"ขยี้มันทิ้งเสีย หากใครกล้าขวางทางข้าในวันนี้ อย่าได้หวังว่าจะได้เห็นตะวันในวันพรุ่งนี้!"
เสียงตวาดก้องของเฟิงมู่เฉินดังปานอัสนีบาตฟาดลงกลางห้องโถงกว้าง แววตาของฉินอ๋องในยามนี้มิใช่แววตาของผู้มีบรรดาศักดิ์สูงส่งอีกต่อไป แต่เป็นดวงตาของพญามัจจุราชที่เพิ่งถูกปลุกให้ตื่นจากขุมนรก ดาบยาวในมือของเขาอาบไปด้วยโลหิตสีชาดที่ยังคงหยดลงบนพื้นหินอ่อนเป็นทางยาว รัศมีสังหารแผ่ซ่านออกมาจากกายแกร่งจนเหล่าองครักษ์เงาต่างก้มหน้านิ่งด้วยความยำเกรง
เขามิได้สนใจราชโองการปลอมที่ถูกนำมาใช้อ้างสิทธิ์กักขังหญิงผู้เป็นดั่งดวงใจ เขาเพียงแค่รับรู้ว่าไป๋ลี่หลินหายตัวไป... และนั่นคือความผิดพลาดมหันต์ที่ใครก็ตามที่อยู่เบื้องหลังจะต้องชดใช้ด้วยชีวิต
ม้าศึกนับร้อยพุ่งทะยานผ่านเขตประตูเมืองในยามโพล้เพล้ กีบเท้าเหล็กกระแทกพื้นถนนจนฝุ่นคละคลุ้ง กองกำลังทหารม้าของฉินอ๋องเปรียบเสมือนพายุโลหิตที่เคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างไม่ปรานีเปรย รังโจรลับที่ตั้งอยู่ ณ หุบเขาหลังค่ายร้างถูกรายล้อมในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม
ภายในห้องขังแคบและอับชื้น ไป๋ลี่หลินนั่งนิ่งอยู่บนกองฟาง แม้ใบหน้าที่เคยงดงามจะซีดเผือดจากการขาดน้ำ แต่ดวงตาของนางยังคงทอประกายเด็ดเดี่ยว นางมิได้หวาดกลัวต่อคมดาบที่จ่อคอหอยจากชายชุดดำที่สวี่ฮูหยินส่งมา แต่กำลังพินิจพิเคราะห์กลิ่นของดอกไม้พิษที่อบอวลอยู่ในอากาศ
"ฮูหยิน... ข้าว่าท่านควรสำรวมกิริยาไว้บ้าง ก่อนที่หัวของท่านจะหลุดออกจากบ่า" ชายชุดดำเอ่ยเสียงต่ำพลางเงื้อดาบ
"เจ้าคิดว่าคนอย่างข้า... จะตายด้วยมือของสุนัขรับใช้ที่ไร้สมองเช่นเจ้าหรือ?" ไป๋ลี่หลินแค่นยิ้ม มุมปากของนางปรากฏรอยเลือดที่ดูงามวิจิตรราวกับกลีบดอกเหมยที่บานสะพรั่งท่ามกลางหิมะ "สวี่ฮูหยินคงไม่ได้บอกเจ้ากระมัง ว่าพิษที่พวกเจ้าใช้กับข้า แท้จริงแล้วมันคือเครื่องหอมที่ข้าเป็นผู้ปรุงขึ้นเอง"
ทันใดนั้น เสียงระเบิดตูมตามดังกึกก้องจากภายนอก ประตูไม้หนาหนักที่กั้นขวางถูกแรงกระแทกจนพังพินาศในคราเดียว ฝุ่นควันฟุ้งกระจาย แต่ในม่านหมอกสีเทานั้น ปรากฏร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสีนิลสนิทที่คุ้นตา มือหนาที่เปื้อนคราบเลือดของศัตรูฉีกกระชากผู้คุมคนหนึ่งจนคอหักตายคาที่อย่างเหี้ยมเกรียม
เฟิงมู่เฉินก้าวเดินเข้ามาด้วยท่าทีดั่งปีศาจที่หลุดออกมาจากตำนาน เขากวาดสายตามองไป๋ลี่หลินที่นั่งอยู่ตรงมุมห้อง ก่อนจะหันมามองชายชุดดำที่เหลืออยู่ด้วยแววตาที่เยือกเย็นจนถึงขั้วหัวใจ
"ใครที่แตะต้องนาง... ข้าจะควักหัวใจมันออกมาบดขยี้ให้จมดิน"
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด ฉินอ๋องเคลื่อนไหวรวดเร็วและแม่นยำดั่งสายฟ้าฟาด ดาบในมือของเขาพรากวิญญาณผู้บุกรุกไปทีละคนโดยไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้หญิงสาวแม้แต่ก้าวเดียว กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ แต่ไป๋ลี่หลินกลับรู้สึกเพียงความอบอุ่นที่ไหลซ่านเข้ามาในอก เมื่อร่างแกร่งเดินเข้ามาถึงตัวนางและช้อนร่างนางขึ้นสู่อ้อมกอดอย่างทะนุถนอม
"ข้ามาสาย... เจ้าเจ็บตรงไหนหรือไม่?" เสียงทุ้มต่ำของเฟิงมู่เฉินสั่นไหวน้อยๆ แม้ใบหน้าจะยังคงความเย็นชาไว้ได้ แต่ในดวงตาคมกริบนั้นมีความห่วงใยที่ซ่อนเร้นไว้ไม่มิด
"ท่านอ๋อง... ท่านบ้าไปแล้วหรือไร ที่ทำเช่นนี้เท่ากับประกาศสงครามกับเบื้องบนโดยตรงนะเพคะ" นางกระซิบถามพิงศีรษะลงบนอกแกร่ง ฟังเสียงหัวใจที่เต้นรัวของเขา
"สงครามหรือ? หากต้องแลกทั้งแผ่นดินเพื่อลมหายใจของเจ้า ข้าก็ยินดีจะทำมันในวันนี้" เขาตอบพลางกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ก่อนจะอุ้มนางเดินก้าวข้ามกองซากศพออกไปสู่แสงสว่างเบื้องหน้า
ทว่า... ในขณะที่เขากำลังจะพาตัวนางก้าวออกจากรังโจร เสียงปรบมือแผ่วเบาก็ดังขึ้นจากความมืดมิดในเงาม่านด้านข้าง
"ช่างเป็นภาพที่น่าซาบซึ้งใจยิ่งนัก ท่านอ๋องผู้เก่งกาจ... แต่ท่านลืมไปหรือไม่ ว่าราชโองการที่ท่านเพิ่งเหยียบย่ำเมื่อครู่ มิได้มีเพียงแค่ฉบับเดียว"
เงาของบุรุษผู้หนึ่งก้าวออกมาจากมุมมืด เขาคือขันทีคนสนิทของฮ่องเต้ที่ถือม้วนคัมภีร์สีเหลืองทองประทับตราหลวงไว้อย่างมั่นคง
"พระบัญชาล่าสุด... ให้ประหารชีวิตอดีตพระชายาไป๋ลี่หลินฐานเป็นกบฏแผ่นดิน และหากผู้ใดขัดขวาง... ผู้นั้นต้องโทษกบฏเช่นเดียวกัน ท่านอ๋อง... ท่านจะยอมแลกตำแหน่งฉินอ๋องและชีวิตของคนทั้งจวน เพียงเพื่อสตรีที่ถูกตราหน้าว่านักโทษประหารนางนี้จริงๆ หรือ?"
เฟิงมู่เฉินหยุดชะงัก สายตาคมปลาบจ้องมองม้วนคัมภีร์ในมือขันที ก่อนจะก้มมองสตรีในอ้อมกอดที่กำลังยิ้มออกมาบางเบา... รอยยิ้มที่ทำให้เขารู้สึกว่า ทุกอย่างที่เขากำลังจะทำต่อไปนี้ มันคือจุดเริ่มต้นของการล้างบางราชสำนักครั้งใหญ่ที่สุด
"กบฏอย่างนั้นหรือ..." ฉินอ๋องแค่นหัวเราะเสียงเย็น มืออีกข้างเอื้อมไปชักกระบี่ประจำกายออกมา ชี้ปลายคมไปที่ลำคอของขันทีหลวง "ถ้าเช่นนั้น ข้าจะขอเป็นกบฏที่ฆ่าเจ้าทิ้งในฐานะผู้ถือสารฉบับนี้คนแรก!"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางมาจนถึงตอนนี้นะคะ อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจว่าใครจะเป็นผู้ชนะในเกมนี้ เพราะหมากที่ลี่หลินวางไว้นั้น... เพิ่งจะเริ่มเดินขบวนเท่านั้นค่ะ!
กราบขออภัย ฮูหยินเช่นข้าไม่รับคำขอโทษ•ตอนที่ 32
พายุโลหิตบุกทลายรังโจร
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กราบขออภัย ฮูหยินเช่นข้าไม่รับคำขอโทษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!