กราบขออภัย ฮูหยินเช่นข้าไม่รับคำขอโทษ•ตอนที่ 10

รอยร้าวที่สมานไม่ได้

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
กลิ่นอายของกำยานจันทน์หอมที่ลอยวนอยู่ในห้องหนังสือหลวง ยามนี้กลับมิได้ช่วยให้จิตใจของบุรุษผู้กุมอำนาจครึ่งค่อนแผ่นดินสงบลงได้เลยแม้แต่น้อย เฟิงมู่เฉินสะบัดข้อมือเพียงครั้งเดียว ม้วนฎีกาลับจากชายแดนเหนือก็ร่วงลงสู่พื้นพรมขนสัตว์หนานุ่ม เสียงลมหายใจที่พ่นออกมาอย่างสะบัดร้อนสะบัดหนาวสะท้อนความหงุดหงิดที่อัดอั้นมาหลายชั่วยาม ดวงเนตรคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวหันไปจ้องมองร่างระหงของไป๋ลี่หลินที่กำลังนั่งปักลายบุปผาบนผ้าแพรต่วนสีม่วงเปลือกมังคุดอย่างใจเย็น ท่วงท่าของนางสง่างามราวกับภาพวาดของเซียนผู้หลุดพ้นจากโลกีย์ ทว่ากลับสร้างความปั่นป่วนในอกของเขาจนแทบคลั่ง "เจ้ายังนิ่งเฉยได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ ลี่หลิน" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบดุจน้ำแข็ง ยามนี้เจือไปด้วยกระแสความระแวงแคลงใจที่ไม่อาจปิด เฟิงมู่เฉินก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวนางในสามก้าว ปลายรองเท้าหนังปักดิ้นทองหยุดลงตรงหน้าโต๊ะน้ำชาไม้จันทน์ "สวี่ฮูหยินผู้นั้น... อาการป่วยเรื้อรังที่ว่า แท้จริงแล้วเป็นเรื่องโกหกคำโตใช่หรือไม่ ข้าส่งคนไปสืบสาวราวเรื่องที่เรือนสกุลไป๋มาแล้ว ยาบำรุงที่เจ้าเคยสั่งให้คนจัดหา ยามนี้กลับกลายเป็นยาถอนพิษเย็นที่ใช้กดขี่อาการธาตุไฟเข้าแทรก... เจ้าจงใจเล่นตลกอะไรอยู่เบื้องหลังกันแน่" ไป๋ลี่หลินมิได้สะดุ้งสะเทือน นางค่อย ๆ วางเข็มเงินในมือลงบนสะดึงอย่างเชื่องช้า ปลายนิ้วเรียวยาวเรียบร้อยแตะลงบนถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ที่บรรจงรินชาดอกเหมยอุ่น ๆ ก่อนจะช้อนดวงตากลมโตขึ้นสบประสานกับบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าสามี รอยยิ้มบางเบาที่ระบายอยู่บนเรียวปากคู่นั้น ช่างเยียบเย็นและบาดลึกเสียยิ่งกว่าคมกระบี่ "ท่านอ๋องกำลังตรัสเรื่องอันใดหรือเพคะ หม่อมฉันเป็นเพียงสตรีในเรือนหลัง ผู้ใดจะไปกล้าเล่นตลกอันใดกับมารดาเลี้ยงผู้เป็นที่รักของสกุลไป๋เล่า" น้ำเสียงหวานใสที่เอ่ยออกมานั้นราบเรียบจนน่ากลัว "ส่วนเรื่องยา... ท่านอ๋องทรงลืมไปแล้วหรือว่ามารดาเลี้ยงของหม่อมฉันมีโรคประจำตัวที่รักษาไม่หาย การจัดหายาขมมารักษาอาการกำเริบ ย่อมเป็นหน้าที่ของบุตรกตัญญูมิใช่หรือเพคะ หรือว่า... ท่านอ๋องทรงเป็นห่วงเป็นใยสวี่ฮูหยิน จนกระทั่งยอมเอาความระแวงมาลงทัณฑ์ภรรยาเอกของตนเองเช่นนี้" คำพูดที่ย้อนกลับมาอย่างคมกริบและไร้รอยต่อ ทำให้เฟิงมู่เฉินถึงกับชะงักไปชั่วขณะ ความเยือกเย็นดุร้ายที่เขามีต่อคนทั่วหล้า มักจะไร้ผลเสมอเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสตรีตรงหน้าผู้นี้ นางมิใช่สตรีขี้ขลาดตาขาวที่เอาแต่ร่ำไห้ร้องขอความเห็นใจดังเช่นในอดีต ทว่ากลับกล to be ยอดกุนซือผู้ซ่อนคมเขี้ยวไว้ภายใต้รอยยิ้มอ่อนหวาน ทุกลมหายใจเข้าออกของนางล้วนคำนวณไว้หมดแล้ว "เจ้ากล้าประชดข้าหรือ ไป๋ลี่หลิน" เฟิงมู่เฉินก้มตัวลงใช้ปลายนิ้วเชยคางมนของนางขึ้น บังคับให้นางรับฟังคำคาดคั้นของเขาอย่างจำยอม แรงบีบที่ปลายคางนั้นไม่ได้เบามือนัก แต่ดวงตาของไป๋ลี่หลินกลับไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายระยิบระยับของความสมเพชเวทนาที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ "หม่อมฉันมิกล้าประชดท่านอ๋องหดอกเพคะ... เพียงแต่รู้สึกน่าขัน ที่บุรุษผู้ยิ่งใหญ่เกรียงไกร กุมอำนาจกองทัพนับแสน ยามนี้กลับต้องมานั่งวิตกกังวลกับอาการป่วยของอนุภรรยาเรือนหลัง จนถึงขั้นมาเซ้าซี้เอาความจริงจากภรรยาที่ตนเองเคยเหยียบย่ำไม่เหลือชิ้นดี" นางหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ดังกังวานใสแต่กลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ท่านอ๋องทรงระแวงอนุสวี่ หรือแท้จริงแล้ว... ท่านกำลังหวาดกลัวว่า ความจริงเน่าเฟะเบื้องหลังอำนาจที่ท่านไขว่คว้า จะถูกขุดคุ้ยขึ้นมากันแน่เพคะ" เพล้ง! เสียงถ้วยชาบนโต๊ะข้างกายถูกปัดร่วงลงแตกกระจายละเอียดเป็นเสี่ยง ๆ เศษกระเบื้องเคลือบกระเด็นบาดเข้าที่ชายอาภัพแพรต่วนของเฟิงมู่เฉิน ทว่าเขากลับไม่สนใจความเจ็บปวดนั้นแม้แต่น้อย ดวงเนตรสีเข้มเบิกกว้างด้วยความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวของนางอย่างลืมตัว แรงอารมณ์ที่คุกรุ่นทำให้บรรยากาศภายในห้องหนังสือแทบจะหลอมละลายกลายเป็นจุล "ไป๋ลี่หลิน! ปากของเจ้านับวันยิ่งกล้าแข็งขึ้นทุกที เจ้าคิดว่าข้าไม่กล้าจัดการเจ้ากระนั้นหรือ!" "ท่านอ๋องอยากจะจัดการหม่อมฉันอย่างไรเล่าเพคะ? จะสั่งโบยสองร้อยไม้ ขังลืมในคุกใต้ดิน หรือจะประทานยาพิษจอกนี้ให้หม่อมฉันเหมือนเมื่อชาติก่อน..." คำพูดประโยคสุดท้ายถูกเปล่งออกมาด้วยเสียงกระซิบที่แผ่วเบา แต่กลับดังก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของเฟิงมู่เฉินราวกับสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อน ร่างสูงใหญ่ของท่านอ๋องชะงักงันไปในทันที ดวงตาคู่นั้นฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด ความรู้สึกประหลาดที่เสียดแท่นลึกลงไปในอกทำให้เขาปล่อยมือออกจากแขนของนางราวกับถูกไฟลวก *นางพูดเรื่องอันใด? ชาติก่อนกระนั้นหรือ?* ในขณะที่บรรยากาศภายในห้องกำลังตึงเครียดจนแทบขาดใจ เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน "ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ขันทีคนสนิทวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงกับพื้น เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว "องครักษ์เงาที่ส่งไปคุ้มครองเรือนสกุลไป๋... ส่งม้าเร็วรายงานด่วนเข้ามาว่า สวี่ฮูหยิน... สวี่ฮูหยินถูกพบว่าสิ้นใจอย่างกะทันหันบนเตียงนอน เลือดสด ๆ ไหลทะลักออกจากทวารทั้งเจ็ด... และ... และพบสิ่งนี้ตกอยู่ข้างกายพ่ะย่ะค่ะ!" ขันทีผู้นั้นชูหีบไม้แกะสลักลวดลายประหลาดขึ้นเหนือหัว มือที่ถือสั่นเทาราวกับจับของร้อน ไป๋ลี่หลินที่นั่งอยู่ตรงข้าม ค่อย ๆ ยกชาถ้วยใหม่ขึ้นจิบอย่างใจเย็น รอยยิ้มที่มุมปากของนางลึกล้ำขึ้นทีละน้อย ดวงตาคู่สวยประกายแสงระยิบระยับดั่งปีศาจสาวพราวเสน่ห์ที่กำลังรอคอยชมการแสดงชุดใหญ่ เฟิงมู่เฉินหันกลับไปมองหีบไม้ในมือขันทีสลับกับใบหน้าเรียบเฉยของภรรยาเอก ความหนาวเหน็บแล่นพล่านไปตามสันหลังวาบหนึ่ง เมื่อตระหนักได้ว่า... หมากตานี้ เขาพ่ายแพ้ให้กับนางตั้งแต่ยังไม่ทันได้เดินเสียด้วยซ้ำ ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ติดตามความเข้มข้นนี้ร่วมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กราบขออภัย ฮูหยินเช่นข้าไม่รับคำขอโทษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%