สัมผัสอุ่นร้อนจากปลายนิ้วหนาที่ลากไล้ผ่านกรอบหน้าโครงหยกสลักของไป๋ลี่หลิน ชวนให้นึกถึงคมดาบที่เคลือบด้วยยาพิษไร้สีไร้กลิ่น—งดงาม ยั่วเย้า ทว่าพร้อมปลิดชีพได้ทุกเมื่อหากเผลอไผล
ทว่า ในห้วงเวลาที่บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองกำลังตึงเครียดจนแทบจะหยดเป็นหยดเลือด ดวตตาคมกริบดั่งเหยี่ยวราตรีของฉินอ๋อง เฟิงมู่เฉิน กลับมิได้แสดงความโกรธเกรี้ยวต่อท่าทีไร้ความเกรงกลัวของนาง ตรงกันข้าม มุมปากหยักลึกคู่นั้นกลับยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มระอาแกมเอ็นดู ประหนึ่งพญาเสือที่กำลังมองลูกแมวป่าพยายามแยกเขี้ยวใส่
"เจ้าช่างกล้าหาญยิ่งนัก ไป๋ลี่หลิน" สุ้มเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงกระซิบจากขุมนรกดังชิดริมฝีปากของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นอายจางๆ ของสุราหมักชั้นดีและกลิ่นอายสนธยาโชยปะทะนางนวล "รู้หรือไม่ว่าสตรีที่กล้าจ้องตาเปิ่นหวางเช่นนี้ ล้วนเหลือแต่ป้ายวิญญาณให้ผู้คนกราบไหว้ทั้งสิ้น"
ไป๋ลี่หลินหาได้สะทกสะท้านไม่ นางยังคงรักษาท่าทีสง่างามราวกับหงส์เหนือปทุมชาติ ปลายนิ้วเรียวยาวดุจลำเทียนของนางค่อยๆ เอื้อมขึ้นแตะสัมผัสลงบนปกเสื้อคลุมผ้าต่วนปักลายมฆาเมฆาของเขาอย่างถือวิสาสะ แรงกดเบาๆ ที่กระดุมหยกเม็ดนั้นสะท้อนความเยือกเย็นที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มบางเบา
"หม่อมฉันเป็นเพียงสตรีอาภัพผู้หนึ่ง เพิ่งจะหลุดพ้นจากหลุมศพมาได้ไม่นาน ชีวิตนี้... เกรงว่ายมทูตคงยังไม่กล้ารับตัวไปง่ายๆ เพคะ ท่านอ๋อง" นางเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นุ่มนวล ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "หากพระองค์ทรงต้องการชีวิตของหม่อมฉัน เกรงว่าคงต้องชำระหนี้เลือดที่จวนสวี่ให้เสร็จสิ้นเสียก่อน มิฉะนั้น... ดวงวิญญาณดวงนี้คงไม่ยอมไปผุดไปเกิดอย่างสงบเป็นแน่"
คำกล่าวของนางมิได้เป็นเพียงการต่อรอง ทว่ามันคือคำประกาศิตแห่งการแก้แค้นที่ไร้ความปรานี ฉินมู่เฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาสีเข้มฉายประกายความสนใจระคนความคาดไม่ถึง เขากวาดสายตามองสำรวจใบหน้าเนียนละเอียดที่ไร้ซึ่งรอยแป้งแต่งแต้มของนางอย่างพินิจพิเคราะห์ สตรีผู้นี้มีความลับซุกซ่อนอยู่มากมาย ดั่งหีบสมบัติโบราณที่ก้นบึ้งเต็มไปด้วยกลไกสังหาร ยิ่งไขว่คว้า ยิ่งอันตราย ทว่ายิ่งน่าหลงใหลจนยากจะถอนตัว
ทว่า ก่อนที่บทสนทนาอันเชือดเฉือนระหว่างพญามัจจุราชและบุปผาพิษจะได้ดำเนินไปมากกว่านั้น ฉับพลัน... ประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ทั้งสองก็ไหววับไปพร้อมกัน
*กริ๊ก... ซ่า...*
เสียงแผ่วเบาราวกับเสียงปีกแมลงปอขยับดังแว่วมาจากเบื้องบนหลังคารab และตามด้วยเสียงฝีเท้าเบาหวิวดั่งเงาดำนับสิบสายที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาโอบล้อมเรือนรับรองหลังน้อยนี้ไว้อย่างแนบเนียน กลิ่นอายสังหารที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความมืดเริ่มแผ่ซ่านเข้ามาทางช่องหน้าต่างกระดาษสา ลมราตรีที่เคยสงบนิ่งกลับแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบและอัดแน่นด้วยจิตสังหารเข้มข้น
เงาตะคุ่มนับสิบบนหลังคาแยกย้ายกันกระจายตัวออกอย่างเป็นระเบียบ เป็นกระบวนท่าการลอบสังหารระดับสูงที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างโชกโชน ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือมือสังหารเงาโลหิตที่ถูกส่งมาจากมือใครบางคนในจวนตระกูลสวี่ หรืออาจจะลึกล้ำยิ่งกว่านั้น—ผู้ที่ต้องการปิดปากพยานปากเอกอย่างนางให้หายสาบสูญไปจากโลกหล้าในคืนนี้
เฟิงมู่เฉินชักมือกลับอย่างรวดเร็ว รัศมีเยือกเย็นดุร้ายแผ่พุ่งออกมาจากร่างสูงใหญ่ในทันที ประหนึ่งพญาเสือที่ถูกรบกวนเวลาล่าเหยื่อ ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความรำคาญใจที่ถูกขัดจังหวะ "ดูท่า... ค่ำคืนอันเงียบสงบของเจ้า จะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาร่วมวงเสียแล้ว"
ไป๋ลี่หลินไม่แม้แต่จะหันไปมองหน้าเขา นางเพียงแค่ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่งดงามหยาดเยิ้มแต่ชวนให้สันหลังวาบหวิว "แขกกลุ่มนี้เดินทางมาไกล ย่อมต้องเตรียมการต้อนรับไว้อย่างสมเกียรติเพคะ"
สิ้นคำพูดของนาง...
*พรึบ!*
ประตูกลไม้ไผ่ที่เชื่อมต่อกับระเบียงด้านนอกถูกกระชากเปิดออกด้วยกำลังภายในอันรุนแรง เงาดำร่างหนึ่งในชุดรัดกุมสีดำสนิทพร้อมกระบี่อาบยาพิษในมือพุ่งทะยานเข้ามาทางหน้าต่างราวกับภูตผี ความเร็วดั่งสายฟ้าฟาด พุ่งเป้าหมายมาที่เตียงนอนซึ่งนางเพิ่งจะยืนอยู่เมื่อครู่!
ทว่า... ร่างของไป๋ลี่หลินกลับหายไปจากจุดนั้นอย่างไร้ร่องรอย ราวกับภาพลวงตา
มือสังหารผู้นั้นชะงักงิ้นไปชั่วขณะเมื่อปลายกระบี่แทงทะลุผ่านเพียงความว่างเปล่า ทันใดนั้นเอง พื้นไม้ใต้ฝ่าเท้าของเขากลับยุบตัวลงครึ่งนิ้ว พร้อมกับเสียงกลไกฟันเฟืองโลหิตที่ขบเสียงดัง *กริ๊ก!* ก้องกังวานในความมืด
"แย่แล้ว!" มือสังหารหัวหน้าทีมร้องอุทานด้วยความตื่นตระหนกเมื่อรู้ตัวว่าพลาดท่า
*ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!*
หัญวธูอาบยาพิษนับร้อยดอกพุ่งทะยานออกจากผนังห้องทิศทางและพื้นเบื้องล่างอย่างไร้ความปราณี ความเร็วของลูกดอกเหล่านี้รวดเร็วยิ่งกว่ากระบี่ในมือมนุษย์เสียอีก มันถูกคำนวณองศาและน้ำหนักมาอย่างแม่นยำเพื่อเจาะทะลวงเกราะอ่อนของนักฆ่าโดยเฉพาะ เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังระงมขึ้นจากด้านนอกและภายในห้อง มือสังหารร่างยักษ์ล้มฟุบลงทีละคน เลือดสีดำคล้ำไหลนองท่วมพื้นไม้ขัดเงา ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นหอมหวานแปลกประหลาดที่ลอยวนอยู่ในอากาศ
ค่ายกลพิษ "เหมันต์พันลี้" ที่นางใช้เวลาตลอดสามวันที่ผ่านมาในการวางรากฐาน ไม่ได้มีไว้แค่เพื่อป้องกันตัว... แต่มันคือหลุมศพที่นางขุดรอต้อนรับพวกมันอย่างใจจดใจจ่อ!
ภายในมุมมืดของห้อง เฟิงมู่เฉินนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์ที่ถูกลากถอยร่นมาหลบมุมได้อย่างสมบูรณ์แบบ เขามองดูผลงานอันน่าทึ่งตรงหน้าด้วยแววตาที่ฉายแววทึ่งระคนพึงพอใจ มือหนายกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ ราวกับกำลังชมงิ้วฉากใหญ่ในโรงละครหลวง ไม่มีความตื่นตระหนก หรือแม้แต่ความหวาดกลัวปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลานั้นเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความเยือกเย็นอันน่ากลัวของผู้ที่อยู่เหนือเกมทั้งหมด
"พิษอัมพาตห้าร้อยลี้... สตรีเช่นเจ้า ช่างซ่อนเข็บพิษไว้ทั่วร่างเสียจริง" ฉินอ๋องเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงความขบขันในที ขณะทอดสายงามมองร่างของมือสังหารตัวฉกาจที่ดิ้นทุรนทุรายจนขาดใจตายต่อหน้าต่อตาด้วยพิษที่กัดกินจากภายใน
ไป๋ลี่หลินยืนสง่านิ่งอยู่ท่ามกลางละอองฝอยสีม่วงจางๆ ของค่ายกล แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างกระทบเข้ากับใบหน้าเรียบเฉยและดวงตาที่ประกายแสงวาวโรจน์ นางปัดชายเสื้อคลุมเบาๆ ดั่งรังเกียจฝุ่นผง แล้วหันกลับมาสบตากับท่านอ๋องผู้เยือกเย็นด้วยรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของบุรุษผู้แข็งกร้าวที่สุดในแผ่นดินต้องกระตุกวูบ
"นี่เป็นเพียงของขวัญชิ้นแรกที่หม่อมฉันเตรียมไว้ต้อนรับพวกมันเพคะ... แต่ดูเหมือนว่า แขกคนสำคัญที่แท้จริง จะยังยืนรออยู่บนหลังคาด้านนอกต่างหากล่ะเพคะ"
นางเอ่ยจบ พร้อมกับที่เงาดำร่างสุดท้ายที่รอดชีวิตจากการโจมตีพุ่งทะลุกระจกหน้าต่างเข้ามา พร้อมกับกระบี่เล่มยาวที่พุ่งตรงมาหมายจะปลิดชีพลี่หลินในดาบเดียว ทว่า... ก่อนที่ปลายกระบี่จะถึงตัวนาง ร่างของมือสังหารผู้นั้นกลับแข็งทื่อกลางอากาศ เลือดสีดำพุ่งทะลักออกจากดวงตาและริมฝีปาก ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะทรุดฮวบลงแทบเท้าของนาง
พร้อมกับเงาร่างของใครบางคน—ผู้ที่ถือป้ายคำสั่งทองคำแท้ของตระกูลสวี่—ค่อยๆ ก้าวเท้าเหยียบลงบนพื้นเรือนที่เต็มไปด้วยซากศพ ท่ามกลางแสงจันทร์สีเลือดที่สาดส่องลงมา
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
กราบขออภัย ฮูหยินเช่นข้าไม่รับคำขอโทษ•ตอนที่ 9
ค่ำคืนแห่งการลอบสังหาร
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กราบขออภัย ฮูหยินเช่นข้าไม่รับคำขอโทษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!