พรานอาคมกับนักมานุษยวิทยาสายมืด•ตอนที่ 3

อาถรรพ์ป่าดงดิบ

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
ควันสีเทาจางจากมวนยาใบตองแห้งลอยอ้อยอิ่งอยู่เบื้องหน้า กลิ่นฉุนของกำยานป่าและใบหนาดเผาไหม้ผสมผสานจนแทบกลบกลิ่นอับชื้นของห้องพักไม้สักเก่าคร่ำคร่า ศิลานั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้หวาย ดวงตาคมกริบภายใต้เงาหมวกปีกกว้างยังคงจับจ้องรอยขีดข่วนลึกบนบานกระจกหน้าต่าง รอยเล็บเหล่านั้นไม่ได้เลือนหายไปตามแสงแรกของวัน หากแต่ยังมีคราบของเหลวสีดำคล้ายยางไม้แห้งกรังติดอยู่ ยืนยันว่าเงาร่างประหลาดเมื่อยามวิกาลไม่ใช่ภาพหลอนจากความเหนื่อยล้า "กาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล ชงแบบที่กูรูไสยเวทโบราณเขาดื่มกันเพื่อล้างอาถรรพ์... หรือคุณคิดว่ามันแค่ 'แรงกดดันทางจิตวิทยา' จากชาวบ้านท้องถิ่นกันแน่ ดร.รินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับไปมอง รินรดาก้าวเท้าเข้ามาในห้องด้วยรองเท้าบูทเดินป่าที่เปรอะเปื้อนโคลนสีแดง เธอวางแก้วสเตนเลสลงบนโต๊ะไม้ เสียงโลหะกระทบผิวไม้ดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงันของผืนป่าดงดิบเบื้องนอก รินรดายกมือขึ้นกอดอก รอยยิ้มบางเฉียบปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเยือกเย็น สายตาของนักมานุษยวิทยาสาวกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะหยุดอยู่ที่แผ่นยันต์หนังเสือเก่าคร่ำคร่าที่ศิลาเพิ่งตอกหมุดตรึงไว้เหนือกรอบประตู "คุณศิลาคะ... อ้อ ขอโทษทีครับ ผมติดปากใช้คำพูดตามความคุ้นเคย" รินรดาแกล้งแซวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความเย้ยหยัน "สำหรับฉัน 'อาถรรพ์' เป็นเพียงภาษาโบราณที่มนุษย์ใช้เรียกขานสิ่งแวดล้อมที่พวกเขายังไม่เข้าใจ วิทยาศาสตร์มีคำอธิบายสำหรับทุกสิ่ง... แม้กระทั่งรอยขีดข่วนบนกระจกนั้น ถ้าเรานำตัวอย่างสารคัดหลั่งไปเข้าห้องแล็บ มันก็คงเป็นแค่ยางไม้ของสัตว์ป่าชนิดหนึ่ง หรือไม่ก็ฝีมือของพวกชาวบ้านที่จงใจสร้างสถานการณ์เพื่อไล่พวกเรากลับ" ศิลาหันกลับมามองเธอ ดวงตาคู่นั้นนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก แต่ซ่อนกระแสคลั่งไคล้พลังงานบางอย่างไว้ภายใน "สัตว์ป่าไม่รู้จักเคาะกระจกเป็นจังหวะตามการเต้นของหัวใจมนุษย์ครับ ด็อกเตอร์" ศิลายกแก้วกาแฟขึ้นจิบ ช้าๆ "และชาวบ้านที่นี่... พวกเขาไม่ได้พยายามไล่เราด้วยการเล่นตลกเด็กๆ แต่พวกเขากลัว 'สิ่งนั้น' ที่กำลังติดตามเรามาต่างหาก" ประโยคสั้นๆ นั้นทำให้บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงทันที รินรดาหุบยิ้ม ดวงตาคู่คมของนักวิชาการผู้ไม่เชื่อเรื่องไสยศาสตร์ไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนที่เธอจะปรับสีหน้าให้กลับมาแข็งกร้าวตามเดิม "ถ้าคุณหมายถึงคำเตือนของพรานเฒ่าเมื่อวานนี้... ฉันถือว่ามันคือปฏิกิริยาต่อต้านคนแปลกหน้าแบบ 'Xenophobia' ของชุมชนชายขอบ พวกเขาไม่อยากให้ใครไปพบซากโบราณสถานแห่งนั้น เพราะมันพังทรายภาพความศักดิ์สิทธิ์ที่พวกเขาใช้หากินกับความงายของคนเมืองต่างหากล่ะคะ" "ความโลภของคนเมืองต่างหาก ที่กำลังจะปลุกบางสิ่งที่หลับใหลมานับร้อยปี" ศิลาวางแก้วลง เสียงกระแทกเบาๆ แต่หนักแน่นราวกับค้อนทั่งตีเหล็ก "คุณอยากได้ศิลาจารึกทวารวดีที่สาบสูญ เพื่อเอาไปประดับโปรไฟล์วิชาการและชื่อเสียงในระดับนานาชาติ แต่คุณไม่รู้เลยว่า ราคาที่คุณต้องจ่าย... อาจไม่ใช่แค่เงินทุนวิจัย" ก่อนที่รินรดาจะได้โต้แย้งด้วยข้อถกเถียงทางมานุษยวิทยา เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นสามครั้ง—สั้น ห้วน และหนักแน่น ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันทันที ศิลายกมือขึ้นส่งสัญญาณห้ามรินรดาขยับ เขาลุกขึ้นยืนช้าๆ มือขวาแตะอยู่ที่ด้ามมีดหมอโบราณที่เหน็บไว้ข้างเอวอย่างเป็นธรรมชาติ รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืนๆ แม้เธอจะปากแข็งปฏิเสธเรื่องลี้ลับ แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดก็บอกให้เธอถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ศิลาเปิดประตูออกกว้าง ปรากฏร่างของ 'ตาจัน' พรานพื้นเมืองวัยชรา ใบหน้าของแกเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นและคราบเขม่าควันไฟ ดวงตาฝ้าฟางจ้องมองศิลาด้วยความหวาดวิตกอย่างปิดไม่มิด ในมือของแกถือตะกร้าสานใส่สมุนไพรสดที่ส่งกลิ่นฉุนรุนแรง "ลุงเตือนแล้วนะพ่อหน่าง..." เสียงแหบแห้งของตาจันสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ แกก้าวล้ำเข้ามาในห้องโดยไม่ได้รับอนุญาต สายตาสอดส่องไปรอบๆ ราวกับหวาดกลัวว่าจะมีใครแอบฟังอยู่ภายนอก "เมื่อคืนนี้... หมาป่าในหมู่บ้านหอนรับเสียงกลองจากป่าดิบชื้นด้านหลัง หินทรายโบราณที่พวกเอ็งกำลังตามหา... มันไม่ได้ถูกทิ้งไว้เฉยๆ แต่มันถูก 'กักขัง' เอาไว้" รินรดาขมวดคิ้วเดินเข้ามาใกล้ ข้อมูลนี้ไม่อยู่ในบันทึกภาคสนามชุดใดที่เธอเคยอ่าน "พรานจันคะ หมายความว่ายังไงที่บอกว่ากักขัง? จารึกชิ้นนั้นเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ ไม่ใช่เครื่องพันธนาการ" ตาจันหันขวับมามองนักมานุษยวิทยาสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเวทนาและสมเพชในความโง่เขลา "นักวิชาการจากเมืองกรุง... พวกเอ็งรู้แต่ตัวหนังสือ แต่ไม่เคยฟังเสียงของผืนป่า วิญญาณของกษัตริย์โบราณองค์นั้นไม่ได้อยากให้ใครไปขุดคุ้ยมันขึ้นมาหรอก ยิ่งพวกเอ็งเข้าใกล้เขตซากปรักหักพังมากเท่าไหร่ เงาตามตัวของพวกเอ็งก็จะยิ่งชัดเจนขึ้นเท่านั้น" ศิลานิ่งฟัง เขาสังเกตเห็นรอยแผลเป็นสดใหม่ที่หลังมือของพรานเฒ่า มันไม่ใช่รอยขีดข่วนจากกิ่งไม้ แต่มันคือรอยแผลที่เกิดจากของมีคมเฉือนเป็นอักขระโบราณ "มือของลุงไปโดนอะไรมาครับ" ศิลาถามเสียงเรียบ แต่แฝงด้วยความกดดัน ตาจันชะงัก แกซ่อนมือไว้ข้างลำตัวอย่างรวดเร็ว สีหน้าซีดเผือดลงจนแทบไร้สีเลือด "ไม่มีอะไร... ข้าแค่ซุ่มซ่ามสะดุดรากไม้ตอนไปหาของป่า" "โกหก" ศิลาสวนขึ้นทันควัน น้ำเสียงเฉียบขาดราวกับผู้พิพากษา "รอยแผลแบบนั้นไม่ใช่รากไม้บาด มันคือรอยทำพิธีสะกดรอยด้วยเลือด... ใครเป็นคนทำแผลให้ลุง ตาจัน? หรือว่า... คนที่อยู่ในป่าเมื่อคืนนี้ ไม่ใช่แค่เงา?" บรรยากาศในห้องอัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออก รินรดารู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างที่พุ่งพล่านขึ้นมาในกระแสเลือด เธอมองหน้าศิลา สลับกับพรานชราที่ตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัวขั้นสุด ตาจันอ้าปากคล้ายจะเอ่ยบางอย่าง ดวงเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่กำลังเดินตรงเข้ามาหยุดอยู่ที่หน้าประตูกระท่อมไม้ *ปัง! ปัง! ปัง!* เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเสียงตะโกนด้วยภาษาถิ่นโบราณที่ฟังไม่ได้ศัพท์ แว่วเสียงคำรามต่ำๆ คล้ายเสียงสัตว์ร้ายดังลอดเข้ามาจากใต้ถุนบ้าน ตาจันทรุดฮวบลงนั่งคุกเข่ากับพื้นห้อง น้ำตาไหลพรากอาบแก้มเหี่ยวย่น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความสิ้นหวัง "สายไปแล้ว..." พรานเฒ่ากระซิบเสียงสั่น พลางชี้ไปที่กระจกหน้าต่างบานเดิม ซึ่งตอนนี้ เงาร่างสีดำทมิฬนับสิบกำลังทาบทับลงบนกระจกจนมืดมิด—ไม่ใช่เงาของต้นไม้ แต่เป็นเงาร่างของมนุษย์ที่ไม่มีศีรษะ! ศิลาคว้ามีดหมอในมือขึ้นมาปลดฝักออก แสงเหล็กสะท้อนประกายวาววับตัดกับความมืดในห้อง เขาหันไปสบตากับรินรดาที่ตอนนี้ใบหน้าซีดเผือกไร้สีเลือด ความมั่นทางวิทยาศาสตร์ของเธอบัดนี้พังทลายลงไม่เป็นท่า ก่อนที่ใครจะทันได้ขยับตัว กลอนประตูไม้สักที่ลงไว้อย่างแน่นหนากลับถูกกระชากเปิดออกด้วยพละกำลังมหาศาลจากภายนอก พร้อมกับการปรากฏตัวของแขกที่ไม่คาดฝันในคราบมนุษย์ผู้เปื้อนโคลนสาลน ที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มฉีกกว้างจนถึงใบหู... และดวงตาสองคู่ที่ซ้อนทับกันอยู่ในเบ้าตาเดียว! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความมืดมิดในบทนี้ด้วยกันครับ เพชรตาเสือโบราณ
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมกับนักมานุษยวิทยาสายมืด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%