พรานอาคมกับนักมานุษยวิทยาสายมืด•ตอนที่ 9

ศรัทธาที่สั่นคลอน

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
"ทฤษฎีทางจิตวิทยาและสถิติตัวเลขของคุณ กำลังพยายามอธิบายความบ้าคลั่งด้วยภาษาที่สุภาพเกินไปหรือเปล่าครับ ดร.รินรดา" เสียงทุ้มต่ำของศิลาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงดงามและวังเวงของซากโบราณสถานกลางป่าดิบชื้น คบเพลิงในมือของพรานหนุ่มไหววูบตามกระแสลมยามวิกาล ทอดเงาทอดยาวทาบทับลงบนผนังศิลาแลงที่สลักลวดลายรูปอสุรีอ้าปากกว้าง ดวงตาของรูปสลักโบราณดูคล้ายกำลังมองทะลุผ่านร่างของพวกเขาทั้งสองคนไป รินรดายืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าแท่นบูชาหินที่เต็มไปด้วยคราบตะไคร่น้ำและรอยคราบสีดำคล้ำซึ่งเธอมั่นใจในทางวิทยาศาสตร์ว่าเป็นคราบออกξειด์ของเหล็กผสมอินทรียวัตถุ แต่ในวินาทีที่ปลายนิ้วเรียวของเธอกำลังจะสัมผัสลงบนร่องรอยเหล่านั้น อุณหภูมิรอบกายก็ลดฮวบลงอย่างฉับพลันราวกับมีใครเปิดประตูห้องแช่แข็ง นักมานุษยวิทยาสายมืดผู้เชื่อมั่นในตรรกะและหลักฐานเชิงประจักษ์ ชะงักมือค้างกลางอากาศ ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นสายตาไหวระริก ชั่วขณะหนึ่ง... ภาพผนังหินตรงหน้าไม่ได้เป็นหินเก่าคร่ำครึอีกต่อไป แต่มันกลับกลายเป็นเนื้อมนุษย์สีแดงก่ำที่กำลังเต้นตุบๆ ราวกับมีชีวิต เส้นเลือดฝอยนับพันเส้นปูดโปนขึ้นจากพื้นผิว ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนแผ่วเบาเสียดแก้วหู เสียงนั้นไม่ใช่เสียงลมพัดผ่านช่องเขา แต่มันคือเสียงกระซิบพร่าเลือนที่เรียกชื่อของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า *‘ริน... กลับมา... รินรดา...’* หญิงสาวสะดุ้งสุดตัว ถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับอกแกร่งของศิลาที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่ทราบ กลิ่นอายจางๆ ของไM้กฤษณาและยาเส้นจากตัวพรานหนุ่มปะทะเข้ากับนาสิก ช่วยดึงสติอันกระเจิดกระเจิงของเธอกลับคืนมาสู่ความเป็นจริง ศิลาไม่ได้พูดอะไร เขามือข้างหนึ่งถือคบเพลิง อีกข้างหนึ่งเอื้อมมาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้มั่น สัมผัสจากฝ่ามือหนาที่หยาบกร้านตามวิถีคนเดินป่ามีความอุ่นร้อนอันหนักแน่นและเด็ดเดี่ยว แรงบีบนั้นไม่เชิงเป็นการคุกคาม แต่เป็นการฉุดกระชากสติไม่ให้เธอดิ่งจมลงไปในห้วงภาพหลอนที่กำลังกัดกินจิตใจ "อย่ามอง" ศิลาเอמהกระซิบชิดใบหู น้ำเสียงของเขาราบเรียบแต่มั่นคงราวกับเสาเข็ม "สิ่งที่คุณกำลังเผชิญอยู่ ไม่ใช่จิตวิทยาเชิงซ้อน หรืออาการประสาทหลอนจากการขาดออกซิเจนอย่างที่สมองส่วนเหตุผลของคุณพยายามหาข้ออ้างหรอกนะครับ ดร.รินรดา" รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความหยิ่งทะนงในฐานะนักวิชาการผู้ไม่เคยเชื่อเรื่องงดงายสั่นคลอนอย่างรุนแรง เธอหอบหายใจถี่กระชั้น เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าขาวเนียน สายตาของเธอยังคงเหลือบกลับไปมองที่แท่นบูชาแห่งนั้นด้วยความหวาดผวา ภาพหลอนเมื่อครู่หายวับไปแล้ว เหลือเพียงคราบตะไคร่น้ำธรรมดา แต่วิญญาณและหัวใจของเธอกลับเต้นรัวระรัวจนควบคุมไม่อยู่ "ฉัน... ฉันแค่อ่อนเพลีย" เธอฝืนเค้นเสียงตอบโต้ แม้ว่าน้ำเสียงจะสั่นพร่าจนน่าสมเพชในความรู้สึกของตนเอง "การเดินทางไกล การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ... มันอธิบายได้ด้วยหลักการแพทย์..." ศิลาหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงทุ้มต่ำที่แฝงความเย้ยหยันอันเจือความเห็นอกเห็นใจอย่างประหลาด เขาปล่อยมือจากข้อมือของเธอ แต่สายตายังคงจดจ้องที่ใบหน้าซีดเผือกของหญิงสาวอย่างวิเคราะห์เจาะลึก "คนเรามักจะหาข้ออ้างทางวิทยาศาสตร์ให้กับสิ่งที่วิทยาศาสตร์ยังไม่มีปัญญาอธิบายเสมอ" ศิลาหันไปมองรอบกาย เงาไม้ไหววูบในความมืดคล้ายฝูงอสูรกายที่กำลังร่ายรำ "แต่ความจริงก็คือความจริงครับ ดร.รินรดา สถานที่แห่งนี้ไม่ได้ต้อนรับคนแปลกหน้า โดยเฉพาะคนที่พยายามจะใช้สมองอันปราดเปรื่องมาวัดรอยเท้าของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่บรรพบุรุษเรากลัวเกรง" รินรดากลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก เธอพยายามรวบรวมเศษ 1 ของความเย่อหยิ่งและศักดิ์ศรีนักวิชาการกลับคืนมา เธอปัดชายเสื้อผ้าที่เปื้อนฝุ่นดินให้เข้าที่ เชิดหน้าขึ้นสู้สายตาคมกริบของพรานหนุ่ม แม้ว่าหัวใจจะยังเต้นโครมครามเหมือนกลองเพล "ถ้าสิ่งที่คุณเรียกว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือไสยเวทมนตร์ดำอะไรนั่น มันมีอยู่จริง..." รินรดาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทของศิลา พยายามควบคุมน้ำเสียงให้มั่นคงที่สุด "ทำไมมันถึงเลือกที่จะเล่นงานฉัน ทำไมมันไม่เล่นงานคุณล่ะ หรือเพราะฉันเป็นคนนอก... หรือเพราะจิตใจของฉันมันสกปรกเกินกว่าจะรับได้ตามตรรกะของคุณ?" "เพราะผมเคารพ และรู้ว่าควรยืนอยู่ตรงไหนของความมืด" ศิลาตอบกลับทันควัน น้ำเสียงเฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่กรีดลงบนความเปราะบางในจิตใจของเธอ "ในขณะที่คุณ... มองทุกอย่างเป็นเพียงวัตถุดิบ เป็นข้อมูลในงานวิจัย เป็นสิ่งของที่คุณจะหยิบฉวยหรือเหยียบย่ำเพื่อผลประโยชน์ทางวิชาการ ความโลภในความรู้ของคุณนั่นแหละครับ ดร.รินรดา คือช่องโหว่ชั้นดีที่ทำให้พวกมันเจาะเข้ามาในจิตใจของคุณได้" คำพูดนั้นแทงใจดำเธอยิ่งกว่าภาพหลอนเมื่อครู่ รินรดานิ่งงัน เธอกลบเกลื่อนความสั่นไหวด้วยการหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กและปากกาขึ้นมาจดบันทึกอาการของตัวเองด้วยมือที่สั่นเทา เป็นกลไกการป้องกันตัวทางจิตวิทยาที่เธอกระทำโดยอัตโนมัติ "คุณกำลังกลัว" ศิลาเอ่ยขึ้นเบาๆ เมื่อเห็นอาการของเธอ "และสมุดเล่มนั้นก็ช่วยอะไรคุณไม่ได้หรอกครับ" "ฉันไม่ได้กลัว ฉันแค่... กำลังบันทึกข้อมูลทางอาการทางจิตเวช" เธอเถียงเสียงแข็ง ก่อนที่ศิลาจะได้เอ่ยปากต่อต้อน ประสาทสัมผัสอันแหลมคมของพรานป่าก็ทำงานขึ้นทันที เขายกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้เธอเงียบเสียงลง ร่างสูงตระหง่านก้าวมาบังหน้าเธอไว้โดยสัญชาตญาณ ดวงตาคมกวาดมองไปในความมืดเบื้องหน้าอย่างระแวดระวัง ท่ามกลางเสียงจิ้งหรีดเรไรและเสียงลมป่า มีเสียงบางอย่างแปลกปลอมดังแทรกเข้ามา... *กรอบ... แกรบ...* ไม่ใช่เสียงกิ่งไม้หักจากฝีเท้าสัตว์ป่าทั่วไป แต่มันเป็นเสียงลากวัตถุหนักๆ บนพื้นดิน คล้ายกับร่างของบางสิ่งกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ซากโบราณสถานแห่งนี้ด้วยจังหวะที่เชื่องช้าแต่สม่ำเสมอ กลิ่นเหม็นเน่าจางๆ ลอยมาแตะจมูก กลิ่นที่รินรดาจำได้แม่นว่าเป็นกลิ่นเดียวกับซากศพของสัตว์ป่าที่พวกเขาพบในหุบเขาก่อนหน้านี้ แต่ทว่า... ครั้งนี้มันเจือด้วยกลิ่นอายของธูปหอมและควันไฟเก่าๆ ศิลาหรี่ตาลง คบเพลิงในมือถูกยกขึ้นสูงเพื่อส่องสว่างไปยังทิศทางของเสียง ในรัศมีแสงไฟสีส้มสลัว... ร่างหนึ่งกำลังก้าวพ้นเงาไม้ใหญ่ออกมา นั่นไม่ใช่สัตว์ป่า และไม่ใช่ภูตผีปีศาจตามตำนานปรัมปรา ร่างนั้นคือมนุษย์... ชายชราคนหนึ่งในชุดเสื้อผ้าขาวมอมแมม ร่างกายผอมแห้งจนหนังหุ้มกระดูก ดวงตาข้างหนึ่งบอดสนิทเป็นสีขาวขุ่น ส่วนอีกข้างหนึ่งเบิกโพลงจ้องมองมาที่พวกเขาทั้งสองคนด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมชวนขนหัวลุก ในมือเหี่ยวย่นของชายชราผู้นั้น กำลังลากโซ่ตรวนสนิมเขรอะที่ล่ามข้อเท้าของศพมนุษย์ศพหนึ่งไว้ ศพนั้นเพิ่งเสียชีวิตไม่นาน ใบหน้าซีดเซียว ดวงตาเบิกค้าง และที่หน้าผากถูกตอกด้วยตะปูสังฆวานีเล่มใหญ่ เลือดสีดำไหลอาบใบหน้าหยดลงสู่พื้นดินทุกย่างก้าว รินรดาอ้าปากค้าง สมองของเธอหยุดประมวลผลทางวิทยาศาสตร์ไปชั่วขณะ ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น เมื่อชายชราคนนั้นเงยหน้าขึ้น ส่งยิ้มเห็นฟันดำสนิท และเอ่ยชื่อของเธอออกมาด้วยเสียงแหบพร่าราวกับมาจากหลุมศพ "ยินดีต้อนรับสู่พิธีบูชา... ดร.รินรดา... ทางเรา... รอคุณมานานแล้ว" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความมืดมิดและปริศนาในบทนี้นะครับ **เพชรตาเสือโบราณ**
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมกับนักมานุษยวิทยาสายมืด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%