"ยินดีต้อนรับสู่พิธีบูชา... แขกผู้ไม่ได้รับเชิญทั้งสองท่าน"
เสียงนั้นแหบพร่าและเยียบเย็นราวกับลอยขึ้นมาจากก้นบึงลึก ไร้ซึ่งร่องรอยของความตกใจที่จู่ๆ มีคนแปลกปลอมบุกรุกเข้ามากลางวงพิธีกรรมโบราณ แสงไฟสีส้มสลัวจากกองฟืนกะพริบไหววูบวาบ สะท้อนเงาร่างนับสิบที่รายล้อมแท่นหินศิลาแลง ตรงกลางคือโครงกระดูกมนุษย์โบราณที่ถูกประดับด้วยเครื่องประดับสำริดและคราบเลือดสีคล้ำที่ยังดูสดใหม่ กลิ่นอับชื้นของดินป่าผสมกับกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งจนน่าสะอิดสะเอียน
ศิลาก้าวเท้าขนาบข้าง ดึงร่างของดร.รินรดาให้ถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ มือขวาของเขาเลื่อนไปแตะด้ามมีดอาคมที่เหน็บอยู่ข้างเอวอย่างแนบเนียน สายตาดุจพญาเหยี่ยวในความมืดกวาดมองประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว กลุ่มคนตรงหน้าไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา แต่เป็นพวกสัปเหร่อไสยดำและนักค้าวัตถุโบราณเถื่อนที่ใช้ชีวิตอยู่บนความตายและความเชื่ออันบิดเบี้ยว
"ดูเหมือนพวกเราจะมาขัดจังหวะการเจรจาระหว่างคุณกับ... เจ้าแห่งความตายสินะครับ" ศิลาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสจิตอันแข็งกร้าวที่พร้อมจะปะทะทุกเมื่อ
รินรดาไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวอย่างที่ผู้หญิงทั่วไปควรจะเป็น ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นทรงเฉี่ยวกลับเป็นประกายระยิบระยับด้วยความตื่นเต้น เธอกวาดสายตามองซากกระดูกและอักขระโบราณบนพื้นดินราวกับกำลังประเมินมูลค่าสินค้าในตลาดหุ้นระดับโลก มุมปากของเธอยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างท้าทาย
"ขัดจังหวะอะไรกันล่ะศิลา... ฉันว่าเรากำลังมาทันเวลาดูการปิดการขายต่างหาก" รินรดาเอמהเสียงกระซิบกระซาบกระเหน.แคน ทว่าดังพอที่จะทำให้คนรอบข้างได้ยิน "วัตถุกรรมชิ้นนี้มีอายุไม่ต่ำกว่าพันปี ถ้าเอาออกไปศึกษาในห้องแล็บเชิงมานุษยวิทยา เราจะไขปริศนาความเชื่อเรื่องการบูชายانيในยุคก่อนประวัติศาสตร์ได้อีกเพียบ มูลค่าทางประวัติศาสตร์มันประเมินค่าไม่ได้เลยนะ"
ศิลาเหลือบมองหญิงสาวข้างกายด้วยหางตา แววตาของเขาฉายความผิดหวังและรังเกียจระคนกันอย่างไม่ปิดบัง "คุณมองเห็นทุกอย่างเป็นตัวเลขและผลงานวิชาการไปเสียหมด แม้กระทั่งความตายและความอาฆาตมาดร้ายของวิญญาณที่ถูกกักขังเนี่ยนะ รินรดา"
"แล้วคุณมองเห็นอะไรล่ะ พรานศิลา?" รินรดาหันมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่ม "คุณมองเห็นแต่ความงมงาย ความกลัว และกฎเกณฑ์ศักดิ์สิทธิ์คร่ำครึที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อขัดขวางความก้าวหน้าของมนุษย์ คุณใช้คำว่า 'ศีลธรรม' มาอ้างเพื่อปกปิดความจริงที่ว่า คุณกลัวที่จะเผชิญหน้ากับความรู้ใหม่ๆ ต่างหาก ปมหลังเรื่องครอบครัวของคุณในป่าลึก มันทำให้คุณตาบอด มองอะไรด้วยอคติและจมปลักอยู่กับอดีต"
คำพูดนั้นเฉียบคมราวด้ามมีดโกนที่กรีดลงบนแผลเป็นในใจของศิลา ร่างกายของชายหนุ่มชะงักไปชั่วขณะ กล้ามเนื้อสันกรามขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน ความเงียบงันชั่ววินาทีนั้นเต็มไปด้วยแรงปะทะทางจิตวิทยาที่รุนแรงยิ่งกว่าเสียงคำรามของสัตว์ป่า
"คุณไม่เข้าใจหรอก... รินรดา" ศิลาเค้นเสียงลอดไรฟัน แววตาคมกริบวับวาวด้วยความเจ็บปวดที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจาน "ไสยเวทไม่ใช่ของเล่นสำหรับเอาไว้ประดับเรซูเม่ทางวิชาการของคุณ สิ่งที่พวกมันกำลังทำอยู่ตรงนี้ ไม่ใช่การศึกษาประวัติศาสตร์ แต่มันคือการปลุกปีศาจที่คนโบราณเขาพยายามสะกดเอาไว้ด้วยชีวิต! ถ้าคุณอยากรู้อยากเห็นนัก ทำไมไม่ลองเอาวิญญาณของคุณเองไปแลกกับความรู้นั้นดูล่ะ?"
"พอได้แล้ว ทั้งสองท่าน..." เสียงแหบพร่าของผู้เฒ่าชุดดำที่ยืนอยู่หน้ากองกระดูกดังแทรกขึ้น ขัดจังหวะการปะทะคารมอันดุเดือด นัยน์ตาฝ้าฟางคู่นั้นจ้องมองทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มเยาะ "พวกท่านคิดว่าป่าดงพงไพรแห่งนี้ เป็นเวทีประชันคารมของคนเมืองอย่างนั้นหรือ? อยากได้ความรู้ อยากได้สมบัติ... ก็ต้องมีบางอย่างมาแลกเปลี่ยน"
ผู้เฒ่าชูวัตถุบางอย่างขึ้นเหนือศีรษะ ท่ามกลางแสงไฟสีส้มที่สั่นไหว มันคือ 'กะโหลกแกะสลักอักขระโบราณ' ที่ส่งประกายแสงสีเขียวเรืองรองออกมาอย่างประหลาด กลิ่นอายความอาฆาตพุ่งทะลักออกมาจนขนหัวลุก
ศิลาหน้าเปลี่ยนสีทันที เขารู้จักวัตถุชิ้นนั้นดี มันคือ 'กะโหลกอาถรรพ์' ที่ใช้สำหรับควบคุมภูตผีในเขตอาถรรพ์ และการที่มันถูกยกขึ้นในคืนนี้ หมายความว่าพิธีกรรมได้เริ่มต้นขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
"รินรดา... ถอยไป!" ศิลาคำรามลั่น พร้อมกับชักมีดอาคมออกจากฝัก พุ่งตัวเข้าไปยืนบังหน้าหญิงสาวทันที
ทว่า ก่อนที่คมมีดของเขาจะได้ตวัดเข้าใส่เงาดำที่พุ่งเข้ามาจู่โจมจากด้านข้าง รินรดากลับคว้าแขนของเขาไว้แน่น แรงบีบนั้นสะท้อนความตื่นตระหนกที่เพิ่งก่อตัวขึ้นในแววตาของนักมานุษยวิทยาสายมืดผู้ไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใด
"ศิลา... ดูที่ฐานแท่นศิลา... นั่นมันอะไร?" รินรดาชี้มือสั่นเทาไปยังเงาตะคุ่มที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ใต้กองกระดูกมนุษย์
ศิลาหันขวับไปมองตาม แรงกดดันมหาศาลแผ่พุ่งออกมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง รอยแยกบนพื้นดินเปิดออก พร้อมกับเสียงกระดูกลั่นกรอบราวกับมีบางสิ่งที่กำลังคลานขึ้นมาจากขุมนรก และเมื่อแสงไฟจากคบเพลิงส่องกระทบลงไป ดวงตาสีแดงฉานคู่ใหญ่ก็ลืมตาขึ้นจ้องมองพวกเขาทั้งสองจากความมืดมิด...
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในเส้นทางสายอาคมอันลึกลับนี้นะครับ
พรานอาคมกับนักมานุษยวิทยาสายมืด•ตอนที่ 6
ปะทะคารมกลางพงไพร
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมกับนักมานุษยวิทยาสายมืด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!