กราบขออภัย ฮูหยินเช่นข้าไม่รับคำขอโทษ•ตอนที่ 20

วิกฤตโรคระบาดทางใต้

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
กลิ่นอับชื้นของโคลนตมและคาวเลือดจางๆ คละคลุ้งจนน่าสะอิดสะเอียน แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับกลิ่นหอมละมุนของกำยานไม้กฤษณาในห้องทรงอักษรที่เมืองหลวง ไป๋ลี่หลินกวาดสายตามองผ่านม่านฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย ทัศนียภาพเบื้องหน้าคือเมือง ‘หนานเฉิง’ ดินแดนทางใต้ที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งเรือง บัดนี้กลับเงียบสงัดราวกับเมืองร้าง ผู้คนล้มตายดั่งใบไม้ร่วงจากโรคระบาดปริศนาที่แม้แต่หมอหลวงยังต้องส่ายหน้ายอมจำนน นางอยู่ในชุดคลุมกันฝนปักลายเมฆสีครามเข้ม เรียบง่ายแต่ตัดเย็บอย่างประณีตด้วยผ้าไหมเนื้อดีเพื่อกันความชื้น ปิ่นหยกขาวบนมวยผมถูกถอดออก เปลี่ยนเป็นเพียงผ้าแพรสีขาวคาดผมไว้กระชับเพื่อความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน "ลี่หลิน เจ้าควรพักผ่อนเสียบ้าง อยู่หน้าเตาต้มสมุนไพรมาสามวันสามคืนติดกันแล้วนะ" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับอายความอบอุ่นจากร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาประชิดด้านหลัง ฝิงมู่เฉิน หรือฉินอ๋องผู้เยือกเย็นดุร้ายในสายตาคนทั้งแผ่นดิน ยามนี้ฉลองพระองค์ด้วยชุดผ้าฝ้ายสีเข้มเรียบง่ายไม่ต่างจากสามัญชน แววพระเนตรคมปลาบที่เคยฉายแววดุดันและเยชา ยามทอดมองสตรีในดวงใจกลับเจือประกายความห่วงใยระคนเหนื่อยล้าอย่างปิดไม่มิด ลี่หลินไม่หันกลับไปทันที นางยังคงใช้ไม้พายคนสมุนไพรในหม้อดินขนาดใหญ่ด้วยความระมัดระวัง ไอน้ำร้อนจัดพวยพุ่งผสมกับกลิ่นฉุนของรากไม้ฝาดเฝื่อน จนกระทั่งแน่ใจว่าตัวยาละลายเข้ากันดีแล้ว นางจึงวางมือแล้วหันกลับมาสบตาเขา รอยยิ้มบางเบาปรากฏบนเรียวปากซีดเซียว "หากหม่อมฉันพัก แล้วราษฎรนับหมื่นที่รอความช่วยเหลือเล่าเพคะ? ท่านอ๋องอย่าลืมสิว่า การที่เราสองคนอาสาลงมาในพื้นที่เสี่ยงภัยเช่นนี้ มิใช่เพื่อมานั่งเสวยสุขหลบฝน แต่เพื่อพิสูจน์ให้ราชสำนักเห็นว่า... หมากที่พวกเขาคิดว่าจะเขี่ยทิ้งอย่างไรก็ได้ ยามนี้กลับเป็นผู้กอบกู้แผ่นดินที่พวกเขาไม่มีวันเอื้อมถึงต่างหาก" คำพูดของนางเฉียบคมดั่งคมมีดที่ซ่อนอยู่ภายใต้แพรไหม ฉินอ๋องแย้มพระสรวลน้อยๆ แววพระเนตรลึกล้ำยากหยั่งถึง พระองค์ยื่นพระหัตถ์หนาขึ้นเช็ดคราบเขม่าสีดำที่เปื้อนข้างแก้มเนียนของนางอย่างทะนุถนอม สัมผัสอุ่นจัดตัดกับความหนาวเย็นของสายฝนภายนอก "เจ้าคนดื้อรั้น... ต่อให้เจ้าพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินเพื่อตบหน้าพวกขุนนางเฒ่าเหล่านั้น ข้าก็พร้อมจะถือดาบยืนเคียงข้างเจ้า ขุดรากถอนโคนพวกมันให้สิ้นซากอยู่แล้ว" บรรยากาศรอบกายพลันอบอุ่นขึ้นท่ามกลางความหนาวเหน็บของโรคระบาด แต่ความหวานชื่นนี้ยังไม่ทันได้ทอดยาว ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นสะท้อนก้องตามทางเดินระเบียงไม้ของศาลากลางจังหวัด "ท่านอ๋อง! พระชายา! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" องครักษ์เงาคนสนิทพุ่งตัวเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้า ใบหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เม็ดเหงื่อปะปนกับหยาดน้ำฝนไหลย้อยชุ่มโชก ลี่หลินขมวดคิ้วมุ่นทันที นางส่งสัญญาณให้ฉินอ๋องถอยหลังไปก้าวหนึ่งเพื่อรักษา ระยะห่างตามธรรมเนียม ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่นิ่งสนิท "มีเรื่องอันใด เหตุใดจึงตื่นตระหนกถึงเพียงนี้ ลุกขึ้นแล้วพูดมาให้ชัดเจน" "เรียนพระชายา... ผู้ป่วยในเขตกัก 3 ที่อาการเริ่มทรงตัวและใกล้จะหายดี... จู่ๆ ก็มีอาการชักเกร็ง เลือดออกทวารทั้งเจ็ด และ... และสิ้นใจตายอย่างสยดสยองพร้อมกันถึงห้าสิบคนในเวลาไล่เลี่ยกันพ่ะย่ะค่ะ!" หัวใจของลี่หลินกระตุกวูบ ทว่าสีหน้าของนางกลับยิ่งสงบนิ่งเยือกเย็นลงกว่าเดิม สัญชาตญาณของแพทย์ผู้ผ่านความตายมาแล้วรอบหนึ่งบอกนางทันทีว่านี่ไม่ใช่ธรรมชาติของโรคระบาดทั่วไป "เป็นพิษ..." ฉินอ๋องกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม รังสีสังหารแผ่ซ่านออกมาจากพระวรกายจนอุณหภูมิรอบด้านลดฮวบลงทันตาเห็น "พวกมันไม่ได้ต้องการแค่ให้หนานเฉิงล่มสลาย แต่พวกมันต้องการฆ่าตัดตอนพยาน และโยนความผิดให้เราควบคุมโรคไม่สำเร็จ!" "มิใช่แค่นั้นเพคะท่านอ๋อง..." ลี่หลินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายความเฉลียวฉลาดเจิดจ้า นางก้าวเท้าเดินไปหยิบกระดาษสาและพู่กันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว "อาการเลือดออกทวารทั้งเจ็ดและชักเกร็งเฉียบพลันเช่นนี้ มีเพียง 'พิษร้อยวันพันทิวา' ของชนเผ่าเร่ร่อนทางเหนือเท่านั้นที่ทำได้... และผู้ที่ครอบครองเส้นทางการค้าระหว่างเหนือกับใต้ มีเพียงตระกูลสวี่ของบิดาเลี้ยงหม่อมฉันคนเดียว!" ฉินอ๋องก้าวเข้ามาประชิด พระเนตรวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ มือหนาเอื้อมมากุมมือสั่นเทาเล็กน้อยของนางไว้แน่น "หลินเอ๋อร์ เจ้าหมายความว่า..." "ใช่เพคะ..." นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏที่มุมปาก ช่างงดงามแต่หยาดเยิ้มไปด้วยพิษสงดั่งบุปผาอาบยาพิษ "พวกมันส่งมือสังหารปลอมตัวปะปนเข้ามาในคราบหมออาสาก่อนหน้านี้แล้ว เพื่อวางยาซ้ำเติมสถานการณ์ และจดหมายลับที่ท่านอ๋องส่งไปรายงานฮ่องเต้เมื่อวานนี้... คงจะถูกสกัดกั้นไว้เรียบร้อยแล้วเช่นกัน" ในวินาทีนั้นเอง เสียงเคาะเกราะยามค่ำคืนยังไม่ทันดังขึ้น เสียงฝีเท้าจำนวนมากนับร้อยก็ดังกระหึ่มล้อมรอบศาลากลางจังหวัดแห่งนี้ไว้ทุกด้าน แสงคบเพลิงสว่างโชนจนท้องฟ้ายามราตรีสีนิลสะท้อนเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิต เงาร่างของแม่ทัพผู้หนึ่งก้าวเข้ามาพร้อมกับราชโองการสีทองอร่ามในมือ ใบหน้าของเขายกยิ้มเยาะเย้ยอย่างไม่ปิดบัง "ราชโองการด่วนจากเมืองหลวง! ฉินอ๋องและพระชายาไร้ความสามารถ ปล่อยให้โรคระบาดลุกลามและสังหารราษฎรบริสุทธิ์ ทั้งยังสมรู้ร่วมคิดกับกบฏ... มีรับสั่งให้ปลดจากฐานันดรศักดิ์ทันที และให้จับกุมตัวเข้าคุกหลวงเพื่อรอการไต่สวนขั้นเด็ดขาด!" ทหารนับร้อยนายชูหอกและดาบพุ่งเข้าประชิดวงล้อมทันที บรรยากาศตึงเครียดจนแทบขาดใจ ทว่า... ท่ามกลางวงล้อมที่กุมความได้เปรียบนั้น ไป๋ลี่หลินกลับไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว นางค่อยๆ ยกถ้วยชาสมุนไพรที่เพิ่งต้มเสร็จขึ้นมาจิบช้าๆ อย่างใจเย็น ราวกับภูตผีปีศาจที่กำลังรอคอยเวลาเปิดฉากละครฉากใหญ่ นางวางถ้วยแคว้นกระเบื้องลงบนโต๊ะไม้เสียงดัง *กริ๊ก* ก่อนจะเงยหน้าขึ้นแย้มยิ้มให้แม่ทัพผู้นั้นด้วยแววตาที่ทำให้เขาต้องผวาถอยหลังไปหนึ่งก้าว "เกรงว่า... ราชโองการฉบับนั้น จะมาถึงช้าเกินไปสั่วนิดเดียวนะคะ" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคืนอันตรายนี้ไปพร้อมกับข้านะคะ หวังว่าท่านจะยังไม่ลืมว่าใครคือหมากตัวจริงในกระดานนี้! – เงียบแต่ฟาดเรียบ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กราบขออภัย ฮูหยินเช่นข้าไม่รับคำขอโทษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%