กราบขออภัย ฮูหยินเช่นข้าไม่รับคำขอโทษ•ตอนที่ 26

ความพินาศของตระกูลเก่า

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
กลิ่นอายของกระดาษสาเก่าเก็บและหมึกจีนชั้นดีคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นสนิมเหล็กจางๆ ลอยอวลอยู่ทั่วห้องโถงลับใต้ดินของหน่วยราชองครักษ์เสื้อแพร แสงจากตะเกียงน้ำมันสำริดส่องกระทบใบหน้าครึ่งซีกของบุรุษที่นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้จันทน์ดำ ดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นมิได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย แม้ว่ารอบกายเขาในยามนี้จะรายล้อมไปด้วยทหารองครักษ์ในชุดเกราะประดับลายเมฆาเกือบสามสิบนาย ไป๋ลี่หลินยืนนิ่งสนิท อาภรณ์ผ้าแพรต่วนสีม่วงเข้มปักลายดอกโบตั๋นดิ้นทองของนางไหววอนตามจังหวะการหายใจที่กระชั้นถี่ขึ้นเล็กน้อย ปลายเล็บเรียวงามภายใต้ถุงมือผ้าไหมจิกเข้ากับฝ่ามือจนเนื้อแทบปริ *คนผู้นั้น...* บุรุษที่ควรจะสิ้นใจตายอย่างอนาถในกองเพลิงมอดไหม้ของเรือนพักแรมริมทะเลสาบเมื่อชาติภพก่อน บัดนี้กลับสวมอาภรณ์ขุนนางขั้นสามสีน้ำเงินเข้มปักลายกิเลน คุกเข่าอยู่เบื้องหน้ากองแฟ้มคดีทุจริตแผ่นดิน ใบหน้านั้นผอมตอบลงเล็กน้อย ดวงตาคมกริบที่นางเคยคิดว่าเต็มไปด้วยความรักและความจริงใจ บัดนี้กลับฉายแววหวาดระแวงและรutแร้นจนน่าสมเพช "ไม่... นี่มันเรื่องเข้าใจผิด พะยะค่ะท่านอ๋อง! ข้า... กระหม่อมถูกใส่ร้าย!" เสียงทุ้มต่ำที่เคยเอื้อnเอ่ยคำหวานซึ้งตรึงใจในอดีต บัดนี้กลับสั่นพร่าและแหบแห้งจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ เฟิงมู่เฉิน หรือฉินอ๋องผู้เยือกเย็นดุร้ายประทับอยู่บนเก้าอี้พนักสูงสลักลายหงส์เหิน พระองค์ทรงหมุนแหวนหยกสีเลือดบนพระนิ้วช้าๆ สายพระเนตรคมปลาบดั่งใบมีดน้ำแข็งทอดมองร่างที่กำลังสั่นเทาของอดีตสามีในนามของลี่หลินด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ ยิ่งกว่ามองเศษฝุ่นผงใต้ฉลองพระบาท "เข้าใจผิดอย่างนั้นหรือใต้้า..." สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์ยามล่าเหยื่อ "บัญชีลับการยักยอกเสบียงคลังกองทัพชายแดนสามแสนตำลึงทอง ตราประทับประจำตระกูลที่ปรากฏอยู่บนจดหมายลับติดต่อกับแคว้นศัตรู และรายชื่อขุนนางกังฉินที่เจ้าให้การซัดทอด... สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความเข้าใจผิดของพู่กันกับกระดาษงั้นสิ?" ร่างของบุรุษผู้นั้นทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ศีรษะโขกกระแทกแผ่นหินส่งเสียงทึบตันจนโลหิตสีแดงฉานไหลซึมผ่านไรผม เขาหันมามองไป๋ลี่หลินราวกับเห็นฟางเส้นสุดท้าย ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเวทนาแกมขอร้อง "ลี่หลิน... ฮูหยิน... เจ้าช่วยข้าด้วย! เจ้าก็รู้ว่าข้าบริสุทธิ์ ข้าไม่เคยคิดทรุจริตต่อแผ่นดินและไม่เคยมีใจให้ศัตรู เจ้าบอกท่านอ๋องสิ... บอกความจริงแก่พระองค์ที!" ภาพอดีตอันน่าขยะแขยงซ้อนทับขึ้นมาในห้วงความคิด ไป๋ลี่หลินนึกย้อนไปถึงวันที่นางนอนหายใจรวยรินจมกองเลือดในเรือนร้าง วันที่สตรีผู้นั้นและบุรุษผู้นี้ร่วมมือกันกรอกยาพิษสังหารนางอย่างเลือดเย็น คำพูดย้อนแย้งและแววตาที่ไร้ซึ่งความปรานีในวันนั้น สะท้อนย้อนกลับมาตบหน้าเขาเองในยามนี้อย่างสาสมและงดงามยิ่ง นางก้าวเท้าช้าๆ อาภรณ์ปักดิ้นทองสะท้อนแสงไฟวับวาม นางย่อกายทำความเคารพฉินอ๋องด้วยท่าทางงดงามไร้ที่ติ ก่อนจะหันมามองเศษสวะที่ครั้งหนึ่งนางเคยโง่เขลาเอาชีวิตเข้าแลกด้วยรอยยิ้มเยาลึกซึ้ง "ใต้เท้า... ท่านจำผิดคนแล้วกระมัง" สุ้มเสียงหวานใสแต่เย็นยะเยือกดั่งน้ำค้างแข็งในเหมันตฤดูเอ่ยขึ้น "ไป๋ลี่หลินผู้นี้ได้ตัดขาดจากตระกูลของท่าน ตั้งแต่วันที่หนังสือหย่าถูกเซ็นลงด้วยโลหิตของข้าแล้ว หาได้มีความเกี่ยวข้องอันใดกับกบฏแผ่นดินเช่นท่านไม่" "เจ้า! นังสารเลว เจ้ามันนางปีศาจ!" สิ้นคำปฏิเสธอันเด็ดเดี่ยว บุรุษผู้สิ้นท่าก็แผดเสียงคำรามด้วยความคลุ้มคลั่ง สัญชาตญาณดิบเถื่อนเข้าครอบงำ เขาลุกพรวดขึ้นหมายจะพุ่งเข้าประชิดตัวนางเพื่อใช้เป็นตัวประกัน ทว่า... เร็วยิ่งกว่าสายฟ้าแลบ ร่างสูงสง่าของฉินอ๋องเคลื่อนกายมาบังอยู่เบื้องหน้าของลี่หลินราวกับภูผาเหล็ก พร้อมกับเสียงกระบี่ออกจากฝักที่บาดลวดลายอากาศจนเกิดประกายไฟ ฉั๊วะ! โลหิตสีแดงสดสาดกระเซ็นย้อมผนังห้องหิน แขนข้างที่เอื้อมหมายจะแตะต้องตัวนางร่วงตกลงสู่พื้นตามด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวนราวกับสุกรถูกเชือด "บังอาจนัก!" เฟิงมู่เฉินตวาดกร้าว แววตาดุดลานดั่งมัจจุราช "คนของเปิ่นหวัง... แม้แต่ปลายเส้นผมก็ไม่มีผู้ใดแตะต้องได้!" บรรยากาศในห้องโถงกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ทหารองครักษ์กรูกันเข้ามาควบคุมตัวนักโทษผู้หมดสภาพกดลงกับพื้นอย่างไร้ความปรานี เสียงร้องคร่ำครวญขอชีวิตดังระงมผสมปนเปไปกับกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ไป๋ลี่หลินมิได้สะดุ้งสะเทือนต่อภาพความโหดร้ายตรงหน้าแม้แต่น้อย นางเพียงแต่เงยหน้าขึ้นสบตากับฉินอ๋อง ดวงตาคมกริบของพระองค์ที่ปกติจะเย็นชาดุจน้ำแข็ง ขยับอ่อนโยนลงวูบหนึ่งเมื่อทอดมองสตรีในดวงใจ พระองค์ยื่นพระหัตถ์หนามาจับมือเรียวของนางขึ้นมาสำรวจแผ่วเบาเพื่อตรวจสอบว่านางมิได้บาดเจ็บตรงไหน "เจ้าเหนื่อยแล้ว... เรากลับกันเถอะ" สุ้มเสียงของฉินอ๋องอบอุ่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อตรัสกับนาง ท่ามกลางความพินาศย่อยยับของตระกูลขุนนางเก่าที่เคยเรืองอำนาจ ทว่า... ในจังหวะที่ไป๋ลี่หลินกำลังจะพยักหน้ารับและหมุนตัวก้าวเดินออกจากห้องโถงมืดทึบนั้น สายตากลับเหลือบไปเห็นเศษกระดาษใบลับที่ร่วงหล่นออกมาจากซอกอกเสื้อของนักโทษผู้กำลังจะถูกลากตัวออกไป ข้อความลายมือหวัดๆ ที่เขียนด้วยหมึกแห้งกรังสะดุดตาพอดิบพอดี นางชะงักฝีเท้า หัวใจกระตุกวูบอย่างแรงเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ บนกระดาษแผ่นนั้น... *สตรีแซ่ไป๋... เบื้องหลังการตายของมารดาเจ้า หาใช่ฝีมือของสวี่ฮูหยินไม่ แต่แท้จริงแล้วคือ...*
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กราบขออภัย ฮูหยินเช่นข้าไม่รับคำขอโทษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%