กราบขออภัย ฮูหยินเช่นข้าไม่รับคำขอโทษ•ตอนที่ 28

หมากตานี้เพื่อบัลลังก์

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
กลิ่นหอมบางเบาของกำยานจันทน์หอมถูกแผดเผาจนเจือจางในบรรยากาศยามราตรีที่เงียบสงัด เสียงฝีเท้าที่ย่างกรายเข้ามาบนพื้นไม้ขัดมันนั้นเบาราวกับเสียงแมวป่าล่าเหยื่อ ทว่าไป๋ลี่หลินกลับรับรู้ได้ถึงจิตสังหารที่แผ่ซ่านเข้ามาในความมืดมิดนั้นอย่างชัดเจน นางมิได้ขยับกายตื่นตระหนก ดวงตาคู่หงส์ที่สะท้อนแสงจันทร์สีนวลจากหน้าต่างกระดาษสาไม่ได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย บนร่างบางสวมอาภรณ์ผ้าแพรต่วนสีมรกตเข้มปักลายใบบัวและหยดน้ำค้างอย่างประณีต ปิ่นมุกราตรีบนเรือนผมสีดำขลับไหววูบตามจังหวะการหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ "มาช้าเสียจริง… เพลามืดค่ำเช่นนี้ เกรงว่าสุนัขเฝ้าบ้านของเสนาบดีคงจะหิวโซเสียจนอดใจรอไม่ไหวแล้วกระมัง" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ไม่มีความตื่นตระหนก มีเพียงความเย้ยหยันที่กรีดลึกลงไปในโสตประสาทของผู้บุกรุก เงาดำร่างหนึ่งชะงักกึก ปลายดาบเล่มยาวที่อาบยาพิษเรืองแสงสีเขียวเข้มหันขวับมาทางเตียงนอนทันที ทว่าช้าไป... เสียงโลหะกระทบกันดัง *เคร้ง* สนั่นหวั่นไหว ตามด้วยเสียงร่างหนักๆ ล้มลงกระแทกพื้น พร้อมกับโลหิตสีดำคล้ำที่ไหลนองซึมผ่านรอยต่อของแผ่นไม้ เฟิงมู่เฉิน หรือฉินอ๋อง ก้าวออกมาจากมุมมืดของเสาเรือน อาภรณ์สีดำสนิทปักดิ้นลายมังกรห้าเล็บกลกลมกลืนไปกับรัตติกาล ใบหน้าหล่อเหลาดุจเทพเซียนสลักแต่เย็นชาไร้ความรู้สึก ในมือถือกระบี่ที่ยังมีหยดเลือดสดๆ ไหลรินลงสู่พื้น ดวงเนตรคมกริบคู่นั้นทอดมองภรรยาในนามด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ระหว่างความพึงพอใจในความฉลาดเฉลียวและ... ความห่วงใยที่เขาพยายามซ่อนเร้นไว้ภายใต้หน้ากากความโหดเหี้ยม "เจ้าคาดการณ์ไว้แล้วว่าพวกมันจะใช้แผนตัดตอน?" น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์ยามค่ำคืนเอ่ยถาม พร้อมกับเดินเข้าไปใกล้เตียงนอน กลิ่นอายบุรุษเพศที่ทรงอำนาจและกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยอบอวลอยู่รอบกายเขา ไป๋ลี่หลินลุกขึ้นยืนช้าๆ นางปัดชายเสื้อเบาๆ อย่างไม่รีบร้อน สายตาคมปลาบกวาดมองศพที่นอนเกลื่อนอยู่เบื้องล่าง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาบุรุษผู้กุมอำนาจครึ่งค่อนแผ่นดินผู้นี้ "หม่อมฉันมิใช่เทพเซียน ย่อมไม่ล่วงรู้อนาคต... แต่หม่อมฉันรู้จักสันดานขององค์รัชทายาทและสวี่ฮูหยินดี คนที่ไร้ประโยชน์และกุมความลับเรื่องคลังเสบียงย่อมไม่มีสิทธิ์มีชีวิตรอดเกินกว่าข้ามคืนนี้หรอค่ะ" เฟิงมู่เฉินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก "ดี... เช่นนั้นเรามาดูกกันว่า หมากตานี้ ใครกันแน่ที่จะเป็นฝ่ายถูกเชือด" ในค่ำคืนเดียวกันนั้น ณ ตำหนักบูรพาที่ประดับประดาด้วยโคมไฟหยกขาวสว่างไสว องค์รัชทายาทเฟิงเทียนฮ่าวทรงก้าวเดินวนไปมาด้วยความกระวนกระวายใจ บนโต๊ะทรงอักษรมีฎีกาลับฉบับหนึ่งวางอยู่ ข้างกายคือเสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้มีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ดั่งสุนัขจิ้งจอกเฒ่า "ทูลองค์รัชทายาท หน่วยเงาทมิฬที่ส่งไปจัดการเก็บกวาดพยานที่จวนฉินอ๋อง ป่านนี้คงจัดการเรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ" เสนาบดีชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจ มือลูบเคราแพะของตนเองเบาๆ "เมื่อไม่มีพยานหลงเหลือ ฉินอ๋องย่อมไม่มีหลักฐานเอาผิดเรื่องการยักยอกเสบียงทหาร แถมความผิดฐานซ่องสุมกำลังคนในจวนยังจะถูกยัดเยียดให้เขาได้รับโทษทัณฑ์ขั้นเด็ดขาดในท้องพระโรงวันพรุ่งนี้ด้วย" เฟิงเทียนฮ่าวหยุดเดิน นัยน์ตาเรียวรีฉายแววอำมหิตขึ้นวูบหนึ่ง "ดีมาก! เปิ่นกงรอวันนี้มานานเท่าใดแล้ว... เฟิงมู่เฉิน เจ้าพี่ชายผู้เย็นชา ต่อให้ท่านจะมีกองทัพพยัคฆ์อยู่ในมือมากเพียงใด แต่ถ้าหากฮ่องเต้ทรงกริ้วและมีพระราชโองการประหารชีวิตลงมา ท่านก็เป็นเพียงแค่ผีไร้ญาติคนหนึ่งเท่านั้น!" ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังดื่มด่ำกับชัยชนะที่ยังมาไม่ถึง ประตูตำหนักกลับถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง สายลมราตรีพัดกรรโชกจนเปลวเทียนวับแวมเกือบดับลง ขันทีเฒ่าผู้ดูแลพระคลังหลวงวิ่งหน้าตื่นเข้ามา คุกเข่าลงจนตัวสั่นเทา ศีรษะแนบชิดพื้นเย็นเฉียบ "ทะ... ทูลองค์รัชทายาท เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" "มีเรื่องอันใดไยต้องตื่นตระหนก!" เฟิงเทียนฮ่าวตวาดลั่น "พระ... พระราชโองการด่วนจากตำหนักใน... ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้เรียกประชุมขุนนางด่วนกลางดึกพ่ะย่ะค่ะ และ..." ขันทีเฒ่ากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด "และฉินอ๋อง... ฉินอ๋องทรงนำพยานปากเอกพร้อมกับบัญชีลับการยักยอกเสบียง ไปคุกเข่ารออยู่หน้าพระที่นั่งฉลองพระองค์แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เพล้ง! ถ้วยชาหยกเนื้อดีในมือขององค์รัชทายาทหลุดร่วงลงพื้น แตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ น้ำชาอุ่นร้อนกระเซ็นเปรอะเปื้อนชายฉลองพระองค์สีเหลืองทอง ดั่งลางบอกเหตุถึงความพินาศที่กำลังคืบคลานเข้ามา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าของเสนาบดีฝ่ายซ้ายแข็งค้างทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด "เป็นไปไม่ได้! หน่วยเงาทมิฬไม่มีทางพลาด... หรือว่า..." "หรือว่า... พวกเราตกหลุมพรางของนังสารเลวไป๋ลี่หลินกับฉินอ๋องเข้าเสียแล้ว!" องค์รัชทายาทคำรามออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ในเวลาเดียวกันนั้น ที่ตำหนักของจวนฉินอ๋อง ไป๋ลี่หลินกำลังนั่งจิบชาอุ่นๆ ที่ต้มจากสมุนไพรบำรุงกำลัง กลิ่นหอมกรุ่นของชาดอกเหมยกระจายไปทั่วห้อง นางทอดสายงามมองออกไปนอกหน้าต่าง ราตรีนี้ช่างยาวนานนัก แต่สำหรับนางแล้ว นี่คือการเริ่มต้นทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกมันเคยพรากไป เฟิงมู่เฉินก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหลังนาง มือหนายื่นออกไปโอบไหล่บอบบางไว้หลวมๆ สัมผัสอุ่นซ่านแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า "เจ้าทำให้เปิ่นกงประหลาดใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า... ไป๋ลี่หลิน บอกข้าที ว่ายังมีสิ่งใดในใต้หล้าที่สตรีเช่นเจ้าทำไม่ได้อีก" ไป๋ลี่หลินวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้แกะสลักอย่างแผ่วเบา นางเงยหน้าขึ้นสบตากับบุรุษผู้ทรงอำนาจด้วยรอยยิ้มเย้ายวนแต่ทว่าเยือกเย็นยิ่งนัก "หม่อมฉันทำได้ทุกอย่างเพ่ะย่ะค่ะ... ยกเว้นเสียแต่เรื่องเดียว" "เรื่องอันใด?" ฉินอ๋องเลิกคิ้วสูงด้วยความสนใจ "เรื่องที่จะยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องคนที่หม่อมฉัน... รักและปกป้อง" น้ำเสียงแผ่วเบาแต่หนักแน่นดั่งคำประกาศิต ทำให้หัวใจของฉินอ๋องกระตุกวูบ ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งชัยชนะ เสียงเคาะเกราะบอกยามสามก็ดังขึ้นจากนอกกำแพงจวน พร้อมกับเสียงฝีเท้าขององครักษ์ที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหน้าห้องโถง "เรียนท่านอ๋อง! มีราชโองการด่วนที่สุดจากฮ่องเต้... เชิญท่านอ๋องและพระชายาด่วนพ่ะย่ะค่ะ!" ไป๋ลี่หลินหันไปสบตากับฉินอ๋องทันที รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นที่มุมปากของนางอีกครั้ง... หมากตานี้ แม้แต่ฮ่องเต้ก็ยังทรงคาดไม่ถึงว่ามันจะนำพาความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มาสู่ราชสำนัก ขอบพระคุณท่านรี้ดที่น่ารักทุกท่านที่ติดตามอ่านกันมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ **"เงียบแต่ฟาดเรียบ"**
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กราบขออภัย ฮูหยินเช่นข้าไม่รับคำขอโทษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%