กลิ่นอับของกาลเวลาและน้ำหอมกลิ่นกุหลาบโบราณลอยวนอยู่ในห้องรับแขกเรือนใหญ่ ราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนแทบหายใจไม่ออก ประโยคสุดท้ายของศิลา—*“หนีไป... จากย่าของคุณ... เพราะสิ่งที่อยู่ในกระจกนั่น ไม่ใช่คุณหญิงดารินที่ยังมีลมหายใจอีกต่อไปแล้ว!”*—ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของรินรดา มันไม่ใช่เสียงกระซิบเตือนภัยธรรมดา หากแต่เป็นคมมีดที่กรีดลึกลงไปบนความไว้วางใจทั้งหมดที่เธอเคยมีต่อตระกูลนี้
รินรดายืนนิ่งอยู่หน้าบานกระจกเงาบานใหญ่ขอบไม้สักทอง แกะสลักลวดลายเครือเถาโบราณที่สะท้อนเงาของเธอเอง เงาร่างในกระจกดูเลือนราง ผิดเพี้ยน และให้ความรู้สึกเหมือนมันกำลังจ้องมองเธอด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เหนือกว่าคำว่า "ภาพสะท้อน"
"ยืนเหม่ออะไรอยู่ล่ะ, รินรดา"
เสียงแหบพร่าทว่ากังวานอย่างผู้ทรงอำนาจดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง คุณหญิงดารินก้าวออกมาจากเงาสลัวของผ้าม่านกำมะหยี่สีเลือดหมู ท่าทางของหญิงชราไม่ได้หลังค่อมตามอายุขัย بل กลับตั้งตรงสง่างามในชุดผ้าไหมไทยสีเข้ม ทว่าดวงตาที่มองมาผ่านแว่นกรอบทองนั้น... มันว่างเปล่าและเย็นเยียบจนน่าขนลุก
รินรดาค่อยๆ หันกลับไปเผชิญหน้า มือเรียวบางเผลอกำชายเสื้อแน่นจนยับยู่ยี่เพื่อขับไล่ความสั่นเทา "หลานแค่กำลังคิด... ว่าเรือนหลังนี้มีเรื่องราวซ่อนอยู่มากแค่ไหนค่ะ, คุณย่า"
มุมปากของคุณหญิงดารินกระตุกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่เคยไปถึงดวงตา คล้ายหุ่นกระบอกที่ถูกชักใยด้วยกลไกอันซับซ้อน "บ้านหลังนี้สร้างด้วยเลือดเนื้อและความลับ ถ้าหลานไม่อยากเจ็บตัว ก็ไม่ควรเอา,มือเปื้อนๆ ไปขุดคุ้ยเรื่องที่ควรจะตายไปพร้อมกับหลุมศพของพ่อแม่เธอ"
คำพูดนั้นพุ่งเป้ามาที่บาดแผลในใจของรินรดาอย่างแม่นยำ หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่าน ความเศร้าโศกในอดีตถูกแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกระด้างในชั่วพริบตา
"ถ้ามันเป็นเรื่องของพ่อแม่หนู มันก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยค่ะ" รินรดาก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นทีละก้าว สบตาผู้เป็นย่าอย่างไร้ความเกรงกลัว "หรือว่า... สิ่งที่คุณย่ากลัวที่สุด ไม่ใช่ความจริงเกี่ยวกับท่าน... แต่เป็นเงาของใครบางคนที่คุณย่าทิ้งไว้เบื้องหลังกันแน่?"
บรรยากาศในห้องดิ่งวูบลง อุณห็ภูมิรอบตัวคล้ายลดฮวบลงอย่างฉับพลัน คุณหญิงดารินหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างของหญิงชราจนแทบสัมผัสได้
"ปากกล้าขึ้นนี่... คงไม่ใช่เพราะไอ้ทนายหนุ่มคนนั้นหรอกกระมัง ที่คอยเป่าหูเธอ?" คุณหญิงดารินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและน่ากลัว "คิดว่ามันจะปกป้องเธอได้พ้นหรือ? คนที่ตายไปแล้ว... ไม่มีวันปกป้องใครได้หรอก รินรดา"
"หมายความว่ายังไง?" รินรดาใจหายวาบ ความตระหนกแล่นริ้วขึ้นมาถึงขั้วหัวใจเมื่อนึกถึงศิลาที่เพิ่งแยกจากกัน
"หมายความว่า... แกกำลังเล่นเกมที่ไม่มีวันชนะ" คุณหญิงดารินก้าวเข้าไปประชิดตัวรินรดาอย่างรวดเร็วเกินกว่าวัย 70 ปี มือเหี่ยวย่นเอื้อมมาแตะที่ปลายคางของหลานสาวอย่างแผ่วเบา แต่สัมผัสนั้นเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง "และกระจกบานนั้น... ก็กำลังเลือกเจ้าของคนใหม่แล้ว"
ทันทีที่คุณหญิงดารินพูดจบ ภาพสะท้อนในกระจกด้านหลังรินรดาก็ขยับตัว!
เงาร่างในกระจกไม่ได้ทำตามท่าทางของรินรดา แต่มันกำลังยกมือขึ้นช้าๆ และเอապาลูกกรงคอของรินรดาจากด้านหลังในโลกเงา!
รินรดากรีดร้องออกมาด้วยความตกใจสุดขีด เธอสะบัดหน้าหนีจากการเกาะกุมของคุณหญิงดารินแล้วถอยหลังไปชนโต๊ะไม้จนแจกันดอกไม้ตกแตกกระจาย ความหวาดกลัวพุ่งถึงขีดสุดเมื่อเธอหันกลับไปมองกระจกอีกครั้ง—เงาร่างนั้นกำลังฉีกยิ้มกว้างจนถึงใบหู ดวงตาทั้งสองข้างดำมืดสนิทไร้แววตา
ก่อนที่รินรดาจะได้ตั้งสติ เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวจากด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนด้วยความร้อนรนของศิลาที่พังประตูเข้ามา
"รินรดา! หลบออกมาจากตรงนั้น!"
แต่สายเกินไปเสียแล้ว เมื่อบานประตูเปิดผางออก ศิลาไม่ได้ยืนอยู่คนเดียว... ร่างของชายหนุ่มในชุดสูทเปียกโชกไปด้วยเลือดสดๆ ถูกเหวี่ยงเข้ามาล้มกลิ้งอยู่แทบเท้าของเธอ และเงาที่ทอดยาวมาจากด้านหลังของศิลานั้น กลับมีรูปร่างที่บิดเบี้ยวผิดมนุษย์—มันไม่ใช่เงาของศิลา... แต่มันคือเงาของใครอีกคนที่ก้าวตามเข้ามาในความมืดมิด
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ — ตุ๊กตาโบราณ
เงาในรอยกระจก•ตอนที่ 5
รอยร้าวในหน้ากาก
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาในรอยกระจก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!