“หากพระชายาคิดจะใช้สายตาคู่นั้นท้าทายเปิ่นหวาง เกรงว่าท่านคงต้องเตรียมใจรับผลลัพธ์ที่จะตามมาให้ดีเสียก่อน...”
สุรเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไอสังหารจางๆ ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แม้ว่าร่างสูงสง่าในอาภรณ์ปักลายพยัคฆ์ทะยานเมฆาจะก้าวผ่านพ้นประตูตำหนักใหญ่ไปนานแล้ว ไป๋ลี่หลินยังคงยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะไม้จันทน์หอม นางไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวหรือตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นิ้วเรียวยาวดั่งหยกภายใต้แขนเสื้อกว้างค่อยๆ บรรจงจัดระเบียบถ้วยชาเคลือบกระเบื้องลายครามที่ฉินอ๋องเพิ่งวางกระแทกลงเมื่อครู่ด้วยความนุ่มนวล
ศึกในจวนอ๋องเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง... และนางก็ไม่ได้มาเพื่อเป็นเบี้ยให้ผู้ใดเข่นฆ่า
ยามบ่ายของวันถัดมา เสียงล้อรถม้าไม้เนื้อดีบด
เบียดไปกับพื้นถนนหินศิลาของตลาดการค้าตะวันตกเป็นไปอย่างเชื่องช้า ลี่หลินเลือกที่จะปลอมตัวเป็นหมอหญิงเดินทางออกมายังย่านสมุนไพรหายากด้วยตนเอง ร่างระหงในชุดผ้าไหมป่านสีเทาอ่อนเรียบง่าย ปักลายกิ่งเหมยสีขาวบางเบาที่ชายเสื้อ เพื่อไม่ให้เป็นที่สะดุดตา ทว่าทรวดทรงองค์เอวและกิริยาท่าทางที่สง่างามราวกับคุณหนูในห้องหอผู้สูงศักดิ์ ก็ยังคงดึงดูดสายตาของผู้คนรอบข้างอยู่ดี นางกำลังตามหารากโสมหิมะพันปีและหญ้าวิญญาณม่วง—สมุนไพรหายากที่จะช่วยเสริมฤทธิ์ยาถอนพิษที่นางกำลังปรุงขึ้นเพื่อรับมือกับ "ของขวัญ" ชิ้นใหญ่จากเสด็จแม่ของฉินอ๋อง
กลิ่นอายความวุ่นวายของตลาดทำให้ประสาทสัมผัสของนางตื่นตัว ทว่าในขณะที่นางกำลังก้าวผ่านตรอกแคบๆ หลังร้านขายยาโบราณ กลิ่นคาวเลือดที่เจือปนมากับกลิ่นอายเย็นเยียบของพิษสนามรบก็โชยเข้าจมูก
*พิษเกล็ดมังกรทมิฬ...*
หัวใจของลี่หลินกระตุกวูบ พิษชนิดนี้มีต้นกำเนิดมาจากแคว้นเป่ยหรง ทางเหนือสุดหนดหนาว เป็นพิษที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อสังหารแม่ทัพนายกองโดยเฉพาะ ผู้ที่โดนพิษนี้จะมีอาการชาลามจากปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจภายในหนึ่งก้านธูป และจะสิ้นใจอย่างทรมานโดยที่เลือดทุกหยดในร่างกายค่อยๆ แข็งตัว
นางสาวเท้าเข้าไปอย่างไม่ลังเล ลัดเลาะผ่านกองลังสินค้าเก่าคร่ำคร่า จนกระทั่งพบกับร่างสูงใหญ่ที่ทรุดกายพิงผนังอิฐสีเทาอยู่มุมอับสายตา
เฟิงมู่เฉิน... ฉินอ๋องผู้เกรียงไกรและไร้พ่าย บัดนี้อาภรณ์สีดำสนิทปักดิ้นทองของพระองค์ชุ่มโชกไปด้วยโลหิต พระพักตร์หล่อเหลาดั่งเทพเซียนบัดนี้ซีดเซียวไร้สีเลือด พระเนตรคมกริบทรงปรือลงครึ่งหนึ่ง แต่สัญชาตญาณนักรบยังคงตื่นตัวเต็มที่ พระหัตถ์ข้างหนึ่งกำกระบี่ประจำพระองค์แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ทันทีที่สัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหว พระองค์ก็ตวัดพระเนตรขึ้นมองด้วยแววตาดุร้ายดั่งพยัคฆ์บาดเจ็บ พร้อมจะขยี้คอผู้ที่บังอาจเข้ามาใกล้ให้แหลกคอคามือ
“อย่าขยับเพคะ...”
สุรเสียงหวานใสก้องกังวานขึ้นอย่างมั่นคง ลี่หลินคุกเข่าลงเบื้องหน้าพระองค์อย่างไม่เกรงกลัว รัศมีกดดันระดับราชาที่แผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่มไม่ได้ทำให้นางถอยร่นแม้แต่ก้าวเดียว นางหยิบเข็มเงินชุดพิเศษที่ซ่อนไว้ในสาบเสื้อออกมาด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ
“บังอาจ...” เฟิงมู่เฉินเค้นพระสุรเสียงลอดไรฟัน พระหัตถ์หนาเอื้อมหมายจะคว้าคอเสื้อของนาง ทว่าลี่หลินกลับเร็วกว่า นางกดปลายนิ้วลงที่จุดชีพจรสำคัญบนพระอังสา (ไหล่) และพระศอของพระองค์อย่างแม่นยำ พร้อมทั้งฝังเข็มเงินลงไปสามเล่มรวดเพื่อสกัดกั้นการเดินของกระแสโลหิตและพิษร้ายไม่ให้ไหลเข้าสู่หัวใจ
“หม่อมฉันกำลังช่วยชีวิตท่านอ๋อง หากไม่อยากกลายเป็นศพไร้ญาติขาดมิตรอยู่หลังตรอกสกปรกเช่นนี้ ไดโปรดอย่าขยับและเชื่อฟังหม่อมฉันชั่วเค่อหนึ่งเถอะเพคะ”
ดวงตาคู่คมกริบของฉินอ๋องเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ พระองค์ไม่เคยเจอสตรีใดกล้าต่อ1ปากต่อคำและออกคำสั่งกับพระองค์เช่นนี้มาก่อน ยิ่งไปกว่านั้น สัมผัสจากปลายนิ้วของนางที่กดลงบนจุดชีพจรทั้งแม่นยำและเย็นเยียบราศรีย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ความเจ็บปวดที่แผดเผาบรรเทาลงอย่างเห็นได้ชัด ความเยือกเย็นและกล้าหาญที่ฉายชัดในดวงตาคู่คู่นั้น ทำให้หัวใจที่ด้านชาของฉินอ๋องกระตุกวูบอย่างประหลาด
ลี่หลินไม่รอให้พระองค์ตรัสสิ่งใดต่อ นางดึงขวดหยกบรรจุยาสลายพิษสูตรเฉพาะของตนเองออกมา เทเม็ดโอสถสีเขียวมรกตเม็ดหนึ่งเข้าสู่พระโอษฐ์ของพระองค์ทันที “กลืนลงไปเพคะ”
ความอบอุ่นแผ่ซ่านจากลำคอลงสู่ทรวงอก พิษร้ายที่เคยกัดกินร่างกายค่อยๆ ถูกสกัดกั้นไว้อย่างน่าอัศจรรย์ ลมหายใจที่ติดขัดของเฟิงมู่เฉินกลับมาเป็นปกติ ทว่าในจังหวะที่พระองค์ทรงลืมพระเนตรขึ้นเต็มที่เพื่อพิจารณาโฉมหน้าสตรีผู้บังอาจอาจหาญคนนี้ให้ชัดเจน ลี่หลินก็เก็บเข็มเงินและเตรียมจะลุกขึ้นถอยฉากหนีเสียแล้ว
ทว่า... มือหนากลับคว้าข้อพระกร (แขน) ของนางเอาไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก
“เจ้าเป็นใครกันแน่... ไป๋ลี่หลิน?” สุรเสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจเอ่ยถามชิดริมฝีปากของนาง ระยะห่างระหว่างทั้งสองใกล้ชิดจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อน กลิ่นอายบุรุษเพศอันตรายผสมผสานกับกลิ่นเลือดจางๆ โอบล้อมร่างของนางไว้ทั้งหมด
ลี่หลินชะงักเล็กน้อย ก่อนจะแย้มรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก แววตาดุดันและทรงภูมิปัญญาฉายชัดระยิบระยับราวกับดวงดาวในยามค่ำคืน
“หม่อมฉันก็คือพระชายาที่ท่านอ๋องทรงกังขาอย่างไรล่ะเพคะ...” นางตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ ไม่สะทกสะท้านต่อแรงบีบที่ข้อมือแม้แต่น้อย “และดูเหมือนว่า... ในยามนี้ ท่านอ๋องจะติดหนี้ชีวิตหม่อมฉันเสียแล้วกระมัง?”
เฟิงมู่เฉินจ้องมองดวงหน้าหวานล้ำที่ไร้ความหวาดกลัวใดๆ แววพระเนตรคมปลาบฉายประกายลึกล้ำยากหยั่งถึง มุมโอษฐ์หยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างมีความหมาย ทว่าในวินาทีที่บรรยากาศกำลังระอุไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบสายพร้อมกับเสียงตะโกนก้องขององครักษ์เงาก็ดังแว่วมาจากปากตรอก
“ท่านอ๋อง! อยู่ทางนั้นพ่ะย่ะค่ะ! รีบตามมาเร็วเข้า!”
ลี่หลินขมวดคิ้วมุ่น นางสะบัดข้อมือเบาๆ เพื่อหลุดจากการพันธนาการ “ดูเหมือนคนของท่านจะมากันครบแล้ว หม่อมฉันคงต้องขอตัวทูลลา...”
นางหมุนตัวเตรียมจะเร่งฝีเท้าจากไปเพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าสายตาขององครักษ์ประจำตัวฉินอ๋อง แต่ยังไม่ทันที่ก้าวแรกจะพ้นจากเงาผนัง เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจก็เอ่ยตัดหน้าขึ้นเสียก่อน
“คิดจะไปง่ายๆ เช่นนี้เชียวหรือ พระชายาของเปิ่นหวาง...” เฟิงมู่เฉินยันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้พิษจะยังขับออกไม่หมดสิ้น แต่รัศมีน่าเกรงขามกลับเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวี พระองค์ก้าวเข้ามาประชิดแผ่นหลังของนางในชั่วพริบตา ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหง พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงชวนขนลุก “ในเมื่อเจ้าล่วงความลับและช่วยชีวิตเปิ่นหวางไว้... คืนนี้ นอกจากศึกในตำหนักใหญ่แล้ว เจ้ายังต้องอยู่ ‘เคลียร์บัญชี’ ส่วนตัวกับเปิ่นหวางให้รู้เรื่อง... บนเตียงบรรทม!”
หัวใจของไป๋ลี่หลินกระตุกวูบอย่างแรง ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ นางหันกลับไปหมายจะต่อปากต่อคำ ทว่าเงาร่างสูงใหญ่ของฉินอ๋องก็สะบัดชายผ้าคลุมหายลับไปในความมืดของตรอกอย่างรวดเร็ว ราวกับภูตผีที่ไร้ร่องรอย ทิ้งให้นางยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางกลิ่นอายจางๆ ของพยัคฆ์ร้ายที่ทิ้งรอยกรงเล็บไว้ในใจของนางอย่างลบไม่ออก
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนนิยายเรื่องนี้ด้วยใจเสมอนะคะ
กราบขออภัย ฮูหยินเช่นข้าไม่รับคำขอโทษ•ตอนที่ 5
เงาพยัคฆ์แห่งจวนอ๋อง
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กราบขออภัย ฮูหยินเช่นข้าไม่รับคำขอโทษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!