กราบขออภัย ฮูหยินเช่นข้าไม่รับคำขอโทษ•ตอนที่ 29

ราชโองการลับกลางดึก

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
เสียงสะท้อนของกรับไม้ไผ่ที่กระทบลงบนพื้นหินอ่อนในตำหนักในยามราตรี ช่างฟังดูคล้ายเสียงเคาะโลงศพของคนเป็นเสียเหลือเกินค่ะ ไป๋ลี่หลินป้องมือเรียวบางของนางเข้ากับถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ ลวดลายดอกเหมยสีชาดที่วาดด้วยมือโดยช่างหลวงสะท้อนวับแวมใต้แสงเทียนสีส้มสลัว นางมิได้ใส่ใจกับความหนาเหน็บของสายลมฤดูหนาวที่เล็ดลอดผ่านบานหน้าต่างแกะสลักลายวิจิตรแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่ดึงดูดสติปัญญาอันแหลมคมของนางในยามนี้ คือกลิ่นอายความอับชื้นและกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยมาตามลมจากทิศทางของตำหนักมังกรทอง "ข่าวลือจากขันทีเฒ่าฝั่งกรมวัง... แม่น้ำสายหลักเริ่มเปลี่ยนทิศแล้วเพคะ ฮูหยิน" เสียงกระซิบอันแผ่วเบาของชิงเหอ สาวใช้คนสนิทที่สวมชุดบ่าวรับใช้สีเทาเข้มกลมกลืนกับความมืด ดังขึ้นใกล้ใบหู นางก무มคัมภีร์ใบลานเก่าคร่ำคร่าไว้ในอกเสื้อแน่น ดวงตาฉายแววตื่นตระหนกจนเห็นได้ชัด แม้จะผ่านศึกการเมืองในเรือนหลังมานับไม่ถ้วน แต่นี่คือความลับระดับพลิกแผ่นดิน—เรื่องการประชวรหนักจนถึงขั้นสวรรคตของโอรสสวรรค์ และพระราชโองการลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยต่อของบัลลังก์มังกร ไป๋ลี่หลินยกยมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นงดงามราวดอกไม้พิษที่ผ่งบานในยามวิกาล นางสวมอาภรณ์ผ้าไหมปักดิ้นเงินลายเมฆมงคล ทว่ารอบกายกลับแผ่ซ่านไอเย็นยะเยือกที่แม้แต่เตาอุ่นถ่านชั้นดีก็ไม่อาจขับไล่ได้ "เปลี่ยนทิศหรือ... ชิงเหอ เจ้าเข้าใจผิดแล้ว" ไป๋ลี่หลินเอמהเสียงราบเรียบ แต่น้ำเสียงนั้นกลับเต็มไปด้วยอำนาจกดดันที่ทำให้บ่าวรับใช้ถึงกับต้องก้มหน้าลงต่ำ "นี่ไม่ใช่การเปลี่ยนทิศ แต่มันคือการชำระล้างต่างหาก สวี่ฮูหยินกับคนเบื้องหลังคงกำลังยิ้มร่า คิดว่าหมากตานี้จะช่วยให้พวกมันพลิกสถานการณ์กลับมาเหยียบย่ำพวกเราได้อีกครั้งสินะ" เพระแท้จริงแล้ว ในชาติภพก่อน นางต้องตายอย่างอนาถด้วยน้ำมือของอนุภรรยาผู้ทะเยอทะยานอย่างสวี่ฮูหยินและบุรุษไร้หัวใจผู้หนึ่ง แต่ในชาตินี้... นางคือผู้ถือหมากกระดานนี้ไว้ทั้งหมด ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวเข้ามาอย่างเป็นจังหวะและมั่นคงก็ดังแหวกความเงียบงันของยามราตรีเข้ามา อาภรณ์คลุมกายสีดำปักลายพยัคฆ์ทมิฬด้วยดิ้นทองคำบริสุทธิ์สะท้อนเข้ากับแสงไฟ กลิ่นอายอันเยือกเย็น ดุร้าย และทรงอำนาจที่แผ่ซ่านมาแต่ไกล ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนเป็นอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ฉินอ๋อง เฟิงมู่เฉิน ก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้านาง ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวพยัคฆ์คู่นั้นกวาดมองภรรยาในนามผู้มีความงดงามล่มเมือง ทว่ากลับซ่อนสติปัญญาที่เฉียบคมยิ่งกว่าอาวุธใดๆ ในแผ่นดิน "เจ้าคาดการณ์ไว้ไม่ผิด..." น้ำเสียงทุ้มต่ำและทรงพลังของท่านอ๋องเอמהขึ้น พร้อมกับที่เขายื่นม้วนกระดาษสีเหลืองทองเข้ม ประทับตราหยกมังกรห้าเล็บอันเป็นสัญลักษณ์สูงสุดแห่งราชสำนัก วางลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอมตรงหน้าปัก ไป๋ลี่หลินละสายตาจากถ้วยชา เลื่อนมามองม้วนพระราชโองการลับที่ถูกส่งต่อมาถึงมือพวกเขากลางดึก หัวใจของนางเต้นเป็นจังหวะหนักแน่นแต่มั่นคง นางรู้ดีว่าทันทีที่คลี่กระดาษแผ่นนี้ออก สงครามแย่งชิงบัลลังก์ที่ซ่อนเร้นมานานนับปีจะระเบิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ และเลือดนับแสนหยาดจะนองท้องพระโรง "ดูท่าทาง... ฮ่องเต้พระองค์นี้ทรงเลือกทางที่โหดร้ายที่สุดให้แก่ราชวงศ์แล้วสินะเพคะ" ไป๋ลี่หลินเงยหน้าขึ้นสบตาผู้เป็นสามี รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏบนเรียวปากสีชาด "องค์ชายสามหรือองค์ชายรอง? หรือแท้จริงแล้ว พระองค์ทรงหมายถึง... ท่านอ๋อง?" เฟิงมู่เฉินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอแผ่วเบา ความดุร้ายในแววตาพลันเจิดจ้าขึ้นวูบหนึ่ง เขายื่นมือหนาออกไปกุมมือเรียวบางของนางไว้ สัมผัสที่อบอุ่นและแข็งแกร่งตัดกับความเย็นยะเยือกของค่ำคืนนี้อย่างสิ้นเชิง "ต่อให้เป็นพระราชโองการเปลี่ยนตัวรัชทายาท หรือแม้กระทั่งโองการสั่งประหารข้า..." ท่านอ๋องโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากนาง แววตาเต็มไปด้วยความลุ่มลึกและมั่นคงดั่งหินผา "หากฮูหยินของข้าบอกว่าควรขยี้มันทิ้ง ข้าก็จะเผาตำหนักหลวงให้ราบเป็นหน้ากลองในคืนนี้" ทว่า ก่อนที่ไป๋ลี่หลินจะได้เอ่ยถ้อยคำใดตอบรับ เสียงเคาะประตูรั้วจวนอ๋องสามครั้งติดต่อกันอย่างเร่งรีบก็ดังขึ้นผ่าความเงียบ ตามด้วยเสียงรายงานด้วยความตื่นตระหนกขององครักษ์เงาที่หน้าประตู "ท่านอ๋อง! ฮูหยิน! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ราชองครักษ์เสื้อแพรนำกำลังนับพันนายเคลื่อนพลปิดล้อมรอบจวนอ๋องไว้หมดแล้ว พร้อมกับมีราชโองการด่วนที่สุดจากในวังหลวงประกาศว่า... ท่านอ๋องและฮูหยินทรงร่วมมือกันปลอมแปลงพระราชโองการและลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้!" ไป๋ลี่หลินชะงักไปชั่วขณะ ก่อนที่ดวงตากลมโตคู่สวยจะพลันหรี่แคบลง รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง *เกมนี้... พวกมันกล้าเล่นถึงขนาดนี้เชียวหรือ?* "ชิงเหอ..." ไป๋ลี่หลินเอמהเรียกเสียงกระซิบเบาหวิว แต่มั่นคงยิ่งกว่าสิ่งใด ขณะที่นางค่อยๆ เอื้อมมือไปหยิบถ้วยชาอุ่นขึ้นมาจิบช้าๆ ท่ามกลางเสียงฝีเท้าเกราะเหล็กที่กำลังบุกรุกเข้ามาประชิดตัวเรือน "จุดตะเกียงน้ำมันขึ้นให้สว่างทั่วจวน... คืนนี้ เราจะต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญเหล่านี้ด้วยชาชั้นดีสักกา" --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เงียบแต่ฟาดเรียบ" มาโดยตลอดนะคะ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กราบขออภัย ฮูหยินเช่นข้าไม่รับคำขอโทษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%