กราบขออภัย ฮูหยินเช่นข้าไม่รับคำขอโทษ•ตอนที่ 22

มือมืดจากเมืองหลวง

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
กลิ่นคาวสนิมเหล็กคลุ้งตลบอบอวลปะปนกับกลิ่นอับชื้นของโคลนตมและสมุนไพรเน่าเปื่อย ยามที่ไป๋ลี่หลินตวัดพู่กันขนกระต่ายป่าชุบหมึกจีนสีชาดลงบนสมุดบันทึกบัญชีเสบียง มือเรียวบางภายใต้เสื้อคลุมผ้าต่วนสีเทาเข้มปักลายเมฆมงคลมิได้สั่นเทาแม้แต่น้อย แม้ภายนอกโรงพยาบาลสนามชั่วคราวแห่งนี้ สายฝนกระหน่ำซัดสาดลงมาดั่งฟ้าถล่ม น้ำในแม่น้ำฮวงโหเอ่อล้นทะลักเข้าท่วมค่ายพักแรมของผู้ประสบภัยอุทกภัยจนระดับน้ำสูงถึงข้อเท้า "ฮูหยินเจ้าคะ... ยาต้มล็อตสุดท้ายสำหรับผู้ป่วยโรครากเน่าถูกน้ำป่าพัดพาไปจนหมดสิ้นแล้วเจ้าค่ะ ส่วนข้าวสารในคลังหลวงที่ท่านอ๋องทรงสำรองไว้... ถูกเผาทำลายจนเหลือแต่เถ้าถ่านเมื่อยามสามที่ผ่านมา!" เสียงร้อนรนของเสี่ยวถิงนางกำนัลคู่ใจดังแทรกสายฝนเข้ามา พร้อมกับร่างที่เปียกปอนสั่นเทา ลี่หลินเงยหน้าขึ้น ดวงตาหงส์คู่สวยทอประกายเยือกเย็นราวกับผิวน้ำในฤดูหนาว นางมิได้แสดงความตื่นตระหนกออกมาให้เห็นแม้แต่น้อย ความเงียบงันปกคลุมอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนที่มุมปากอิ่มจะยกยดขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่ผู้ใดได้เห็นเป็นต้องรู้สึกหนสันหลังวาบ "เผาทำลายอย่างนั้นหรือ..." เสียงหวานใสทว่าก้องกังวานเอ่ยขึ้นแผ่วเบา "ช่างใจกล้าเสียจริง... สวี่ฮูหยินคงคิดว่า การตัดเส้นทางลำเลียงเสบียงและทำลายโรงยาในเขตภัยพิบัติ จะสามารถบีบคั้นให้ข้าตายอย่างอนาถในดินแดนทุรกันดารแห่งนี้ได้สินะคะ" เป้าหมายของคนเบื้องหลังมิใช่เพียงแค่การทำลายข้าวของ ทว่ามันคือการฆ่าคนนับพันทางอ้อมเพื่อให้ความโกรธแค้นของผู้ประสบภัยพุ่งตรงมายังนางผู้รับผิดชอบการแจกจ่ายเสบียง เป็นแผนการยืมมือคนตายมาฆ่าคนเป็นที่ร้ายกาจและเลือดเย็นยิ่งนัก ทว่า... ในสายตาของอดีตฮูหยินผู้ฟื้นคืนชีพจากขุมนรก กลลวงตื้นเขินเช่นนี้กลับเปรียบเสมือนเด็กน้อยที่กำลังเล่นขายของบนกระดานหมาก "เตรียมชุดเกราะอ่อนและกริชเงินสลักลายดอกเหมยของข้าให้พร้อมค่ะ เสี่ยวถิง" ลี่หลินเอ่ยสั่งเสียงเรียบ นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เสื้อคลุมตัวนอกสะบัดไหวตามจังหวะการเคลื่อนGกาย สง่างาม เด็ดเดี่ยว และเต็มไปด้วยอำนาจที่กดขี่ผู้คนโดยไม่ต้องเปล่งเสียง "ในเมื่อพวกมันอุตส่าห์ส่งมือสังหารฝีมือดีจากเมืองหลวงมาไกลถึงเพียงนี้ ข้าผู้เป็นเจ้าบ้าน...ย่อมต้องต้อนรับขับสู้ให้สมเกียรติ" ยังไม่ทันสิ้นคำพูด ร่างเงาสVมชุดดำสนิทนับสิบสายก็แหวกม่านฝนพุ่งทะยานเข้ามาทางช่องลมของหลังคาโรงยา ประกายคมกริบของดาบยาวสะท้อนกับแสงคบเพลิงวับวาม เป้าหมายของพวกมันพุ่งตรงมายังจุดที่นางยืนอยู่โดยปราศจากความลังเล ทว่า ไป๋ลี่หลินหาได้ขยับถอยหลังไม่ นางกลับก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว มือเรียวคว้าเอาหม้อต้มยาเดือดพล่านที่บรรจุสมุนไพรฤทธิ์ร้อนจัดขึ้นมาด้วยมือเปล่าผ่านผ้าหนา ก่อนจะสาดซัดของเหลวสีดำสนิทเข้าใส่ใบหน้าของมือสังหารแถวหน้าสุดทันที! *“อ้าร์กกก!”* เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังระงม ผิวหนังบริเวณใบหน้าและลำคอของมือสังหารนายนั้นพุพองลอกหลุดออกราวกับถูกกรดกัด เป็นพิษสมุนไพรสูตรโบราณที่นางคิดค้นขึ้นเพื่อรับมือกับพวกสุนัขรับจ้างโดยเฉพาะ บรรยากาศในโรงยาตึงเครียดถึงขีดสุด กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นสมุนไพร ลี่หลินยืนหยัดอยู่ท่ามกลางวงล้อมของคมดาบ แววตานิ่งสงบดั่งมหาสมุทรลึก มิมีร่องรอยของความหวาดกลัวแม้แต่น้อยนิด ทันใดนั้นเอง ประตูไม้บานใหญ่ของโรงยาก็ถูกถีบกระเด็นด้วยพลังภายในอันมหาศาล ร่างสูงสง่าในชุดเกราะดำสนิทเปียกชุ่มไปด้วยหยาดฝนและกลิ่นอายโลหิตเข้มข้นก้าวเข้ามา ดวงเนตรคมกริบดั่งพญาอินทรีวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ กวาดมองสถานการณ์ทั้งหมดเพียงเสี้ยววินาที ฉินอ๋องเฟิงมู่เฉินเสด็จมาถึงแล้ว! "บังอาจนัก!" พระสุรเสียงทุ้มต่ำตึงเครียดดังก้องกังวานราวกับสายฟ้าฟาด เพียงแค่สะบัดพระหัตถ์ครั้งเดียว พลังปราณสายหนึ่งก็ซัดร่างมือสังหารที่เหลือกระเด็นกระดอนชนฝาผนังสำลักโลหิตออกมาพร้อมกัน สิ้นฤทธิ์ในทันทีโดยไม่ต้องลงมือซ้ำ พระองค์เสด็จตรงเข้ามาหาร่างบางทันที พระเนตรคู่คมสำรวจความเรียบร้อยของนางด้วยความร้อนรนที่ซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชา ก่อนจะรวบเอวบางเข้าหาพระอوراอย่างแนบแน่น ราวกับต้องการหลอมนางให้จมหายเข้าไปในพระวรกายเพื่อปกป้องจากอันตรายทั้งปวง "เจ้าปลอดภัยดีหรือไม่..." พระสุรเสียงทูลถามเบาหวิว เต็มไปด้วยความห่วงใยที่ลึกซึ้งเกินกว่าผู้ใดจะจินตนาการได้สำหรับท่านอ๋องผู้ไร้หัวใจผู้นี้ ลี่หลินแย้มรอยยิ้มบางเบา นางซบหน้าลงกับอกแกร่งที่อุ่นซ่าน สูดกลิ่นอายบุรุษที่คุ้นเคยก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบพระเนตรคม พร้อมกับเอמהด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่น่าฟังว่า "หม่อมฉันมิเป็นไรเพคะ... แต่ทว่า สิ่งที่ท่านอ๋องต้องทรงทอดพระเนตรในยามนี้ มิใช่บาดแผลของหม่อมฉัน..." นางผายมือไปยังโต๊ะไม้กลางห้อง ที่ซึ่งกล่องพัสดุห่อด้วยผ้าแพรปักตราประทับประจำตระกูลสวี่ถูกวางทิ้งไว้ โดยมีลูกศรปักตรึงจดหมายฉบับหนึ่งเอาไว้แน่นหนา ฉินอ๋องขมวดพระขนงเข้าหากันอย่างไม่สบอารมณ์ พระหัตถ์หนาเอื้อมไปดึงลูกศรออกแล้วคลี่กระดาษแผ่นนั้นออกอ่าน กวาดสายตาเพียงปราดเดียว พระเนตรสีนิลก็หรี่แคบลงจนกลายเป็นเส้นตรง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมารอบบริเวณจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที ในจดหมายฉบับนั้น... ไม่เพียงแต่มีลายมือของสวี่ฮูหยินที่สมรู้ร่วมคิดกับขุนนางกังฉินในราชสำนักเพื่อยักยอกเงินอุทกภัยเท่านั้น ทว่า บรรทัดสุดท้ายกลับปรากฏลายมืออีกชุดหนึ่ง—ลายมืออันเป็นเอกลักษณ์ขององค์รัชทายผู้พี่ ที่ทรงประทับตรាหยกประจำพระองค์ลงบนกระดาษ สั่งการให้ปลิดชีพ "ไป๋ลี่หลิน" และ "ฉินอ๋อง" ให้สิ้นซากในคราเดียว! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคืนอันตรายนี้ไปพร้อมกับข้าเสมอนะคะ – เงียบแต่ฟาดเรียบ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กราบขออภัย ฮูหยินเช่นข้าไม่รับคำขอโทษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%