รอยรักมาเฟียร้ายใต้แสงจันทร์•ตอนที่ 24

จุมพิตทวงคืน

ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
กลิ่นควันดินปืนและกลิ่นอายความพินาศยังคงลอยอวลอยู่ปลายจมูก ทว่าในห้องทำงานส่วนตัวชั้นบนสุดของคาสิโนหรู บรรยากาศกลับอัดแน่นไปด้วยแรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเปลวเพลิงที่กำลังแผดเผาท่าเรือหมายเลข 7 เสียอีก หน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานสลักลายวิจิตรแสดงภาพซากความเสียหายมูลค่ามหาศาล ทว่าดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีของคาร์ลอสกลับไม่ได้มองมันเลย ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเนื้อดีที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกอย่างลวก ๆ กำลังยืนประจันหน้ากับความจริงที่โหดร้าย—คนที่อยู่เบื้องหลังความพินาศครั้งนี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นมือขวาที่เขาเคยไว้วางใจให้ดูแลบัญชีเลือดของตระกูล "นายครับ... ผม..." เสียงสั่นพร่าของลูกน้องคนสนิทดังขึ้น พร้อมกับกระบอกปืนที่สั่นเทาในมือซึ่งถูกโยนทิ้งลงแทบเท้าของเจ้าพ่อใหญ่ คาร์ลอสไม่แม้แต่จะชายตามองอาวุธชิ้นนั้น มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างเยียบเย็น เป็นรอยยิ้มที่อันตรายยิ่งกว่าความตาย ร่างสูงก้าวเข้าไปหาช้า ๆ ทว่าทรงพลังกดดันจนอีกฝ่ายแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ก่อนที่เสียงปืนจะคำรามขึ้นเพียงนัดเดียวโดยไม่มีแม้แต่คำร่ำลา รินรดาที่ยืนหลบมุมอยู่เงียบ ๆ สะดุ้งเฮือก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความดิบเถื่อนที่ไร้ซึ่งความปรานีของชายหนุ่มตรงหน้าทำให้เธอรับรู้ได้ถึงรัศมีแห่งอันตรายที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูอากาศ เธอกำลังจะถอยหลังเพื่อหลีก "จะไปไหน... รินรดา" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นราวกับอ่านใจได้ ก่อนที่เอวบางจะถูกคว้าหมับด้วยท่อนแขนแกร่งดั่งคีมเหล็ก ร่างของเธอถูกดึงเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างที่สะุกไปด้วยกลิ่นอายเลือดและอะดรีนาลีนที่พุ่งพล่าน คาร์ลอสฝังใบหน้าคมคายลงกับซอกคอหอมกรุ่นของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดผิวเนื้อทำให้ขนลุกชันไปทั่วร่าง "ปล่อยฉันนะคาร์ลอส... คุณกำลังสติหลุด..." เธอดิ้นรนขัดขืน มือเล็กพยายามผลักไสไหล่กว้าง ทว่ายิ่งขัดขืนเท่าไหร่ วงแขนที่โอบรัดก็ยิ่งรัดแน่นราวกับต้องการฝังร่างของเธอให้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเขา "สติหลุดงั้นเหรอ?" คาร์ลอสแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนและโทสะหันมาจ้องมองเธอราวกับสัตว์ป่ากำลังจ้องเหยื่ออันโอชะ "โลกของฉันกำลังพังทลาย คนที่ฉันไว้ใจที่สุดแทงข้างหลังฉัน... แต่เธอกisรินรดา เธอยังยืนอยู่ตรงนี้... อยู่ในอ้อมแขนของฉัน" น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นความแหบพร่าและเต็มไปด้วยความปรารถนาอันดิบเถื่อน มือหนาเลื่อนขึ้นกอบกุมคางมนบังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับสัมผัส รสจูบที่ระAบลงมาไม่ได้มีความนุ่มนวลอ่อนหวาน หากแต่เป็นการ "ทวงคืน" และ "ครอบครอง" อย่างเอาแต่ใจ ริมฝีปากร้อนผ่าวบดขยี้กลีบปากนุ่มอย่างเร่าร้อนและเรียกร้อง ลิ้นหนารุกล้ำเข้าตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย จนรินรดาแทบหมดแรงและต้องเกาะไหล่เขาไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว ความหวาดกลัวเมื่อครู่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นคลื่นอารมณ์วับวามที่ตีรวนอยู่ในท้อง สัมผัสจากมือหนาที่ลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้ชุดเดรสเข้ารูป ทำให้ร่างกายของเธอร้อนรุ่มราวกับถูกไฟแผดเผา คาร์ลอสถอนริมฝีปากออกช้า ๆ ปล่อยให้เธอได้หอบโกบโกยอากาศเข้าปอด ทว่าดวงตาคู่คมกลับฉายแววปรารถนาลึกล้ำที่ไม่อาจต้านทาน "มองฉัน... รินรดา" เขากระซิบชิดริมฝีปาก เสียงพร่าสั่นสะท้านอารมณ์ "ในยามที่ฉันสูญเสียทุกอย่าง มีเพียงเธอ... ที่จะชดเชยความพินาศนี้ให้ฉันได้" ไม่รอให้หญิงสาวได้เอ่ยปฏิเสธ ร่างสูงก็ช้อนอุ้มเธอขึ้นแนบอกด้วยพละกำลังที่เหนือกว่า ก่อนจะก้าวฉับ ๆ ไปยังห้องพักผ่อนส่วนตัวด้านใน แรงปะทะของร่างทั้งสองบนเตียงนอนกว้างสะท้อนถึงความเร่าร้อนที่ถูกกักเก็บไว้มานาน คาร์ลอสทาบทับลงมา ร่างหนาหนักหน่วงที่กดทับตรึงเธอไว้ใต้ร่างทำให้รินรดาตระหนักถึงความจริงข้อหนึ่ง—เธอไม่มีทางหนีพ้นจากเงื้อมมือของมาเฟียร้ายผู้ This ได้เลย ริมฝีปากร้อนจูบซับไปทั่วลาดไหล่เนียนและลำคอระหง มือหนาปลดเปลื้องอาภรณ์ของคู่วิวาห์กำมะหยี่ออกทีละชิ้นอย่างชำนาญและเร่งร้อน ทุกสัมผัสที่ฝากรอยจุมพิตลงบนผิวเนื้อนวลเปล่งประกายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานใหญ่ เต็มไปด้วยความหิวกระหาย ความโกรธแค้นจากเหตุการณ์ระเบิดที่ท่าเรือถูกเปลี่ยนเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่จุดประกายเพลิงสวาทให้ลุกโชนขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด รินรดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง เสียงครางหวานเล็ดลอดริมฝีปากเมื่อนิ้วเรียวและสัมผัสจากเรียวปากของเขาปลุกเร้าจุดอ่อนไหวจนสติกระเจิดกระเจิง ความรู้สึกต่อต้านที่มีมลายหายสิ้น เหลือเพียงความซ่านสยิวที่โอบล้อมเธอไว้ในกำมือ คาร์ลอสเคลื่อนกายเข้าหาด้วยจังหวะที่ลึกซึ้ง หนักหน่วง และเต็มไปด้วยอารมณ์ดิบเถื่อนที่ผสมผสานความอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด ทุกการประสานผ่านและแรงกระตุ้นสะท้อนถึงความต้องการที่จะครอบครองเธอลึกล้ำถึงวิญญาณ เสียงลมหายใจหอบกระชั้นและเสียงครางระคนความสุขสมดังประสานไปกับเสียงคลื่นลมยามค่ำคืน ร่างกายของทั้งคู่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางความมืดมิดและคราบเขม่าแห่งสงครามธุรกิจ คาร์ลอสฝังใบหน้าลงที่ซอกคอของเธอ ขบเม้มเบา ๆ อย่างแสดงความเป็นเจ้าของสูงสุด ราวกับจะประกาศให้โลกรู้ว่าต่อให้ตระกูลของเขาจะพังทลายลงตรงหน้า แต่ผู้หญิงคนนี้... จะไม่มีวันหลุดรอดจากเงื้อมมือของเขาไปได้เด็ดขาด เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครล่วงรู้ จนกระทั่งเปลวเพลิงแห่งอารมณ์เริ่มสงบลง เหลือเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของคนทั้งคู่ที่นอนกกกอดกันอยู่บนเตียงยับยู่ยี่ รินรดาซบหน้าลงกับอกแกร่ง ฟังเสียงหัวใจที่เต้นรำอย่างมั่นคงของเขา ดวงตาคมกริบของคาร์ลอสเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความครุ่นคิด มือหนายังคงลูบไล้เส้นผมยาวสลวยของหญิงสาวอย่างรักใคร่ปนหวงแหน ก๊อก ๆ ๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างเร่งรีบ ทำลายความเงียบสงบในยามวิกาล ตามมาด้วยเสียงของลูกน้องมือขวาคนใหม่ที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหน้าห้อง โดยไม่รอให้อذنุญาต "นายครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... วิคเตอร์... วิคเตอร์ส่งภาพนี้มาให้เราสด ๆ ร้อน ๆ ครับ!" คาร์ลอสขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ ผละร่างออกจากรินรดาก่อนจะคว้าเสื้อคลุมมาสวมอย่างลวก ๆ แล้วเปิดประตูออกไปรับแท็บเล็ตจากมือลูกน้อง ทว่าทันทีที่ก้มลงมองภาพบนหน้าจอ ดวงตาคมกริบก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงจนสันกรามขบเข้าหากันแน่น ภาพที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ... คือภาพของน้องสาวแท้ ๆ ของคาร์ลอสที่หายตัวไปนาน ถูกมัดอยู่บนเก้าอี้ พร้อมกับปลายกระบอกปืนที่จ่อขมับโดยเงาร่างของวิคเตอร์ และข้อความสั้น ๆ ที่ส่งตามมาว่า— *[ส่งตัว "รินรดา" มาแลกกับน้องสาวของแก... ภายในเที่ยงคืนนี้ ไม่งั้นเตรียมเก็บศพได้เลย!]* ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "กุหลาบอาบแสงจันทร์" มาโดยตลอดนะคะ
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยรักมาเฟียร้ายใต้แสงจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%