รอยรักมาเฟียร้ายใต้แสงจันทร์•ตอนที่ 10

กับดักหัวใจ

ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
เสียงกระสุนนัดสุดท้ายที่เจาะทะลุกระจกกันกระสุนยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของรินรดา ทว่าสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงคำรามของอาวุธสงคราม กลับเป็นความเงียบงันที่ปกคลุมห้องทำงานหรูหราบนชั้นสูงสุดของคาสิโน คาร์ลอสยืนค้ำร่างสูงใหญ่ของเขาอยู่เบื้องหน้า หญิงสาวตัวสั่นเทาหยาดน้ำตาคลอหน่วยในดวงคู่สวยที่พยายามอย่างยิ่งยวดที่จะไม่แสดงความอ่อนแอออกมาให้เขาเห็น ศักดิ์ศรีที่เธอพยายามปกป้องมาตลอดเริ่มร้าวรานราวกับแผ่นกระจกที่ถูกค้อนทุบซ้ำๆ เมื่อเผชิญหน้ากับความดิบเถื่อนและอำนาจมืดที่ไร้ความปรานีของเจ้าพ่อมาเฟีย “เธอคิดว่าน้ำตาบ้าๆ นี่จะช่วยล้างหนี้สิบล้านฟรังก์ของครอบครัวเธอได้หรือไง รินรดา” น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของคาร์ลอสบาดลึกเข้าไปในความรู้สึก เขาก้มลงมองร่างบางที่หดตัวเข้าหากันด้วยแววตาดุดันราวกับพญาราสีที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ แต่ทว่า... ลึกเข้าไปในนัยน์ตาสีรัตติกาลคู่นั้นกลับมีประกายความสับสนบางอย่างวาบผ่าน ร่างกายบอบบางที่สั่นสะท้อนด้วยความหวาดกลัวและเหนื่อยล้ากำลังสั่นคลอนความแข็งกร้าวที่เขาเคยยึดถือเป็นกฎเหล็ก รินรดาเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำจ้องมองเขาอย่างท้าทายแม้เรียวปากจะสั่นระริก “ถ้าคุณอยากได้ชีวิตฉันนัก... ก็ฆ่าฉันเสียทีสิคะ! ดีกว่าต้องมาทนอยู่ให้คุณย่ำยีศักดิ์ศรีจนไม่เหลือความเป็นคนแบบนี้!” คำพูดที่กลั่นออกมาจากความอัดอั้นตันใจทำให้คาร์ลอสชะงักกึก สัญชาตญาณดิบเถื่อนที่เคยควบคุมทุกอย่างในอาณาจักรของเขาสะดุดลงชั่วขณะ ภาพของหญิงสาวผู้ดื้อรั้นคนนี้ที่ยืนหยัดสู้ตาแข็งใส่เขาในทุกๆ ครั้ง ซ้อนทับเข้ากับความเปราะบางหยาดเยิ้มตรงหน้า หัวใจที่ด้านชาและเต้นด้วยจังหวะแห่งผลกำไรและการฆ่าฟันมาโดยตลอด กลับกระตุกวูบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน “ฉันไม่ฆ่าง่ายๆ หรอก...” คาร์ลอสขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นแรงดึงดูดอันตรายที่ร้อนรุ่ม เขาพุ่งเข้าประชิดตัวเธอด้วยความเร็วราวกับเสือชีตาห์ รวบเอวบางไว้ด้วยแขนข้างเดียวแล้วกระชากเข้าหาแนบอกแกร่งจนรินรดาอุทานออกมาด้วยความตกใจ กลิ่นกายหอมละมุนผสมกับกลิ่นอายความหวาดกลัวบนเรือนร่างของเธอปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวเขาให้ตื่นขึ้น คาร์ลอสโน้มใบหน้าลงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดซอกคอขาวผ่องที่ยังคงมีรอยแดงจางๆ จากการบีบเคล้นเมื่อไม่นานมานี้ “ในเมื่อเธอเลือกที่จะเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องพวกมัน... งั้นก็จำใส่สมองเอาไว้ว่า ร่างกายนี้ ลมหายใจนี้ และทุกหยาดหยดของเธอ... เป็นของฉันแต่เพียงผู้เดียว!” ริมฝีปากร้อนจัดประทับลงบนซอกคอระหงอย่างไร้ความปรานี สัมผัสทั้งดิบเถื่อนและเรียกร้อง รินรดาสะท้านเฮือก เปลือกตาปิดสนิทเมื่อความรู้สึกวابหวามตีคู่มากับความชอกช้ำ มือเรียวพยายามทุบอกแกร่งเพื่อผลักไส แต่แรงอันน้อยนิดนั้นเทียบไม่ได้เลยกับกำแพงมนุษย์ที่โอบล้อมเธอไว้ “ปล่อย... อื้อ... คาร์ลอส ปล่อยฉันนะ!” เสียงประท้วงถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อริมฝีปากหยักลึกบด3ขยี้ลงมาบนเรียวปากอิ่มของเธออย่างดุดัน รสจูบที่เปี่ยมไปด้วยความโกรธเกรี้ยวในตอนแรก ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงอุณหภูมิความร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นความเร่าร้อนที่แผดเผาทุกสติสัมปชัญญะ คาร์ลอสขบเม้มริมฝีปากเธอบังคับให้เปิดรับความวาบหวามที่เขาป้อนให้อย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนเกี่ยวพันตักตวงความหวานล้ำที่ทำให้รินรดาลืมสิ้นทุกความโกรธแค้น ความอ่อนแอที่เธอบ่งบอกผ่านหยาดน้ำตาและเสียงสะอื้นเบาๆ กลับกลายเป็นยาพิษชั้นดีที่ทำให้มาเฟียผู้ไร้หัวใจอย่างเขายอมสยบ ฝ่ามือใหญ่ที่เคยหยิบจับอาวุธปลิดชีพคนอย่างไม่ลังเล บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นลูบไล้แผ่นหลังเนียนนุ่มภายใต้ชุดเดรสเข้ารูปอย่างทะนุถนอมโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีทั้งหมดหลอมละลายหายไปในห้วงอารมณ์เสน่หาที่โหมกระหน่ำ รินรดารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมดิ่งลงไปในมหาสมุทรแห่งความปรารถนาที่เขาเป็นผู้สร้างขึ้น ร่างกายของเธอทรยศต่อจิตสำนึก ทุกสัมผัสจากปลายนิ้วแข็งแกร่งที่ลากไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าทำให้เธอต้องแอ่นอกรับความซ่านสยิวอย่างช่วยไม่ได้ ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันเป็นจังหวะเดียวกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวระทึกจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เมื่อคาร์ลอสช้อนอุ้มร่างบางขึ้นแนบอก ก้าวเดินไปยังโซฟาหนังตัวยาวกลางห้องโดยไม่ยอมถอนจูบออกแม้แต่วินาทีเดียว รินรดาก็หลับตาลงรับชะตากรรมด้วยความยอมจำนนต่อแรงดึงดูดอันมืดมน เขาค่อยๆ วางเธอลงอย่างเบามือราวกับเธอกลายเป็นสิ่งของล้ำค่าที่สุดในชีวิตที่เขาเกรงว่าจะแตกสลาย ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววดุดัน บัดนี้เต็มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความเสน่หาที่ยากจะต้านทาน คาร์ลอสโน้มตัวลงทาบทับร่างของเธอไว้ทั้งหมด เงาร่างของเขากลืนกินแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างกระจกบานใหญ่ มือหนาปลดกระดุมเสื้อของตัวเองออกอย่างเร่งรีบ ก่อนจะก้มลงพรมจูบไปทั่วลาดไหล่เนียนและเนินอกอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามแรงอารมณ์ “จำไว้... ว่าเธอไม่มีสิทธิ์หนีฉันไปไหนอีกแล้ว” เขาคำรามชิดริมฝีปากเธอ ก่อนจะมอบสัมผัสที่ลึกซึ้งและร้อนแรงเกินกว่าจะหักห้ามใจได้ลง ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันตรายและความหอมหวานที่เคล้าคลอด้วยหยาดน้ำตา รินรดาปล่อยให้ตัวเองล่องลอยไปกับอ้อมแขนของซาตานร้าย โดยไม่รู้เลยว่า... ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างของใครบางคนก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ในความมืด! "ดูเหมือนว่าฉันจะมาขัดจังหวะความสุขของนายสินะ... คาร์ลอส" เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกของวิคเตอร์เอ่ยขึ้น พร้อมกับเสียงปรบมือเบาๆ สองสามครั้งที่ดังขึ้นทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงในพริบตา! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยรักมาเฟียร้ายใต้แสงจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%