ปลายมีดสั้นอาบยาพิษสีม่วงคล้ำจรดลงบนลำคอระหง กลิ่นอายคาวเลือดและกลิ่นอับชื้นของโรงเก็บฟืนร้างในป่าชั้นนอกชวนให้สะอิดสะเอียน ไป๋ลี่หลินหลับตาลงชั่วครู่ ไม่ใช่เพื่อหวาดกลัว แต่เพื่อประเมินจังหวะการหายใจของมือสังหารที่ยืนอยู่เบื้องหลัง ความเงียบงันในโถงกว้างถูกทำลายด้วยเสียงหัวเราะแหบพร่าของชายในชุดดำที่ปิดบังใบหน้ามิดชิด
“ท่านอ๋องผู้เกรียงไกร จะเลือกบัลลังก์ที่เจ้าปรารถนา หรือจะเลือกสตรีไร้ค่าผู้นี้กันเล่า?”
เสียงนั้นมิได้ทำให้ไป๋ลี่หลินหวั่นไหว นางค่อยๆ ลืมตาขึ้น แววตาคมกริบดุจดั่งใบมีดที่ไร้ความปราณี แม้ข้อมือจะถูกพันธนาการด้วยเชือกหยาบกร้าน แต่นางกลับนั่งตัวตรง สง่างามราวกับกำลังนั่งอยู่ในห้องโถงรับรองของจวนฉินอ๋อง หาใช่เชลยที่รอความตายไม่
“พวกเจ้าช่างโง่เขลา... คิดหรือว่าการหยิบยื่นความตายให้ข้า จะทำให้มู่เฉินยอมสยบให้รัชทายาท?” ลี่หลินเอ่ย น้ำเสียงราบเรียบนิ่งสนิท ทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจที่ทำให้มือสังหารชะงักไปชั่วครู่ “คนอย่างเขา หากต้องเลือกระหว่างศักดิ์ศรีกับสตรี เขาจะสังหารพวกเจ้าจนสิ้นซาก แล้วค่อยมาทำลายล้างบัลลังก์ของนายท่านพวกเจ้าให้ราบเป็นหน้ากลองหลังจากนั้น”
“หุบปาก!” มือสังหารกระชากเส้นผมของนางไปด้านหลังจนใบหน้าเงยขึ้น
ไป๋ลี่หลินแค่นยิ้มที่มุมปาก เลือดซึมออกมาเล็กน้อยตรงรอยแผลที่ลำคอ “พวกเจ้ากำลังเดิมพันด้วยชีวิต และดูเหมือนว่า... พวกเจ้ากำลังเป็นฝ่ายแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม”
ภายในกระโจมทหารทางทิศตะวันตก เฟิงมู่เฉินยืนนิ่งดุจรูปปั้นหินสลัก นัยน์ตาคมปลาบดั่งเหยี่ยวราตรีจ้องมองแผนที่ยุทธการบนโต๊ะไม้กฤษณา บรรยากาศรอบกายเขาราวกับมีไอเย็นเยือกที่พร้อมจะแช่แข็งทุกคนที่เข้าใกล้ ข่าวการหายตัวไปของฮูหยินเอกแพร่สะพัดรวดเร็วประหนึ่งไฟลามทุ่ง แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวกว่านั้นคือความเงียบของท่านอ๋อง
“ท่านอ๋อง... กองกำลังเงาแจ้งว่าพบร่องรอยของกลุ่มมือสังหารมุ่งหน้าสู่หุบเขาไร้เงา แต่เกรงว่าจะเป็นกับดักพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์คนสนิทกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
เฟิงมู่เฉินกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความรู้สึกปั่นป่วนในอกที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อนกำลังแผดเผาดั่งเพลิงกัลป์ เขาไม่เคยเชื่อว่าสตรีใดจะมีความหมายต่อชีวิตของเขาได้ ทว่ายามนี้ เมื่อนึกถึงรอยยิ้มเยือกเย็นและดวงตาที่ฉลาดล้ำของไป๋ลี่หลิน หัวใจเขากลับบีบรัดจนเจ็บปวด
“ส่งสัญญาณให้กองกำลังหลักบุกทำลายจุดยุทธศาสตร์ทุกแห่งที่อยู่ในเขตอำนาจของรัชทายาท” เสียงของเขาต่ำลึก ทรงพลัง และแฝงความดุร้ายที่ไม่มีผู้ใดกล้าต่อกร “หากลี่หลินมีรอยขีดข่วนแม้เพียงปลายก้อย ข้าจะทำให้คนตระกูลสวี่และเชื้อสายของรัชทายาทไม่เหลือแม้แต่ธุลีดินให้ฝัง!”
กลับมาที่โรงเก็บฟืนร้าง ไป๋ลี่หลินอาศัยจังหวะที่มือสังหารเผลอ ขยับข้อมือเข้าหาเข็มพิษขนาดจิ๋วที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อชั้นใน ซึ่งนางประดิษฐ์ขึ้นเองด้วยความรู้ทางการแพทย์ นางไม่ได้รอให้โชคชะตาลิขิต แต่เป็นนางเองที่กำลังร้อยเรียงเส้นด้ายแห่งการล้างแค้น
“เจ้าคิดว่าโซ่ตรวนจะกักขังข้าได้จริงหรือ?” นางกระซิบเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นดั่งน้ำแข็ง
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นนับร้อยก็ล้อมรอบโรงเก็บฟืน แสงคบเพลิงสว่างจ้าไปทั่วบริเวณ บานประตูไม้ถูกถีบพังทลายลงในคราเดียว กลิ่นไอของความตายเข้าปกคลุมพื้นที่ ร่างสูงสง่าในชุดเกราะอ่อนสีนิลก้าวเข้ามา กลิ่นอายอำนาจของฉินอ๋องบีบคั้นจนผู้ที่อยู่ในห้องหายใจแทบไม่ออก
มือสังหารที่คุมตัวลี่หลินเบิกตากว้างด้วยความตระหนก มันจ่อมีดเข้าที่คอของนางแรงขึ้นจนเลือดไหลซึม “ถอยไป! ไม่เช่นนั้นนางตาย!”
เฟิงมู่เฉินหยุดเดิน เขาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนก ทว่านัยน์ตาที่จ้องมองมายังลี่หลินนั้นมีความรักลึกซึ้งที่ซ่อนไว้ภายใต้ความแข็งกร้าว “ลี่หลิน... หลับตาเสีย”
ไป๋ลี่หลินรู้ดีว่าเขากำลังจะทำอะไร นางแสยะยิ้มที่มุมปากให้มือสังหาร “ข้าบอกท่านแล้ว... ว่าเดิมพันนี้เจ้าไม่มีวันชนะ”
เพียงชั่วพริบตา เข็มพิษในมือของลี่หลินถูกปักเข้าที่ข้อมือของมือสังหารอย่างแม่นยำ พร้อมกับเสียงธนูสังหารที่พุ่งออกจากมือของฉินอ๋องทะลุผ่านหัวใจของศัตรูในระยะไกล แต่ทว่า ในจังหวะที่มือสังหารล้มลง ร่างของมันกลับเอนไปกระแทกกับกลไกบางอย่างบนผนังไม้ ลำแสงสีฟ้าแปลกประหลาดพุ่งออกมาจากพื้นดิน กักขังทั้งคู่ไว้ในม่านอาคมที่ซ้อนทับด้วยพิษร้ายแรง
ฉินอ๋องพุ่งตัวเข้าไปกอดลี่หลินไว้แน่นในอ้อมแขนก่อนที่ม่านอาคมจะปิดสนิท ทว่าเขากลับชะงักเมื่อเห็นบางอย่างในมือของนางที่กำไว้แน่น
“นี่คือสิ่งที่จะช่วยเราได้” ลี่หลินเผยให้เห็นตราประทับลับของตระกูลสวี่ที่นางขโมยมาได้จากกระเป๋าของมือสังหารระหว่างถูกลักพาตัว “แต่มันมาพร้อมกับกับดักเลือด... มู่เฉิน ท่านต้องเลือกแล้ว”
ฉินอ๋องจ้องมองตราประทับนั้นด้วยแววตาสั่นไหว ก่อนจะค่อยๆ หยิบจอกสุราที่ซ่อนอยู่ในช่องลับของชุดเกราะออกมา เขายกจอกนั้นขึ้นจิบเพียงครึ่งหนึ่งแล้วป้อนให้ลี่หลินผ่านทางริมฝีปาก ท่ามกลางเสียงตะโกนของเหล่าทหารที่กำลังพยายามทลายม่านอาคม เสียงกระซิบสุดท้ายของเขาก็ดังขึ้นเบาๆ ข้างหูของนาง
"หากต้องตาย... ข้าจะขอเป็นผู้เลือกวิถีนั้นด้วยตัวของข้าเอง"
เงียบแต่ฟาดเรียบขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดุเดือดนี้ไปด้วยกันนะคะ
กราบขออภัย ฮูหยินเช่นข้าไม่รับคำขอโทษ•ตอนที่ 30
เดิมพันด้วยชีวิตและศักดิ์ศรี
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กราบขออภัย ฮูหยินเช่นข้าไม่รับคำขอโทษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!