เสียงสายฝนโหมกระหน่ำซัดสาดกระทบหลังคากระเบื้องเคลือบสีนิลของเรือนปีกขวา ราวกับเสียงกลองศึกจากแดนอสูรที่หมายบดขยี้ทุกชีวิตให้จมดิ่งสู่ความพินาศ
ภายในห้องโถงอับชื้น กลิ่นอายความตายคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นคาวเลือดที่เริ่มแห้งกรัง ไป๋ลี่หลินยืนพิงเสาไม้สลักลายหงส์อย่างหมดแรง อาภรณ์ผ้าไหมปักดิ้นทองลายเมฆาของนางบัดนี้เปียกชุ่มและเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนตม ร่างกายบอบบางสั่นสะท้านด้วยพิษไข้และความเหนื่อยล้าจากการหลบหนีการตามล่า
เบื้องหน้าของนางคือกลุ่มมือสังหารในชุดดำสนิทนับสิบชีวิตที่ยังคงล้อมกรอบเข้ามา ดวงตาทุกคู่ทอประกายเหี้ยมเกรียมกระหายเลือด สวี่ฮูหยินผู้เป็นมารดากลี้ยงเงา ส่งคนเหล่านี้มาเพื่อปิดปากนางให้ตายตกไปตามกันในคืนพายุคลั่งนี้ เพื่อมิให้ความลับเรื่องการฮุบสมบัติและการวางยาพิษรั่วไหลออกไป
"ไป๋ลี่หลิน..." เสียงหัวeเราะเยียบเย็นดังมาจากเงามืด "เจ้าหนีไม่พ้นหรอก ยอมจำนนแต่โดยดี แล้วข้าจะเมตตาตัดหัวเจ้าให้เจ็บน้อยที่สุด"
ลี่หลินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่หงส์วาวโรจน์ด้วยความแค้นเคือง นางกำกระบี่สั้นในมือแน่นจนข้อปลายนิ้วขาวซีด ถึงแม้เรี่ยวแรงจะเหือดแห้ง แต่วิญญาณที่เคยถูกพรากไปอย่างอยุติธรรมในชาติก่อนกรีดร้องสั่งให้นางสู้จนหยดสุดท้าย นางจะไม่ยอมตายอย่างอนาถในห้องมืดๆ นี้เด็ดขาด!
ทว่า ก่อนที่คมดาบมรณะจะพุ่งเข้าปลิดชีพนาง ทันใดนั้น—
*เปรี้ยง!*
สายฟ้าฟาดผ่าลงมากลางลานเรือน แสงสีขาววาบสะท้อนภาพบุรุษผู้หนึ่งที่ควบอาชาโลหิตพุ่งทะยานฝ่าม่านฝนเข้ามาอย่างอารักขา ประตูไม้บานใหญ่ถูกพลังภายในอันมหาศาลซัดกระเด็นจนแหลกละเอียดเป็นจุล!
"บังอาจ!"
สุ้มเสียงกังวานดุจพญาเสือโคร่งคำรามก้อง สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งตำหนัก ฉินอ๋องเฟิงมู่เฉินปรากฏกายขึ้นท่ามกลางละอองฝน ร่างสูงสง่าในชุดเกราะทมิฬคลุมทับด้วยเสื้อคลุมขนจิ้งจอกสีดำสนิท หยาดน้ำฝนไหลตามกรอบหน้าคมคายราวกับสลักจากหินหยก ทว่ารัศมีอำนาจกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับทำให้ทหารมือสังหารถึงกับผงะถอยหลังด้วยความหวาดกลัว
ความเยือกเย็น ดุร้าย และไร้ความปรานีแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ ในมือหนากำกระบี่โบราณที่หยาดหยดด้วยโลหิตสดๆ ชายหนุ่มมิได้เอ่ยคำใดซ้ำสอง ร่างสูงพุ่งทะยานเข้าประจันหน้ากับเหล่ามือสังหารราวกับภูตผี การเคลื่อนไหวรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด ปลายกระบี่กวัดแกว่งอย่างไร้ความปรานี เพียงชั่วพริบตาเดียว เลือดสีแดงฉานก็สาดกระเซ็นย้อมผืนแผ่นดินให้กลายเป็นสีชาด กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นไอฝนอย่างน่าสะพรึงกลัว
ไป๋ลี่หลินยืนมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก นางเคยคิดว่าตนเองแข็งแกร่งพอที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งด้วยตนเอง ทว่าในวินาทีที่บุรุษผู้ทรงอำนาจที่สุดในแคว้น ยอมเสี่ยงชีวิตบุกฝ่าพายุและฝูงมัจจุราชเข้ามาเพื่อปกป้องนาง หัวใจที่ด้านชาและปิดตายมาตลอดกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง
เมื่อเงาดาบสุดท้ายสิ้นสุดลง ความเงียบงันก็กลับมาปกคลุมอีกครั้ง ทิ้งไว้เพียงเสียงหอบหายใจและหยาดฝนที่ยังคงโปรยปราย
เฟิงมู่เฉินสะบัดกระบี่ในมือเก็บเข้าฝัก ร่างสูงรีบสาวเท้าเข้ามาหาหญิงสาวทันที ดวงตาคมกริบที่เคยเยียบเย็นไร้ความรู้สึก บัดนี้กลับฉายแววกังวลล้ำลึกยามกวาดสายสำรวจเรือนร่างบอบบางที่เปียกปอนและสั่นเทา
"เจ้า... บาดเจ็บตรงไหนหรือไม่?" สุ้มเสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย ยามเอื้อมมือหนาออกไปหมายจะโอบประคองนาง
ลี่หลินส่ายหน้าช้าๆ เม้มริมฝีปากแน่นเพื่อสะกดกลั้นความอ่อนแอ "หม่อมฉัน... ไม่เป็นไรเพคะ ขอบพระทัยฉินอ๋องที่..."
ยังไม่ทันที่นางจะกล่าวจบ ประโยคคำพูดก็ต้องกลืนหายไปในลำคอ เมื่อดวงตาของนางเหลือบไปเห็นรอยแผลฉกรรจ์ที่ต้นแขนขวาของเขา ผ้าคลุมสีดำและชุดเกราะทมิฬถูกย้อมไปด้วยเลือดสีเข้มที่ไหลทะลักออกมาตามแรงขยับ ยิ่งสายฝนชะล้าง ยิ่งเผยให้เห็นบาดแผลลึกน่ากลัวที่เกิดจากการรับคมดาบแทนางเมื่อครู่
หัวใจของไป๋ลี่หลินหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความรู้สึกผิดและระลอกคลื่นแห่งความห่วงใยตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก นางรีบก้าวเข้าไปใกล้โดยไม่ลังเล มือเรียวสั่นเทายื่นไปสัมผัสขอบแผลบนแขนของเขาอย่างแผ่วเบาที่สุด ราวกับกลัวว่าเขาจะเจ็บปวด
"ท่านอ๋อง... ท่านบาดเจ็บสาหัสเหตุใดจึงไม่ระวังตัว!" น้ำเสียงของนางสั่นเครือ เจือไปด้วยความตัดพ้อที่เจ้าตัวก็ไม่คาดคิดว่าจะหลุดออกมา
เฟิงมู่เฉินมองการกระทำของนาง นัยน์ลึกล้ำทอประกายอ่อนโยนขึ้นอย่างหาได้ยากยิ่ง เขากระตุกยิ้มมุมปากฝืนความเจ็บปวด "หากข้ารั้งรอแม้แต่ลมหายใจเดียว... สตรีที่ข้าหมายปองอาจกลายเป็นศพไปเสียก่อน แล้วจะให้ข้านั่งนิ่งเฉยได้อย่างไรกัน"
คำพูดนั้นเรียบง่าย ทว่าหนักแน่นดั่งขุนเขา ลี่หลินเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา แววตาคมปลาบที่มักจะซ่อนแผนการร้ายกาจไว้เบื้องหลัง บัดนี้กลับสะท้อนภาพเงาของนางเพียงผู้เดียว ความอบอุ่นแผ่ซ่านทะลวงผ่านความเหน็บหนาวของค่ำคืนพายุคลั่งเข้าสู่ก้นบึ้งของหัวใจ
มือหนายื่นออกไปรวบร่างบางเข้าสู่อ้อมกอดอันอบอุ่นและมั่นคง เขาดึงนางแนบชิดอกแกร่ง ราวกับต้องการปกป้องนางจากภัยอันตรายทั้งปวงในใต้หล้า กลิ่นอายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นอเลือดและฝนจางๆ ลอยเข้าจมูก ลี่หลินซบใบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของเขา ปล่อยให้หยาดน้ำตาที่กลั้นมานานไหลปะปนไปกับสายฝน นางไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไปว่า... หัวใจดวงนี้ได้ยอมจำนนต่ออ้อมกอดนี้อย่างราบคาบแล้ว
ในยามที่บรรยากาศกำลังเปี่ยมล้นไปด้วยความลึกซึ้งและเปราะบางนั้นเอง เสียงฝีเท้าม้าจำนวนมากก็ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากนอกกำแพงจวน ตามด้วยเสียงตะโกนก้องขององครักษ์เงาที่พุ่งเข้ามาคุกเข่ารายงานด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
"ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... ราชโองการด่วนจากฮ่องเต้ สั่งให้ควบคุมตัวไป๋ลี่หลินเข้าคุกหลวงข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับกบฏแดนเหนือ โดยมีหลักฐานสำคัญถูกพบในเรือนพักของนางพ่ะย่ะค่ะ!"
เฟิงมู่เฉินชะงัก ร่างสูงตระหง่านนิ่งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบหรี่แคบลงจนกลายเป็นประกายอันตราย สัญชาตญาณนักการเมืองและแม่ทัพเตือนภัยขึ้นทันทีว่านี่คือ "เกมย้อนเกล็ด" ที่ถูกวางแผนไว้อย่างรัดกุมเพื่อตัดแขนตัดขาเขาผ่านตัวนาง
ลี่หลินผละออกจากอ้อมกอดของเขาช้าๆ แววตาที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเฉียบคมดุจใบมีด ความกลัวอันใดมิหลงเหลือ มีเพียงรอยยิ้มเย็นเยียบที่ผุดขึ้นบนมุมปากงาม
"ดูท่าทาง... สวี่ฮูหยินกับคนเบื้องหลังคงร้อนใจจนต้องเดินหมากตาโง่เช่นนี้ออกมาแล้วสินะเพคะ" นางกระซิบเสียงเบาอย่างเยือกเย็น
เฟิงมู่เฉินก้มลงมองสตรีในอ้อมแขน แววตาของเขามิได้มีความหวาดหวั่น มีเพียงความดุดันที่พร้อมจะเผาผลาญทุกคนที่กล้าแตะต้องนาง เขายกมือขึ้นสัมผัสแก้มเนียนนุ่มแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจที่สุด
"ถ้าพวกมันต้องการเล่นเกมนี้... เปิ่นหวางก็จะเปิดทางให้พวกมันได้รู้ว่า นรกบนดินที่แท้จริงหน้าตาเป็นเช่นไร"
ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวเดินออกไปเผชิญหน้ากับพายุลูกใหญ่ที่รออยู่เบื้องหน้า เสียงฝีเท้าฝ่าสายฝนของขันทีหลวงผู้หนึ่งก็ดังแทรกขึ้น พร้อมกับถาดผ้าแพรสีเหลืองทองที่ถูกชูขึ้นสูง ท่ามกลางบรรยากาศที่หยุดนิ่งราวกับเวลาถูกแช่แข็ง
"พระราชโองการลับฉบับใหม่... มีพระบัญชาให้ประหารชีวิตไป๋ลี่หลิน ณ บัดนี้!"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคืนอันตรายนี้ไปพร้อมกับข้าเสมอนะคะ – เงียบแต่ฟาดเรียบ
กราบขออภัย ฮูหยินเช่นข้าไม่รับคำขอโทษ•ตอนที่ 23
อ้อมกอดในคืนพายุคั่ง
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กราบขออภัย ฮูหยินเช่นข้าไม่รับคำขอโทษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!