กราบขออภัย ฮูหยินเช่นข้าไม่รับคำขอโทษ•ตอนที่ 17

กลิ่นอายอำนาจในวังหลวง

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
กลิ่นอายกำยานจันทน์หอมราคาแพงลอยวนอยู่รอบพระตำหนักฉางโส่ว ทว่ากลับมิได้ช่วยให้บรรยากาศภายในอบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย ร่างระหงของไป๋ลี่หลินในชุดคลุมผ้าไหมปักลายเหมันต์สีม่วงเข้ม ขอบแขนเสื้อกุ้งด้วยดิ้นเงินประณีตบรรจง สะท้อนถึงฐานะใหม่ในฐานะหมอหลวงหญิงผู้ได้รับราชทอดพระเนตรเป็นกรณีพิเศษ นางก้าวเดินอย่างมั่นคงบนพื้นหินอ่อนขัดมัน เสียงฝีเท้าของนางแผ่วเบาราวกับเสียงใบบัวลอยกระทบผิวน้ำ แต่กลับดังก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของเหล่าขันทีและนางกำนัลที่หมอบกราบอยู่โดยรอบ “ถวายบังคมไทเฮาเพคะ” ไป๋ลี่หลินย่อกายลงทำความเคารพอย่างงดงามตามธรรมเนียมราชสำนัก ทุกท่วงท่าและจังหวะจะโคนเปี่ยมไปด้วยความสง่างาม ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นพรพร่องแม้แต่น้อย บนพระแท่นบรรทมบุด้วยนวมแพรสีทองอร่าม ไทเฮาแห่งแคว้นผู้ทรงอำนาจสูงสุดในฝ่ายในกำลังทอดพระเนตรนางด้วยแววตาพินิจพิเคราะห์ พระพักตร์ที่โรยราตามกาลเวลาแต่ยังคงไว้ซึ่งความเฉียบคมดุจพญาอินทรี ทรงกวาดสายตามองหมอหลวงหญิงผู้นี้ตั้งแต่ปลายเกือกปักลายหงส์ขึ้นมาจนถึงมวยผมปักปิ่นไข่มุกราตรี “ลุกขึ้นเถิด… เจ้าคือไป๋ลี่หลิน บุตรสาวผู้ถูกทอดทิ้งแห่งจวนเสนาบดีผู้มีชื่อเสียงในการรักษาโรคประหลาดเมื่อไม่นานมานี้กระนั้นหรือ” สุรเสียงแหบพร่าทว่าทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทอดสะพานสู่ความกดดันที่พร้อมจะบดขยี้ผู้ไร้ค่าให้แหลقคั้น “หม่อมฉันหาใช่ผู้มีชื่อเสียงอันใดไม่เพคะ เป็นเพียงสตรีผู้หนึ่งที่เรียนรู้ความเจ็บปวดและใช้มันเยียวยารักษาผู้อื่นด้วยความจริงใจเท่านั้น” ไป๋ลี่หลินตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ความสั่นเครือ ดวงตาคู่คมสบเข้ากับพระเนตรของไทเฮาอย่างไม่หลบเลี่ยง ความกล้าหาญนี้ทำให้เหล่าขันทีเบื้องหลังถึงกับลอบกลืนน้ำลาย ไทเฮาทรงแย้มพระสรวลน้อยๆ แววพระเนตรฉายแววพึงพอใจระคนสงสัย “ช่างกล้าเจรจายิ่งนัก… ข้าได้ยินมาว่า อาการปวดศีรษะเรื้อรังของข้า ไม่มีหมอหลวงคนใดในสำนักแพทย์หลวงเยียวยาได้ แม้กระทั่งเบญจพิษที่ฝังรากลึกในกาย ก็ไม่มีผู้ใดกล้าแตะต้อง แล้วเจ้าเล่า… มีความมั่นใจเพียงใดว่าจะไม่เดินตามรอยหมอหลวงผู้เคราะห์ร้ายเหล่านั้นที่ต้องโทษประหารเพราะรักษาไม่หาย” “การรักษาโรค เปรียบเสมือนการเดินหมากบนกระดานเพคะ หากหม่อมฉันก้าวพลาด ย่อมหมายถึงชีวิต แต่องค์ไทเฮาทรงเป็นผู้กุมกระดานนี้ หากหม่อมฉันไม่มี ‘หมาก’ ที่ดีพอจะพลิกสถานการณ์ ไทเฮาย่อมไม่ทรงเรียกหาหม่อมฉันเข้าวังหลวงในยามวิกาลเช่นนี้หรอกเพคะ” ไป๋ลี่หลินกล่าวพร้อมกับแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยสติปัญญาและเล่ห์กลอันแยบยล บรรยากาศภายในตำหนักพล C เงียบงันลงทันตาเห็น ไทเฮาทรงจ้องมองนางเนิ่นนาน ก่อนจะทรงพระสรวลออกมาเบาๆ อย่างชอบพระทัย “สมคำร่ำลือจริงๆ… ฉินอ๋องตาถึงไม่น้อยที่เลือกเจ้าเข้ามาพัวพันในเกมนี้ เข้ามาใกล้ๆ สิ มาตรวจดูซิว่า อาการประชวรของข้า แท้จริงแล้วเกิดจากโรคภัย หรือฝีมือของมนุษย์ผู้ใดกันแน่” ไป๋ลี่หลินก้าวเข้าไปใกล้พระแท่นบรรทมอย่างระมัดระวัง นางหยิบถุงเข็มเงินบริสุทธิ์ออกจากแขนเสื้อ เลื่อนนิ้วเรียวเรียวสัมผัสที่ชีพจรบริเวณข้อมือของไทเฮา สัมผัสแรกที่ได้รับทำให้ดวงตาภายใต้แพขนตางอนของนางวับวาวขึ้นวูบหนึ่ง ชีพจรนี้หาใช่ความเจ็บปวดตามธรรมชาติ แต่มันคือพิษเรื้อรังชนิดหนึ่ง พิษที่ค่อยๆกัดกินสติปัญญาและกำลังวังชาทีละน้อย คล้ายกับกลอุบายในเรือนหลังที่นางเคยพบเจอไม่มีผิดเพี้ยน! ทว่า ในขณะที่นางกำลังจะเอ่ยปากทูลความจริง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและทรงพลังก็ดังขึ้นที่หน้าประตูตำหนัก พร้อมกับเสียงประกาศก้องของขันทีหน้าพระพักตร์ “ฉินอ๋องเสด็จ—” สิ้นเสียงนั้น ร่างสูงสง่าในชุดฉลองพระองค์สีดำสนิทปักลายมังกรทองดิ้นเงินก็ก้าวเข้ามา ประกายตาของเฟิงมู่เฉินเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปี กวาดมองไปทั่วทั้งตำหนักก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของไป๋ลี่หลิน มุมปากของเขาหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก รอยยิ้มที่ส่งสัญญาณเตือนบางอย่างมาถึงนางโดยตรง “เสด็จแม่ ทรงเรียกหาหมอหลวงหญิงผู้นี้ ดูกضรจะทำให้ตำหนักฉางโส่วครึกครื้นขึ้นมากกระมังพ่ะย่ะค่ะ” ฉินอ๋องเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจ ก่อนจะก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างร่างบางของไป๋ลี่หลินอย่างถือวิสาสะ มือหนายื่นออกไปปัดปอยผมที่คลอเคลียแก้มเนียนของนางอย่างแผ่วเบาต่อหน้าพระพักตร์ไทเฮา หัวใจของไป๋ลี่หลินกระตุกวูบ นางเหลือบมองบุรุษข้างกายที่มักจะปรากฏตัวในยามที่สถานการณ์กำลังจะพลิกผันเสมอ และก่อนที่นางจะได้ทันเอ่ยสิ่งใด ฉินอ๋องก็โน้มพระพักตร์ลงกระซิบข้างใบหูของนางด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนลุกชัน *“ระวังตัวด้วย... หมากตานี้ ไทเฮาไม่ได้เป็นผู้เดินคนเดียว แต่มีคนจากจวนเสนาบดีของเจ้าแอบส่งยาพิษนี้เข้ามาทางสตรีในวังหลวงแล้ว...”* ดวงตาของไป๋ลี่หลินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ทว่ารอยยิ้มเยือกเย็นกลับผุดขึ้นที่มุมปากของนางในทันที จวนเสนาบดี... ดูท่าว่าสวี่ฮูหยินจะร้อนรนจนทนไม่ไหว ถึงกับกล้ามือยาวเอื้อมเข้ามาถึงในวังหลวงเพื่อกำจัดนางแล้วสินะ! ในจังหวะที่ทุกคนกำลังจดจ่ออยู่กับการเผชิญหน้าอันดุเดือดระหว่างฉินอ๋องและไทเฮานั้น ขันทีสนองพระโอษฐ์ก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงแทบพื้น พร้อมกับชูราชโองการลับฉบับหนึ่งขึ้นเหนือหัวด้วยมือที่สั่นเทา “ทูลไทเฮา... และฉินอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! มี... มีราชโองการด่วนจากห้องเครื่องหลวง แจ้งว่า ตรวจพบสารพิษชนิดเดียวกันในถ้วยพระกระยาหารของฮองเฮา... และผู้ที่นำเทียบยาถวายเมื่อช่วงเช้า คือคนของจวนเสนาบดีสายรองพ่ะย่ะค่ะ!” ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคืนอันตรายนี้ไปพร้อมกับข้านะคะ หวังว่าท่านจะยังไม่ลืมว่าใครคือหมากตัวจริงในกระดานนี้! – เงียบแต่ฟาดเรียบ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กราบขออภัย ฮูหยินเช่นข้าไม่รับคำขอโทษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%