คราบเขม่าสีดำจากกองไฟที่มอดดับถูกลมป่าพัดจนฝุ่นละอองลอยวน เปลวเพลิงสีส้มแดงเมื่อสองชั่วโมงก่อนบัดนี้เหลือเพียงถ่านแดงก่ำที่คอยส่งเสียงปะทุแผ่วเบาเหมือนเสียงกระซิบของคนแก่ใกล้ตาย
"คุณกำลังประเมินป่าผืนนี้ต่ำเกินไป ดร.รินรดา... หรือไม่ก็ประเมินความโลภของตัวเองสูงเกินไปจนมองไม่เห็นกรงเล็บที่กำลังเงื้อขึ้นรอข่วนคอเราอยู่"
ศิลาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของผืนป่าดงพญาไฟ น้ำเสียงของเขาเรียบสนยัน เย็นเยียบ และไร้ซึ่งแววหยอกล้อ ดวงตาคมกริบภายใต้หมวกเดินป่าสีเข้มทอดมองไปยังความมืดทึบเบื้องหน้า มือขวากำด้ามมีดหมออาคมที่เหน็บอยู่ข้างเอวแน่นโดยสัญชาตญาณ
ดร.รินรดา ซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้สนามพับได้ไม่ไกลนัก เงยหน้าขึ้นจากหน้าจอแท็บเล็ตแสงสีฟ้าจาง แสงนั้นสะท้อนแว่นตาไร้กรอบของเธอให้ดูราวกับดวงตาของสัตว์นักล่าในยามวิกาล เธอยังคงรักษาท่าทีสุขุมเยือกเย็น แม้ว่าอากาศรอบตัวจะลดต่ำลงจนลมหายใจกลายเป็นไอขาวจางๆ
"ความกลัวมักทำให้จินตนาการของมนุษย์ทำงานเกินจริงเสมอค่ะ... อ้อ ขอโทษที ผมติดปากพูดครับ" รินรดาแก้คำพูดทันทีเมื่อเห็นหางตาของพรานหนุ่มตวัดมามอง "ฉันหมายถึง... คุณศิลากำลังใช้วิชาไสยเวทและตำนานปรัมปรามาครอบงำการทำงานเชิงวิทยาศาสตร์ของเราต่างหาก ข้อมูลดาวเทียมระบุชัดเจนว่ารัศมีห้ากิโลเมตรนี้ไม่มีการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ ยกเว้นพวกเรา"
"วิทยาศาสตร์บนโต๊ะทำงานในห้องแอร์ที่กรุงเทพฯ คงไม่ได้สอนคุณสินะครับว่า ป่าดิบชื้นแห่งนี้ไม่ได้ถูกปกครองด้วยกฎฟิสิกส์ แต่มันถูกขับเคลื่อนด้วย 'อาคม' และ 'เจ้าที่เจ้าทาง' ที่ไม่ต้อนรับคนแปลกหน้า... โดยเฉพาะคนที่มีเจตนามาขุดคุ้ยสมบัติที่เขาหวงแหน"
ศิลาก้าวเท้าช้าๆ เข้าไปใกล้กองไฟ กลิ่นอายความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนรินรดาต้องชะงักมือที่กำลังจะเลื่อนหน้าจอ เธอสังเกตเห็นสันหลังของพรานหนุ่มเกร็งเครียด กล้ามเนื้อทุกมัดพร้อมปะทะ แม้ภายนอกเขาจะดูนิ่งสงบราวกับท่อนไม้โบราณก็ตาม
"ถ้าคุณคิดว่าฉันมาที่นี่เพื่อปล้นสุสานโบราณเพื่อเอาเงินไปซื้อความสุขสบาย คุณก็เข้าใจฉันผิดถนัดแล้วล่ะค่ะ ศิลา" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอปรับน้ำเสียงให้จริงจังและนุ่มนวลขึ้นเล็กน้อย เพื่อลดทอนความตึงเครียดที่พุ่งสูงจนแทบจะจับต้องได้ "สิ่งที่อยู่ในซากปรักหักพังนั้น... มันอาจจะไขความลับทางพันธุศาสตร์ที่มนุษยชาติค้นหามานานหลายศตวรรษ มันคือกุญแจ ไม่ใช่แค่ทองคำ"
"กุญแจที่อาจจะปลดปล่อยบางสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวด้วย... นั่นแหละคือสิ่งที่ผมกลัว" ศิลาหันกลับมามองเธอเต็มตา แววตาของเขามีร่องรอยของความเจ็บปวดบางอย่างซ่อนอยู่ลึกๆ แผลเป็นในอดีตที่เขาไม่เคยเล่าให้ใครฟัง "ครอบครัวของผมก็เคยพูดแบบคุณ เชื่อในตรรกะ เชื่อในหลักฐานทางประวัติศาสตร์ สุดท้าย... เหลือแค่ผมคนเดียวที่เดินออกจากป่านี้พร้อมกับรอยแผลเป็นที่ไม่มีวันจาง"
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงมและเสียงลมพัดยอดไม้เสียดสีกันดังครืดคราด เป็นความเงียบที่อัดแน่นไปด้วยแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณและความขัดแย้งทางความคิดที่ไม่มีใครยอมใคร
ครู่ใหญ่ต่อมา เสียงเหยียบกิ่งไม้แห้งกรอบก็ดังขึ้น... *กร๊อบ!*
ไม่ใช่เสียงจากในพุ่มไม้ไกลๆ แต่มันดังมาจากแนวชายป่าห่างจากเต็นท์ของพวกเขาไม่ถึงสิบเมตร!
ศิลาหันขวับไปตามเสียงทันที มือของเขาชักมีดหมอออกจากฝัก ปลายเหล็กอาคมสะท้อนแสงไฟจากกองไฟวับวาม รินรดาสูดหายใจเข้าลึกๆ เธอคว้าไฟฉายแรงสูงขึ้นมาส่องกราดไปยังทิศทางนั้นทันที
ลำแสงสีขาวพุ่งแหวกความมืดออกไป เผยให้เห็นภาพที่ทำให้ลมหายใจของนักมานุษยวิทยาผู้ยึดมั่นในตรรกะต้องสะดุดกึก
บนพื้นดินดินชื้นแฉะรอบแคมป์ ปรากฏรอยเท้าขนาดมหึมา—ใหญ่กว่าเท้ามนุษย์ธรรมดาถึงสามเท่า ลึกจนจมลงไปในดินโคลน และที่สำคัญที่สุด... รอยเท้านั้นไม่ได้เดินผ่านไป แต่มันกำลัง 'ล้อมรอบ' คณะสำรวจของพวกเขาไว้จนครบวงกลม!
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือที่ถือไฟฉายเริ่มสั่นระริก เมื่อสังเกตเห็นว่ารอยนิ้วเท้าทั้งห้านั้นไม่มีเล็บคมก่วนแบบสัตว์ป่าทั่วไป แต่มันมีลักษณะบิดเบี้ยวผิดรูป ราวกับถูกกดลงด้วยความแค้นและพลังงานบางอย่างที่มองไม่เห็น
"นั่น... รอยเท้าอะไรคะ?" รินรดาถามเสียงสั่น ลืมมาดนักวิชาการผู้เย่อหยิ่งไปชั่วขณะ
ศิลาไม่ตอบ เขาก้มตัวลงใช้ปลายนิ้วแตะลงบนรอยโคลนที่ยังมีความชื้นอยู่เล็กน้อย หลับตาลงเพื่อสัมผัสไอเย็นยะเยือกที่หลงเหลืออยู่ในอากาศ ก่อนจะลุกขึ้นยืนช้าๆ ใบหน้าเคร่งเครียดกว่าเดิมหลายเท่า
"ไม่ใช่คน... และไม่ใช่สัตว์เดรัจฉาน" ศิลาพึมพำเสียงต่ำ ดวงตาคมกวาดมองไปในความมืดรอบตัวที่บัดนี้ดูเหมือนจะมีเงาดำนับไม่ถ้วนกำลังขยับไหว "มันคือรอยเท้าของ 'เจ้าแห่งอาณาเขต' ที่กำลังบอกเราว่า... คืนนี้ ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้รอดชีวิตออกไป"
สิ้นคำพูดของพรานหนุ่ม เสียงคำรามต่ำๆ ที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจก็ดังสะท้อนก้องมาจากความมืดมิดเบื้องหน้า พร้อมกับเงาร่างมหึมาที่ค่อยๆ ก้าวพ้นแนวพุ่มไม้ออกมาเผชิญหน้ากับแสงไฟ!
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามการเดินทางครั้งนี้ด้วยใจระทึกครับ
พรานอาคมกับนักมานุษยวิทยาสายมืด•ตอนที่ 4
รอยเท้าที่ไม่ใช่ของคน
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมกับนักมานุษยวิทยาสายมืด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!