กราบขออภัย ฮูหยินเช่นข้าไม่รับคำขอโทษ•ตอนที่ 33

คำสารภาพรักท่ามกลางคราบเลือด

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
ปลายคมกระบี่อาบโลหิตสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงในตำหนักโถงใหญ่ วาดผ่านลำคอของขันทีหลวงจนร่างนั้นทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายฝุ่นดินและดินปืนจากสนามรบภายนอก ทว่าไม่มีผู้ใดในที่นั้นกล้าส่งเสียงกรีดร้องออกมาแม้แต่ครึ่งคำ ไป๋ลี่หลินยืนนิ่งสงท่ามกลางละอองฝนและควันไฟ อาภรณ์ผ้าไหมปักลายหงส์เหมันต์สีขาวบริสุทธิ์บัดนี้เปื้อนเปรอะไปด้วยคราบเลือดสีเข้มข้นของเหล่ามือสังหารที่เพิ่งถูกกวาดล้างจนสิ้นซาก นางยังคงถือเข็มเงินเคลือบพิษในมือเรียวขาว ร่างกายอ่อนล้าจากการเดินหมากพลิกสถานการณ์อันยาวนานติดต่อกันหลายชั่วยยาม แต่แววตาดำขลับคู่นั้นกลับสุกสกาวดั่งดวงดาวในคืนเดือนมืด ไม่มีร่องรอยความหวาดกลัว มีเพียงความเยือกเย็นของผู้ควบคุมกระดาน "จัดการศพพวกนี้ให้เรียบร้อย" สุ้มเสียงทุ้มต่ำแต่เปี่ยมด้วยอำนาจเด็ดขาดดังขึ้นจากบุรุษที่ยืนอยู่เบื้องหน้า เฟิงมู่เฉิน หรือฉินอ๋องผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมไร้ปรานี บัดนี้อาภรณ์สีดำสนิทปักดิ้นทองของเขาก็ชุ่มโชกไปด้วยโลหิตไม่ต่างกัน ทว่าสายตาที่มักจะเรียบเฉยดุจน้ำแข็งพันปี กลับกำลังสั่นไหวอย่างรุนแรงยามที่กวาดมองสำรวจเรือนร่างบอบบางของสตรีตรงหน้า เพื่อให้แน่ใจว่านางมิได้มีบาดแผลฉกรรจ์ซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้า เมื่อมั่นใจว่าไป๋ลี่หลินปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน ความเยือกเย็นทั้งหมดที่ฉินอ๋องสร้างขึ้นเพื่อปกป้องบ้านเมืองและบัลลังก์กลับพังทลายลงในเสี้ยววินาที ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปประชิดตัวนางอย่างรวดเร็วก่อนจะดึงร่างบางเข้าไปสวมกอดไว้แน่นแนบพระasur ปลายจมูกฝังลงกับเรือนผมดำขลับที่ยังคงกรุ่นกลิ่นอายฝนและกลิ่นสมุนไพรประจำกายของนาง อ้อมกอดนี้ไม่ได้นุ่มนวล ทว่ามันเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก หวาดกลัว และความอาลัยอาวรณ์ที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ก้นบึ้งของหัวใจ "เจ้า... เหตุใดจึงไม่ยอมหลบไปที่ปลอดภัยตามที่ตกลงกันไว้" สุ้มเสียงของท่านอ๋องผู้เกรียงไกรสั่นพร่าเล็กน้อย เป็นความเปราะบางที่ผู้คนใต้หล้าไม่มีวันได้เห็น ลมหายใจอุ่นร้อนรดอยู่ข้างขมับของนาง พร้อมกับอ้อมแขนที่กระชับแน่นขึ้นรากับว่าหากเขาคลายมือเพียงนิด ร่างนี้จะสลายหายไปกับสายลม ไป๋ลี่หลินนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ นางคุ้นชินกับการต่อสู้ด้วยเล่ห์เหลี่ยม คุ้นชินกับการถูกหักหลังและใช้เป็นเครื่องมือในชาติก่อน จนเกือบจะลืมเลือนไปแล้วว่า ความรู้สึกของการถูกปกป้องด้วยชีวิต และความหวาดกลัวที่จะสูญเสียจากใครสักคนนั้นเป็นเช่นไร มือเรียวที่ยังถือเข็มเงินค่อยๆ คลายลง หยดเลือดสีแดงฉานหยดลงกระทบพื้นศิลา ทว่านางไม่ได้สนใจมัน ปลายนิ้วเรียว, สั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะยกขึ้นโอบรอบเอวสอบของเขาไว้ หลับตาลงซึมซับความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในอกเสื้อ "หม่อมฉันบอกแล้วเพคะ... ว่าเกมกระดานนี้ หม่อมฉันจะเป็นผู้เดินเคียงข้างพระองค์ มิใช่ยืนมองอยู่เบื้องหลัง" น้ำเสียงของนางราบเรียบ แต่มั่นคงยิ่งกว่าหินผา "อีกอย่าง ขันทีสารเลวผู้นั้นถือราชโองการปลอมเพื่อลอบปลงพระชนม์ หากหม่อมฉันไม่ซ้อนแผนตลบหลังด้วยยาสลายกระดูกเสียก่อน ป่านนี้เราคงไม่ได้มายืนกอดกันเช่นนี้หรอกเพคะ" เฟิงมู่เฉินแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่เจือด้วยความระทมทุกข์และความโล่งใจระคนกัน เขาผلاتใบหน้าออกเล็กน้อยเพื่อพินิจพิเคราะห์ดวงพักตร์งดงามที่เปื้อนคราบเขม่าควัน ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการจับกระบี่มาทั้งชีวิตเกลี่ยไล้คราบเลือดบนแก้มนวลของนางอย่างเบามือที่สุด ราวกับนางเป็นแก้วเจียระไนอันเปราะบางที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ "เจ้าคนงาม... เจ้าช่างกล้าหาญจนน่าตีเสียจริง" สายตาคมกริบทอดมองลึกลงไปในดวงตานาง เต็มไปด้วยความรักลึกซึ้งที่กักเก็บไว้ไม่ไหว "จำคำของเปิ่นหวางไว้ให้ดี หากวันนี้เจ้าเป็นอันใดไป เปิ่นหวางจะเผาทั้งราชสำนักนี้ฝังตามเจ้าลงไปเป็นเพื่อน" น้ำคำหนักแน่นดั่งประกาศิตสวรรค์ ทำให้หัวใจของไป๋ลี่หลินกระตุกวูบ ความอบอุ่นแผ่ซ่านลามเลียไปทั่วร่าง นางยกยมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา ยิ้มที่งดงามที่สุดท่ามกลางซากปรักหักพังและกลิ่นคาวเลือด "หม่อมฉันจำได้ขึ้นใจเพคะ... แต่ท่านอ๋องโปรดวางใจ ฮูหยินของพระองค์ผู้นี้ ยังมีบัญชีแค้นที่ต้องสะสางกับสวี่ฮูหยินและคนตระกูลไป๋อีกหลายบท ยังไม่รีบตายตกไปปรโลกก่อนพระองค์อย่างแน่นอนเพคะ" บรรยากาศความตึงเครียดผ่อนคลายลงชั่วขณะ เหลือเพียงสายสัมพันธ์อันลึกซึ้งที่หลอมรวมวิญญาณของคนทั้งสองเข้าด้วยกัน ทว่าความสงบสุขในเรือนหลังและราชสำนักมักเป็นสิ่งชั่วคราวเสมอ ในจังหวะที่ทั้งสองกำลังจะผละออกจากอ้อมกอด เสียงฝีเท้าเร่งรีบดังก้องมาจากระเบียงทางเดินยาว ตามด้วยเสียงหอบหายใจขององครักษ์เงาผู้รับผิดชอบการข่าวที่พุ่งเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าด้วยความตื่นตระหนก "ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" องครักษ์หนุ่มเงยหน้าขึ้น เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้า "ราชโองการลับจากฮ่องเต้... ถูกส่งตรงถึงมือสวี่ฮูหยินที่จวนสกุลไป๋แล้วพ่ะย่ะค่ะ และเนื้อหาในนั้น... สั่งปลดพระชายาฉินอ๋อง พร้อมพระราชทาน..." องครักษ์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวกลับมาหนาแน่นด้วยไอสังหารอีกครั้งในพริบตา "พระราชทาน... 'ถ้วยยาพิษสามแก้ว' ให้ปลิดชีพตัวเองภายในคืนนี้พ่ะย่ะค่ะ!" "เงียบแต่ฟาดเรียบ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางฝ่าฟันเกมการเมืองอันเชือดเฉือนนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กราบขออภัย ฮูหยินเช่นข้าไม่รับคำขอโทษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%