลับมาปกปิดเนินเนื้ออิ่มที่กระกระชั้นขึ้นลงตามจังหวะหายใจหอบถี่ ความหวาดระแวงยังคงฉายชัดในหน่วยตาคู่สวย แต่ความอยากรู้อยากเห็นกลับพุ่งทะยานขึ้นมาแทนที่ความกลัว
“ถ้าไม่ใช่เพราะอยากเล่นสนุก... แล้วเพราะอะไรคะ ทำไมคุณถึงต้องจองจำฉันไว้ด้วยความเกลียดชังขนาดนี้ ทั้งที่เราสองคนไม่ได้มีเรื่องบาดหมางอะไรกันมาก่อนเลยในชีวิต” เสียงหวานเอ่ยถามด้วยความสั่นเครือ แม้จะพยายามควบคุมน้ำเสียงให้มั่นคงเพียงใด แต่ความหวาดหวั่นก็ยังเจืออยู่ในทุกพยางค์
คาร์ลอสแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข เต็มไปด้วยหยาดหยันและรอยแผลเป็นในอดีต เขาเดินผละไปยืนหันหลังให้เธอที่หน้ากระจกบานยักษ์ ทอดสายงามมองแสงไฟระยิบระยับของเมืองเบื้องล่าง มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
“ไม่ได้บาดหมางงั้นเหรอ... หึ เธอมันก็แค่เด็กสาวไร้เดียงสาที่เกิดมาบนกองเงินกองทองในอดีต จะไปรู้ซึ้งอะไรกับความฉิบหายที่ตระกูลของเธอเคยฝากไว้” คาร์ลอสหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้าอีกครั้ง แววตาดุดันคู่นั้นแดงก่ำด้วยเพลิงแค้นที่ถูกจุดขึ้นมาใหม่ “พ่อของเธอ...ไอ้คนหน้าตัวเมียที่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีและครอบครัวฉันจนไม่เหลือชิ้นดี จนแม่ของฉันต้องตรอมใจตายคาคาสิโนเก่าๆ ที่ไม่มีใครเหลียวแล!”
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจรินรดาร่างบางเซถอยหลังไปชนกับพนักโซฟา ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ใบหน้าหวานซีดเผือดลงทันที
“คุณ...คุณหมายความว่ายังไง พ่อฉันเนี่ยนะ ท่านเป็นนักธุรกิจที่ซื่อสัตย์มาตลอดชีวิต ท่านจะไปทำอะไรให้ครอบครัวคุณ...”
“ซื่อสัตย์งั้นเหรอ!” คาร์ลอสพุ่งเข้ามาประชิดตัวเธอด้วยความเร็วราวดั่งเสือร้ายที่ตะครุบเหยื่อ มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวทั้งสองข้าง บีบแน่นจนรินรดาร้าวรานไปถึงกระดูก แต่ความเจ็บปวดทางกายยังเทียบไม่ได้กับความเจ็บปวดในแววตาของเขาที่กำลังจ้องลึกเข้ามาในดวงตาเธอ “คำว่าซื่อสัตย์ของคนตระกูลเธอมันก็แค่หน้ากากจอมปลอมที่ใช้เหยียบหัวคนอื่นขึ้นไปสู่จุดสูงสุด พ่อของเธอโกงทุกอย่าง ฮุบทุกกิจการ และฆ่าพ่อของฉันทางอ้อมด้วยการบีบให้ล้มละลาย!”
“ไม่จริง... พ่อฉันไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้นแน่!” รินรดาส่ายหน้าปฏิพัทธ์ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความอึดอัดคับ
“โกหก! เธอก็เหมือนคนในครอบครัวเธอ รักษาแต่ผลประโยชน์และหลอกลวง!” คาร์ลอสคำรามลั่นห้อง แรงอารมณ์ที่อัดอั้นมานานนับสิบปีระเบิดออกมาเป็นความโกรธเกรี้ยวที่ผสมผสานกับความปรารถนาอันบิดเบี้ยว เขากระชากร่างบางเข้าหาตัวจนแนบชิด ลมหายใจร้อนผ่าวปะทะกันอย่างรุนแรง
ความแค้นในอดีตกำลังเรียกร้องหาการชำระสะงัด แต่กลิ่นกายหอมกรุ่นและความนุ่มนวลของเรือนร่างที่แนบชิดกลับเร้าให้ไฟสวาทลุกโชนขึ้นมาอีกระลอกอย่างไม่น่าเชื่อ คาร์ลอสโน้มใบหน้าลงต่ำ ซุกไซร้ซอกคอขาวเนียนด้วยความโหยหาและลงทัณฑ์ในคราวเดียวกันริมฝีปากร้อนจัดขบเม้มผิวเนื้ออ่อนจนเกิดรอยแดงช้ำไปทั่ว
“ปล่อยนะคะ... อื้อ คาร์ลอส!” รินรดาพยายามผลักไสอกแกร่ง แต่แรงอันน้อยนิดของเธอกลับไม่ได้ทำให้มาเฟียหนุ่มสะดุ้งสะเทือนเลยแม้แต่น้อย มือหนาลูบไล้ต่ำลงมาที่สะโพกผาย บีบเคล้นอย่างแรงด้วยอารมณ์ดิบเถื่อนที่ถูกปลุกเร้าจนควบคุมไม่ได้
สัมผัสที่ทั้งรุนแรงและเย้ายวนทำให้สมองของรินรดาสะท้านวาบ ความโกรธแค้นในอดีตของเขาทำให้เธอเข้าใจความเจ็บปวดนั้น แต่เธอก็ไม่ใช่ตุ๊กตาที่จะต้องมารองรับความแค้นนี้ฝ่ายเดียว ความดื้อรั้นในสายเลือดพุ่งพล่านขึ้นมา หญิงสาวกัดฟันกรอด ก่อนจะใช้มือเรียวที่ว่างอยู่จิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างภายใต้ร่มผ้าของเขาเพื่อระบายความเจ็บปวดและต่อต้าน
ความเจ็บแปลบที่แผ่นหลังทำให้คาร์ลอสชะงัก เขาผงศีรษะขึ้นจ้องมองหญิงสาวใต้ร่างด้วยแววตาคาดไม่ถึง ริมฝีปากหนาเหยียดยิ้มหยันแต่แฝงไว้ด้วยความเร่าร้อน
“ดื้อด้านไม่เบานี่... คิดว่าจะสู้ฉันได้งั้นเหรอ รินรดา”
“ฉันไม่ใช่ตัวแทนความแค้นของคุณ... ถ้าเกลียดฉันนัก ทำไมไม่ฆ่าฉันให้ตายไปซะล่ะคะ!” รินรดาย้อนถามเสียงสั่น สะอื้นไห้ด้วยความคับแค้นใจ แต่ดวงตากลับจ้องมองเขาอย่างไม่เกรงกลัว
คาร์ลอสหัวเราะในลำคอแผ่วเบา ใบหน้าหล่อเหลาคมคายโน้มลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่บวมเจ่อจากการจุมพิต รอรสสัมผัสที่ทั้งอันตรายและเย้ายวนใจจนคนฟังแทบหยุดหายใจ
“ฆ่างั้นเหรอ... มันง่ายเกินไปสำหรับคนตระกูลเธอ” มือหนาเลื่อนขึ้นมาลูบไล้แก้มเนียนที่เปื้อนคราบน้ำตาอย่างแผ่วเบา น้ำเสียงทุ้มต่ำเปลี่ยนเป็นแหบพร่าและอันตรายยิ่งกว่าเดิม “ฉันจะลงทัณฑ์เธอให้จมอยู่ใต้ร่างฉันทุกค่ำคืน จนกว่าเธอจะลืมชื่อสกุลของตัวเอง... และจำไว้แค่ว่า ร่างกายนี้เป็นของฉันแต่เพียงผู้เดียว”
ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบขาดใจ ประตูห้องทำงานที่ปิดสนิทก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่มีการเคาะขออนุญาต ร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก
“ขอโทษทีนะที่ขัดจังหวะเวลาสวีท... แต่ดูเหมือนว่าความลับที่นายพยายามปิดบังผู้หญิงคนนี้มาตลอด กำลังจะมีคนอื่นรู้ง่ายกว่าที่คิดแล้วล่ะ คาร์ลอส” เสียงทุ้มของวิคเตอร์เอ่ยขึ้น พร้อมกับชูเอกสารซองสีน้ำตาลในมือขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่น่ากลัว
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้าง "กุหลาบอาบแสงจันทร์" เสมอมานะคะ
รอยรักมาเฟียร้ายใต้แสงจันทร์•ตอนที่ 12
ความลับในอดีต
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยรักมาเฟียร้ายใต้แสงจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!