กราบขออภัย ฮูหยินเช่นข้าไม่รับคำขอโทษ•ตอนที่ 19

สายตาที่เปลี่ยนไปของท่านอ๋อง

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
รอยยิ้มบนริมฝีปากของไป๋ลี่หลินในยามนี้ งดงามราวกับบุปผาชาติแรกแย้มท่ามกลางเหมันต์อันเหน็บหนาว ทว่ากลับอาบเคลือบด้วยพิษร้ายที่สามารถปลิดชีพผู้คนได้ทั้งกองทัพ เสียงก้องกังวานของเม็ดหยกสีดำที่นางคีบด้วยปลอกเล็บทองคำสลักลายหงส์ ก่อนจะวางลงบนกระดานห้อมล้อมลานรบจำลองด้วยความแม่นยำ ราวกับเสียงกิโยตินที่สะบัดลงบนคอของสวี่ฮูหยินและพรรคพวกในจวนสกุลสวี่ ท่ามกลางห้องโถงใหญ่ที่เงียบงันจนได้ยินกระทั่งเสียงน้ำเดือดในกาชาดินเผา "ฮูหยิน... หมากตานี้ของท่าน บีบให้ทางฝ่ายนั้นไม่มีทางถอยแล้วจริงๆ เจ้าค่ะ" ลวี่ชิงกระซิบเสียงเบาอย่างระมัดระวัง พลางรินชาสมุนไพรสีมรกตลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบเนื้อบางเบา "ถอยไม่ได้ก็ต้องตาย... คนเรายามจนตรอก มักจะเผยธาตุแท้ที่น่าเกลียดที่สุดออกมาเสมอ" ไป๋ลี่หลินกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นัยน์ตาดอกท้อหงส์หรี่ลงเล็กน้อยอย่างครุ่นคิด นางในอาภรณ์สีม่วงเข้มปักลายเมฆาล้อมจันทร์ ขยับกายพิงพนักเก้าอี้ไม้จันทน์หอม ท่วงท่าสง่างามสูงส่งดั่งพญาหงส์ที่กำลังมองดูฝูงกาแย่งชิงเศษซากอาหาร ทว่า ความเงียบสงบในห้องโถงกลับถูกทำลายลงด้วยฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคย ประตูไม้แกะสลักถูกผลักออกโดยปราศจากการประกาศเตือน ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมผ้าไหมปักดิ้นทองลายมังกรห้ากรงเล็บก้าวเข้ามาอย่างองอาจ กลิ่นอายความเย็นเยียบและกลิ่นอายคาวเลือดที่จางลงจากสนามรบแผ่ซ่านกดดันบรรยากาศทันที เฟิงมู่เฉิน—ฉินอ๋องผู้เยือกเย็นดุร้าย ปรากฏตัวขึ้น ณ เบื้องหน้านาง ดวงเนตรคมปลาบดั่งเหยี่ยวสบเข้ากับดวงตาคู่สวยของสตรีตรงหน้าอย่างไม่หลบเลี่ยง บรรยากาศรอบกายราวกับหยุดนิ่ง เหล่าบ่าวไพร่รีบถอยกรูดออกไปนอกเรือนจนหมดสิ้น เหลือเพียงคนทั้งสองที่ยืนเผชิญหน้ากันท่ามกลางแสงเทียนวับแวม "เจ้าวางหมากกระดานนี้ไว้ตั้งแต่เมื่อใดกัน... ไป๋ลี่หลิน" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทว่าแววตาที่ทอดมองมากลับไม่มีร่องรอยของการตำหนิ มีเพียงประกายความสนใจและความลุ่มลึกที่ยากจะหยั่งถึง ไป๋ลี่หลินมิได้ตื่นตระหนก นางเพียงลุกขึ้นช้าๆ ย่อกายคารวะตามธรรมเนียมด้วยความอ่อนช้อยไร้ที่ติ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง—รอยยิ้มที่ในยามปกตินางมักใช้เพื่อหลอกล่อศัตรู แต่วันนี้... ยามที่แสงไฟจากตะเกียงกระทบลงบนพวงแก้มเนียนนุ่มและรอยยิ้มนั้น โลกทั้งใบในสายตาของฉินอ๋องราวกับหยุดหมุนไปชั่วขณะ เฟิงมู่เฉินชะงักงัน หัวใจที่ด้านชาและถูกแช่แข็งไว้ด้วยอำนาจและการนองเลือดมานานปี กลับกระตุกวูบอย่างรุนแรงจนเจ็บแปลบ นี่น่ะหรือ... สตรีที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงหมากเบี้ยไร้ค่าในการแต่งงานเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ นี่น่ะหรือคือปีศาจสาวผู้ใช้สติปัญญาพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินในคราบโฉมสะคราญ "หม่อมฉันเพียงแต่วางหมากตามความเหมาะสมของสถานการณ์เพคะ ท่านอ๋องทรงเหนื่อยล้าจากการราชการลับ เหตุใดจึงไม่ไปพักผ่อนที่ห้องหนังสือเล่าเจ้าคะ" นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงความห่างเหินที่จงใจ ฉินอ๋องไม่ตอบคำถามนั้น เขาก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวนางทีละก้าว กลิ่นกายบุรุษอันคุ้นเคยและทรงพลังโอบล้อมร่างบางไว้จนแทบไม่มีช่องว่าง ไป๋ลี่หลินขยับถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับชั้นวางตำราจนมุม "พักผ่อนหรือ..." เฟิงมู่เฉินโน้มตัวลงมา ใบหน้าหล่อเหลาดุดันอยู่ห่างจากรอนแก้มของนางเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับผิวแก้มเนียนจนนางรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ "เปิ่นหวังอยากพักผ่อน... แต่ทว่าในหัวของเปิ่นหวังเวลานี้ มีแต่ภาพรอยยิ้มของเจ้าเต็มไปหมด ไป๋ลี่หลิน... เจ้าใช้มนต์ดำอันใดสะกดใจเปิ่นหวังกันแน่" คำพูดนั้นจริงจังและหนักแน่นจนไป๋ลี่หลินถึงกับชะงัก นางเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน ความห่วงใย ความหลงใหล และความดุดันที่ถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันจนน่ากลัว หัวใจของนางที่เคยแข็งกระด้างดั่งหินผาจากการถูกหักหลังในชาติก่อน กลับไหววูบอย่างควบคุมไม่ได้ "ท่านอ๋องทรงล้อเล่นสนุกล่ะกระมั้งเพคะ หม่อมฉันเป็นเพียงสตรีที่มีแต่ความแค้นอยู่ในใจ ไฉนเลยจะมีคุณสมบัติไปสะกดใจพระองค์ได้" นางเอ่ยเสียงเบา พยายามซ่อนความสั่นไหวในน้ำเสียงไว้ภายใต้หน้ากากความเยือกเย็น "ข้าไม่เคยล้อเล่นกับเรื่องคอขาดบาดตาย... และหัวใจของข้า ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะนำมาล้อเล่นได้เช่นกัน" มือหนาเอื้อมออกไปแตะเบาๆ ที่ปอยผมซึ่งเคลียอยู่ข้างแก้มของนาง สัมผัสนั้นแผ่วเบาราวกับกลัวว่าบัวขาวดอกนี้จะบอบช้ำ ทว่าแววตากลับจริงจังหนักแน่นดั่งประกาศิต ในขณะที่บรรยากาศกำลังระอุไปด้วยความลึกซึ้งและแรงดึงดูดอันตรายระหว่างทั้งสอง ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอย่างรวดเร็วจนทำลายความเงียบ "ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงองครักษ์เงาตะโกนรายงานจากนอกประตูด้วยความตื่นตระหนก "มีราชโองการลับด่วนจากในวังหลวง... ฮองเฮาทรงมีพระบัญชาสั่งให้ปลดและควบคุมตัวสวี่ฮูหยินทันทีข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับกบฏชายแดน แต่ทว่า... ระหว่างทางที่ราชองครักษ์ไปจับกุม สวี่ฮูหยินกลับดื่มยาพิษปลิดชีพตัวเองไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ไป๋ลี่หลินเบิกตากว้างเล็กน้อย รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง ทว่ายังไม่ทันที่นางจะได้วิเคราะห์หมากตานี้ เฟิงมู่เฉินกลับคว้าข้อมือนางไว้แน่น ดวงเนตรคมปลาบจับจ้องไปที่ประตูห้องด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจอย่างรุนแรง "ยังไม่จบแค่นี้..." ฉินอ๋องเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน "ในจดหมายลาตายของสวี่ฮูหยินที่ทิ้งไว้... มีลายมือที่กล่าวถึง 'รายชื่อสายลับ' ในกองทัพของข้า... และชื่อแรกที่ถูกเขียนไว้ด้วยเลือด ก็คือชื่อของเจ้า... ไป๋ลี่หลิน!" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคืนอันตรายนี้ไปพร้อมกับข้านะคะ หวังว่าท่านจะยังไม่ลืมว่าใครคือหมากตัวจริงในกระดานนี้! – เงียบแต่ฟาดเรียบ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กราบขออภัย ฮูหยินเช่นข้าไม่รับคำขอโทษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%