กระสุนในรังเพลิงถูกดันเข้าห้องเพลิงด้วยเสียง *คลิก* ที่เบาหวิว แต่มันชัดเจนเสียจนบาดลึกเข้าไปในความเงียบงันของผืนป่าดิบชื้นยามราตรี ศิลาไม่ได้ขยับตัวหนีเงาร่างมหึมาที่กำลังก้าวพ้นแนวพุ่มไม้หนาทึบเบื้องหน้า ปลายนิ้วชี้ของเขาแนบชิดอยู่กับโกร่งไกปืนแก๊ปโบราณที่อาคมขลัง สายตาคมกริบดั่งพญาเสือโคร่งจ้องมองฝ่าความมืด สัญชาตญาณของพรานผู้ผ่านความตายมานับครั้งไม่ถ้วนบอกเขาว่า สิ่งที่ยืนอยู่ตรงนั้นไม่ใช่สัตว์ป่าธรรมดา แต่มันคือ ‘ร่างทรง’ ที่ถูกครอบงำด้วยเดรัจฉานวิชาขั้นสูง กลิ่นอายความตายและคาวเลือดคละคลุ้งปะปนมากับสายลมราตรี
เบื้องหลังแผ่นหลังกว้างของพรานหนุ่ม ดร.รินรดา ซ่อนตัวอยู่หลังต้นตะเคียนใหญ่ ลมหายใจของเธอกลั้นไว้จนแทบขาดใจ ไม่ใช่เพราะความกลัวตาย แต่เป็นเพราะความตื่นเต้นระทึกข้ามขีดจำกัดที่กำลังสูบฉีดอะดรีนาลีนไปทั่วร่าง ในมือของเธอยังคงกำสมาร์ตโฟนรุ่นล่าสุด เลนส์กล้องซูมระยะไกลถูกเปิดใช้งานค้างไว้ หน้าจอเรืองแสงสะท้อนใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความกระหายใคร่รู้
"อย่าขยับแม้แต่ปลายนิ้วเดียวนะครับ ดร.รินรดา" ศิลาเอ่ยเสียงกระซิบต่ำลอดไรฟัน โดยที่ดวงตายังไม่ละจากเป้าหมายเบื้องหน้า "ถ้าคุณไม่อยากให้มันรู้ว่าเราแอบดูมันอยู่... เพราะสิ่งที่คุณกำลังบันทึกภาพอยู่นั้น มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ใครควรจะเห็น"
"แต่ภาพพวกนั้นมูลค่ามันมหาศาลเกินกว่าจะปล่อยให้สูญเปล่า คุณก็รู้ว่าวงการมานุษยวิทยาไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความศรัทธา ศิลา... มันขับเคลื่อนด้วยหลักฐานที่สั่นคลอนความเชื่อเดิมๆ ต่างหาก" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระซิบที่ราบเรียบเกินกว่าสถานการณ์จะอำนวย เธอขยับตัวเข้าใกล้รอยต่อของความมืดอีกนิด พร้อมกับกดปุ่มบันทึกวิดีโอต่อเนื่องโดยไม่สนใจคำเตือน
กลางลานดินโล่งเบื้องหน้า เงาร่างมหึมาของชายฉกรรจ์ที่ผิวหนังเต็มไปด้วยรอยสักอักขระโบราณสีดำสนิทกำลังคุกเข่าอยู่หน้ากองไฟกองใหญ่ เปลวเพลิงสีเขียวมรกตลุกโชนขึ้นอย่างไร้ที่มา ส่งกลิ่นเหม็นเน่าราวกับซากศพเน่าเปื่อย ร่างนั้นส่งเสียงคำรามในลำคอคล้ายสัตว์ป่า ก่อนจะใช้มีดหมอโบราณกรีดลงบนฝ่ามือของตนเอง หยดเลือดสีดำสนิทหยãดลงบนศีรษะของกะโหลกมนุษย์ที่วางอยู่บนแท่นศิลา
นี่คือ "พิธีกรรมต้องห้าม" ของกลุ่มลัทธิบูชาไสยเวทสายมืดที่สูญหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ร่วมครึ่งศตวรรษ การทำสัญญากับวิญญาณบรรพบุรุษเพื่อแลกกับอำนาจและความมั่งคั่ง โดยมีชีวิตของคนในชุมชนเป็นเครื่องสังเวย
ศิลาขมวดคิ้วแน่น สันนิบาตกระดูกสันหลังของเขาเย็นวาบเมื่อตระหนักได้ว่า กะโหลกมนุษย์บนแท่นพิธีนั้นไม่ใช่ของโบราณขุดค้น แต่เป็นกะโหลกของชาวบ้านในหมู่บ้านชายป่าที่เพิ่งสูญหายไปเมื่อสามวันก่อน
*แชะ... เสียงชัตเตอร์เบาหวิวจากโทรศัพท์มือถือของรินรดาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ*
แม้จะเป็นเพียงเสียงที่เบาที่สุด แต่ในห้วงเวลาที่สมาธิของไสยเวทกำลังถึงจุดสูงสุด มันกลับดังราวกับเสียงฟ้าผ่า!
ร่างมหึมาที่กำลังทำพิธีหยุดชะงักกึกทันที ศีรษะที่เต็มไปด้วยรอยสักค่อยๆ หมุนกลับมาด้านหลัง 180 องศาอย่างไร้มนุษยธรรม ดวงตาสีดําสนิทไร้แววตาขาวโพลนจ้องมองตรงมายังจุดที่ศิลาและรินรดากำลังซ่อนตัวอยู่ รอยยิ้มฉีกกว้างจนถึงใบหูเผยให้เห็นฟันแหลมคมราวกับสัตว์ป่า
"หนอนแมลง... กล้าดียังไงมาสอดรู้สอดเห็นพิธีของเจ้าแห่งพงไพร" เสียงแหบพร่าราวกับมาจากก้นบึ้งของเหวอเวចก้องกังวานในโสตประสาท
ศิลาไม่รอช้า เขากระชากตัวรินรดาให้หมอบราบลงกับพื้น พร้อมกับยกปืนแก๊ปขึ้นเล็งตรงไปยังร่างนั้นทันที "หมอบลง! อย่าเงยหน้าขึ้นมาเด็ดขาด!"
ทว่า รินรดากลับไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวอย่างที่ควรจะเป็น นัยน์ตาคมกริมของเธอกลับเป็นประกายด้วยความเร้าใจ มือเรียวยังคงกำโทรศัพท์มือถือแน่น ราวกับว่าภาพที่เพิ่งบันทึกได้เมื่อครู่มีค่ามากกว่าชีวิตของเธอเอง
"คุณบ้าไปแล้วหรือเปล่า ดร.รินรดา!" ศิลาตวาดเสียงต่ำอย่างเหลืออดเมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากของเธอ "ความโลภของคุณกำลังจะทำให้เรากลายเป็นปุ๋ยฝังดิน!"
"ฉันไม่ได้บ้า ศิลา..." รินรดากระซิบตอบ ชิดใบหูของเขาจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น "ฉันแค่วางเดิมพันด้วยชีวิต... เหมือนที่คุณกำลังทำอยู่ทุกครั้งที่เดินเข้าป่าลึกไม่ใช่หรือไงคะ?"
ก่อนที่ศิลาจะได้ตอบโต้ประโยคเชือดเฉือนนั้น แรงลมมหาศาลก็พัดกระโชกเข้าใส่ทั้งสองคนจนต้นไม้ใหญ่สั่นสะเทือน กองไฟสีเขียวมรกตดับวูบลงในพริบตา ความมืดมิดสนิทกลืนกินทุกสิ่งรอบตัว เหลือเพียงเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ... *ตึง... ตึง... ตึง...*
ศิลาเงยหน้าขึ้นมองผ่านความมืด และหัวใจของเขาก็ต้องกระตุกวูบ เมื่อแสงจันทร์ที่ลอดผ่านกลุ่มเมฆสาดส่องลงมา ทำให้เห็นว่าร่างมหึมานั้นไม่ได้ยืนอยู่คนเดียวอีกต่อไปแล้ว... ด้านหลังของมัน มีเงาร่างนับสิบกำลังทยอยก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับอาวุธครบมือ และหนึ่งในนั้น... คือใบหน้าคุ้นเคยของผู้ใหญ่บ้านที่เพิ่งต้อนรับพวกเขาเมื่อวันก่อน
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่โทรศัพท์มือถือในมือสั่นระริกด้วยแรงสั่นสะเทือนจากข้อความแจ้งเตือนแปลกประหลาดที่เด้งขึ้นมาเองโดยที่เธอไม่ได้เปิดใช้งาน บนหน้าจอสีดำสนิท ปรากฏข้อความตัวอักษรสีเลือดสดๆ พิมพ์ขึ้นทีละตัวอย่างช้าๆ ว่า:
*"ยินดีต้อนรับสู่พิธีบูชา... แขกผู้ไม่ได้รับเชิญทั้งสองท่าน"*
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
พรานอาคมกับนักมานุษยวิทยาสายมืด•ตอนที่ 5
พิธีกรรมต้องห้าม
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมกับนักมานุษยวิทยาสายมืด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!