เงาในรอยกระจก•ตอนที่ 6

ใต้พื้นไม้เก่า

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
กลิ่นสนิมเหล็กผสมกับกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในห้องโถงกว้าง รุนแรงเสียจนรินรดารู้สึกพะอืดพะอม ลมหายใจของเธอติดขัดอยู่ที่ลำคอ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกยามมองร่างไร้สติในชุดสูทชุ่มเลือดที่นอนขดอยู่แทบเท้า ร่างนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นผู้ช่วยหนุ่มของศิลา—คนที่ควรจะยืนคุยอยู่ปลายสายโทรศัพท์เมื่อสิบนาาทีก่อน ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ หนักอึ้งเสียจนเสียงหัวใจเต้นโครมครามในอกดังสะท้อนก้องในโสตประสาท “ถอยไป ริน” เสียงทุ้มต่ำของศิลาเอ่ยขึ้นเรียบๆ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ทว่าแววตาที่ทอดมองไปยังร่างเบื้องล่างกลับแข็งกร้าวราวกับหินผา ชายหนุ่มก้าวข้ามร่างไร้ชีวิตนั้นเข้ามาในห้อง ปิดประตูไม้สักหนากั้นเสียงภายนอก ร่างกายของเขาบังทัศนียภาพของรินรดาไว้ครึ่งหนึ่ง แต่สิ่งที่ทำให้หญิงสาวขนลุกซู่ไม่ใช่รอยเลือดบนพื้น หากแต่เป็น "เงา" ที่ทอดทาบอยู่บนผนังด้านหลังศิลา—เงาที่บิดเบี้ยว ขยายใหญ่ขึ้น และขยับเขยื้อนไปคนละทิศทางกับเจ้าของร่าง มันกำลังยกมือขึ้น... ทั้งที่มือทั้งสองข้างของศิลายังคงไขว้ไว้ด้านหลัง “ศิลา... นั่นมันอะไร” รินรดากล่าวเสียงสั่น มือบางเอื้อมไปคว้าขอบโต๊ะไม้เก่าเพื่อพยุงร่างที่แทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น ความกลัวไม่ได้เกิดจากความมืดรอบตัว แต่มันคือความจริงที่ว่า สิ่งที่เธอกำลังเผชิญหน้าอยู่นั้นอยู่นอกเหนือความเข้าใจของมนุษย์ ศิลาไม่ตอบ เขากวาดสายตาคมกริบมองไปรอบห้อง ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาใกล้รินรดา คว้าข้อแขนเรียวของเธอไว้แน่นด้วยแรงที่มากพอจะทำให้เจ็บ แต่สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเร่งร้อน “เวลานี้ไม่มีคำอธิบาย คุณหญิงดารินรู้แล้วว่าเรากำลังหาอะไรอยู่ ถ้าเราไม่ออกจากที่นี่ก่อนเที่ยงคืน เราจะไม่มีวันได้รู้ว่าพ่อแม่ของคุณตายเพราะอะไร” คำพูดนั้นทำลายความหวาดกลัวทั้งหมดลงในพริบตา ความโกรธแค้นและความเจ็บปวดที่ถูกฝังกลบไว้ใต้ซากปรักหักพังของอดีตพุ่งทะยานขึ้นมาแทนที่ รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก สะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของศิลาก่อนจะพุ่งตรงไปยังมุมห้อง—จุดที่พ่อของเธอมักจะใช้เวลาขัดเกลาไม้เก่าๆ ก่อนเกิดเหตุเพลิงไหม้ปริศนานั้น “ถ้าอย่างนั้นก็บอกฉันมา ว่าเรากำลังหาอะไรกันแน่” น้ำเสียงของเธอแหบพร่าแต่เด็ดเดี่ยว ศิลาถอนหายใจยาว ดวงตาคมเข้มฉายแวลังเลอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะพยักเพยิดไปยังพื้นไม้สักทองแผ่นใหญ่ที่วางสลับลายแปลกตา “ใต้พื้นตรงนั้น... แผ่นที่สามนับจากเสาต้นแรก” รินรดาไม่รอช้า เธอทรุดตัวลงคุกเข่าบนพื้นไม้ที่เย็นเฉียบ ปลายเล็บจิกเข้ากับร่องไม้เก่าที่อัดแน่นไปด้วยฝุ่นหนา มือทั้งสองข้างสั่นระริกขณะพยายามงัดแผ่นไม้ออก แรงกดดันจากสายตาของศิลาที่คอยระวังภัยอยู่ที่ประตู และเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังแว่วมาจากชั้นล่าง ยิ่งทำให้หัวใจของเธอเต้นเร็วจนแทบระเบิด *แกร็ก...* เสียงไม้ลั่นตัวดังสนั่นท่ามกลางความเงียบ รินรดาออกแรงเฮือกสุดท้าย งัดแผ่นไม้ออกมาได้สำเร็จ กลิ่นอับชื้นและกลิ่นกระดาษเก่าโชยเข้าจมูกทันที ในความมืดมิดใต้พื้นไม้ มีกล่องเหล็กสีดำสนิทขนาดกลางนอนสงบนิ่งอยู่ เธอยื่นมือสั่นเทาลงไปหยิบมันขึ้นมา น้ำหนักของกล่องเหล็กนั้นหนักอึ้งราวกับแบกรับความลับนับสิบปี ตัวล็อกถูกปิดตายด้วยแม่กุญแจโบราณ “กุญแจล่ะ ศิลา?” เธอหันไปถามชายหนุ่ม ศิลาก้าวเข้ามาทรุดตัวลงข้างๆ ก้มมองกล่องเหล็กในมือหญิงสาวแวบหนึ่ง ก่อนจะยื่นมือมาแตะที่ตัวล็อก แล้วใช้สันมีดพกงัดมันออกด้วยความชำนาญราวกับไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาทำเช่นนี้ *กริ๊ง*—เสียงเหล็กหักสะท้อนก้อง ฝากล่องค่อยๆ เด้งเปิดออกเผยให้เห็นสิ่งของข้างใน ภายใต้แสงไฟสลัวจากหลอดไฟเปลือยบนเพดาน สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาก็คือ สมุดบันทึกปกหนังสีน้ำตาลเข้มที่มุมปกเปื้อนคราบสีน้ำตาลคล้ายสนิม—หรืออาจจะเป็นคราบเลือดที่แห้งกรัง ด้านบนวางทับด้วยซองเอกสารสีน้ำตาลหนาทึบประทับตราลับของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในเครือตระกูลดาริน และสิ่งสุดท้ายที่ทำให้รินรดาถึงกับกลั้นหายใจ... คือสร้อยคอทองคำขาวฝังมรกตเม็ดโต เครื่องประดับชิ้นเดียวกับที่แม่ของเธอมักจะสวมใส่ติดตัวอยู่เสมอในวันสุดท้ายของชีวิต รินรดายื่นมือออกไปสัมผัสหน้าปกสมุดบันทึก นิ้วเรียวสั่นเทายามพลิกเปิดหน้าแรก ลายมือคุ้นตาของมารดาปรากฏเด่นชัด *‘วันที่ 12 ตุลาคม... หากลูกได้อ่านบันทึกเล่มนี้ แปลว่าแม่กับพ่อคงไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว อย่าไว้ใจใคร ริน... แม้แต่คนในตระกูลเดียวกัน ความลับของห้องใต้หลังคาไม่ใช่เรื่องโกหก และคนที่ฆ่าเรา... กำลังยืนอยู่ข้างหลังลูกในตอนนี้’* โลหิตในกายของรินรดาเย็นเฉียบลงฉับพลัน ลมหายใจสะดุดกักค้างอยู่ที่ลำคอ สมองขาวโพลนด้วยความตื่นตระหนก ข้อความเตือนสติประโยคสุดท้ายกรีดแทะเข้าไปในหัวใจ เธอยังไม่ทันได้เงยหน้าขึ้นมอง หรือแม้แต่จะเปล่งเสียงร้องเตือนภัย แรงดึงมหาศาลจากด้านหลังก็พุ่งเข้ากระชากคอเสื้อของเธออย่างแรง ร่างของเธอถูกเหวี่ยงกระแทกกับพื้นห้องอย่างไม่ใยดี สมุดบันทึกในมือหลุดร่วงลงพื้น รินรดาเงยหน้าขึ้นด้วยความเจ็บปวด ภาพที่ปรากฏผ่านม่านน้ำตาคือศิลา—ชายหนุ่มผู้เคยสุขุมและอยู่เคียงข้างเธอมาตลอด—กำลังยืนยิ้มเย็นชา รอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ผิดมนุษย์มนา และเงาที่ทาบทับอยู่เบื้องหลังเขานั้น... บัดนี้ได้แยกตัวออกจากร่างของเขาอย่างสมบูรณ์ มันกลายเป็นอสูรกายสีดำทมิฬ ยื่นมือยาวเรียวราวกับกรงเล็บเข้ามารัดลำคอของเธอไว้แน่น! “ฉันเตือนคุณแล้ว... ว่าอย่าไว้ใจใคร” ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป—ไม่ใช่เสียงของเขาอีกต่อไป แต่เป็นเสียงแหบพร่าของหญิงสูงวัยที่รินรดาคุ้นเคยดีตลอดชีวิต... เสียงของคุณหญิงดาริน! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — *ตุ๊กตาโบราณ*
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาในรอยกระจก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%