กลิ่นอานิสและขี้ผึ้งโบราณลอยอลวนอยู่ในความมืด อัดแน่นจนลำคอของรินรดาตีบตันราวกับมีใครเอานิ้วมือเย็นเฉียบมาบีบเค้นไว้
ประโยคสุดท้ายยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ไม่ใช่เพราะความดังของมัน แต่เพราะความจริงที่สั่นคลอนรากฐานจิตใจ—เสียงนั้นไม่ใช่ของศิลา ทนายความหนุ่มผู้มีแววตานิ่งสงบดั่งผืนน้ำลึกที่เธอยึดเหนี่ยวมาตลอดทาง แต่มันคือเสียงของ “คุณหญิงดาริน” ผู้เป็นย่า ผู้หญิงที่จากโลกนี้ไปแล้วด้วยโรคหัวใจเมื่อสามปีก่อน ผู้หญิงที่ทิ้งรอยแผลเป็นทางใจไว้ให้เธอมิรู้ลืม
รินรดาถอยหลังกรูด ส้นรองเท้าสะดุดเข้ากับพรมขนสัตว์หนานุ่มเกือบทำให้เธอล้มลง ดวงตากลมโตเบิกกว้างจ้องมองร่างของชายหนุ่มที่ยืนอยู่ใต้แสงเงาสลัวของโคมไฟตั้งพื้น ศิลาไม่ได้ขยับตัวตาม เขาเพียงแค่เอียงคอม1องเล็กน้อย องศาการยืนที่แปลกประหลาด และริมฝีปากที่ยกยิ้มขึ้นในมุมที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
“คุณ... พูดว่าอะไรนะ?” เสียงของรินรดาสั่นพร่า มือเรียวควานหาที่ยึดเกาะบนผนังเย็นเฉียบ
ศิลาสูดหายใจเข้าลึก ราวกับกำลังปรับจังหวะการหายใจของร่างที่เขาอาศัยอยู่ ดวงตาคู่นั้นกะพริบช้าๆ ก่อนที่น้ำเสียงนุ่มทุ้มปรกติจะกลับคืนมา รินรดารู้สึกเหมือนเพิ่งหลุดพ้นจากปากเหว แต่มันเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนที่ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวจะถาโถมเข้ามา
“ผมไม่ได้พูดอะไร... ริน” ศิลาขยับตัวเข้ามาใกล้ด้วยฝีเท้าที่เงียบงัน ดวงตาของเขามีร่องรอยความตื่นตระหนกวูบหนึ่งปรากฏขึ้น ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเรียบเฉยอันเป็นเอกลักษณ์ “คุณหน้าซีดมาก รินรดา คุณกำลังเหนื่อยเกินไป”
“อย่ามาโกหกฉัน!” รินรดาหวีดร้องออกมาอย่างเหลืออด น้ำตาเอ่อคลอเบ้าด้วยความอัดอั้นตันใจ “ฉันได้ยิน! เสียงนั้น... เสียงของย่า ฉันฟังไม่ผิดแน่!”
ศิลาหยุดยืนห่างจากเธอเพียงก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าที่คุ้นเคยจางหายไป ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอับชื้นของห้องใต้ดินและกลิ่นสาบของกระดาษเก่า—กลิ่นเดียวกับห้องทำงานของคุณหญิงดารินไม่มีผิดเพี้ยน
“ความทรงจำบางอย่าง... ถ้ามันฝังลึกเกินไป มันก็มักจะเล่นตลกกับประสาทสัมผัสของเรา” ศิลาพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบจนน่ากลัว มือหนายื่นออกหมายจะแตะลงบนไหล่บอบบางที่กำลังสั่นเทา “หยุดตามหาความจริงเถอะริน บางเรื่อง... การปล่อยให้มันตายไปพร้อมกับกาลเวลา คือความเมตตาเดียวที่เรามอบให้คนเป็นได้”
รินรดาสลัดไหล่หนีสัมผัสนั้นราวกับโดนไฟลวก เธอมองหน้าทนายความหนุ่มด้วยความรู้สึกแปลกแยก ราวกับว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ศิลาที่เธอรู้จักอีกต่อไป แต่เป็นหุ่นเชิดที่ถูกชักใยด้วยมือที่มองไม่เห็น
“คุณกลัวอะไรกันแน่ ศิลา? หรือว่า... คุณเองก็เป็นหนึ่งในพวกเขารu?”
คำถามนั้นแขวนค้างอยู่กลางอากาศ ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก ก่อนที่เสียงกระจกหน้าต่างห้องทำงานจะแตกดังเพลี้ย!
เศษแก้วกระจายเกลื่อนพื้น พร้อมกับวัตถุบางอย่างที่ถูกโยนเข้ามาตกกระแทกพรม เสียงโลหะกระทบพื้นดัง *กริ๊ก* ตามด้วยควันสีขาวพวยพุ่งออกมาจากวัตถุก้อนนั้นอย่างรวดเร็ว กลิ่นฉุนรุนแรงแสบจมูกและลำคอจนรินรดาต้องยกมือขึ้นปิดหน้าและไอโขลก
“ควันพิษ! หมอบลงริน!” ศิลาตะโกนลั่น คว้าตัวหญิงสาวกดลงแนบพื้น พลางใช้ร่างกายของตัวเองบังเธอไว้จากทิศทางของหน้าต่างที่แตก
ในความโกลาหลและควันหนาทึบที่เริ่มบดบังวิสัยทัศน์ รินรดาเหลือบไปเห็นเงาดำทะมึนสายหนึ่งพาดผ่านแสงไฟจากภายนอก เงาร่างนั้นยืนนิ่งอยู่บนระเบียงกระจกชั้นสอง มือข้างหนึ่งถือกระดาษแผ่นหนึ่งแนบไว้กับกระจก ก่อนที่เงาร่างนั้นจะกดรอยนิ้วมือสีแดงฉานลงบนกระจก—รอยนิ้วมือที่เปรอะเปื้อนของเหลวข้นคลัช
รินรดากลั้นหายใจ หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก เมื่อเงาดำนั้นค่อยๆ ขยับริมฝีปากผ่านกระจกที่กั้นกลาง แม้จะไม่ได้ยินเสียง แต่เธอก็อ่านริมฝีปากนั้นออกได้อย่างแม่นยำทุกพยางค์
*“รายต่อไป... คือเธอ”*
สิ้นคำเตือนอันเงียบงันนั้น เงาร่างบนระเบียงก็หายวับไปกับความมืดราวกับภูตผี พร้อมๆ กับที่ประตูห้องทำงานถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง พร้อมแสงไฟฉายสว่างจ้าที่ส่องตรงมาที่พวกเขา ร่างของแม่บ้านเฒ่าปรากฏขึ้นที่กรอบประตู ใบหน้าเหี่ยวย่นซีดเผือด ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นเจ้านายสาวนอนหมอบอยู่ใต้ร่างของทนายความหนุ่มท่ามกลางควันขาวโขมง
“คุณหนู! เกิดอะไรขึ้นเจ้าค่ะ?!” แม่บ้านกรีดร้องเสียงหลง
รินรดายันตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบาก เสื้อผ้าเปื้อนฝุ่นและเศษแก้ว สายตาของเธอยังคงจดจ้องไปยังกระจกบานใหญ่ที่ปรากฏรอยเปื้อนสีแดงฉานเป็นรูปฝ่ามืออย่างเด่นชัด ท่ามกลางควันพิษที่จางลง เธอก้าวเข้าไปใกล้กระจกบานนั้นด้วยขาที่แทบไม่มีแรงพยุงตัว
ไม่ใช่สีแดง... ไม่มีทางเป็นสีแดงธรรมดา
รินรดายื่นปลายนิ้วสั่นเทาออกไปแตะรอยเปื้อนบนกระจกเบาๆ สัมผัสนั้นเหนียวเหนหนืดและอุ่นระอุ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเตะจมูกทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส และในวินาทีที่เธอดึงมือกลับ สายตาก็เหลือบไปเห็นข้อความเล็กๆ ที่ถูกเขียนด้วยรอยเลือดเดียวกันที่มุมกระจก—ข้อความที่เป็นลายมือคุ้นตาอย่างประหลาด ลายมือที่เธอเคยเห็นมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าบนสมุดบันทึกเล่มเก่าของมารดาผู้ล่วงลับ... เป็นลายมือของคนที่ตายไปแล้วเมื่อยี่สิบปีก่อน!
***
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้า... "ตุ๊กตาโบราณ"
เงาในรอยกระจก•ตอนที่ 7
คำเตือนที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาในรอยกระจก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!