เงาในรอยกระจก•ตอนที่ 14

วินาทีเฉียดตาย

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
“เก็บหลักฐานพวกนั้นลงถังขยะไปซะ รินรดา... อย่าให้ฉันต้องยื่นมือเข้าไปจัดการเรื่องที่มัน ‘สกปรก’ ด้วยตัวเอง” น้ำเสียงราบเรียบของคุณหญิงดารินดังก้องอยู่ในห้องรับรองที่เงียบเชียบ รินรดากำซองเอกสารในมือจนยับยู่ยี่ หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองรบที่กำลังจะแตกดับ ความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศดูจะกลายเป็นน้ำแข็งที่เกาะกุมไปถึงกระดูกสันหลัง เมื่อดวงตาคู่คมของหญิงชราผู้เป็นย่าจับจ้องมาที่เธอราวกับมองทะลุเข้าไปถึงความกลัวที่ซ่อนอยู่ “ความจริงที่หนูพบ... มันไม่ได้สกปรกนะคะคุณย่า แต่มันคือความยุติธรรมที่พ่อกับแม่ควรจะได้รับ” รินรดาเค้นเสียงตอบ มือที่ถือซองเอกสารเริ่มสั่นเทา แต่เธอก็ฝืนเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาของเธอไม่ได้มองไปที่ใบหน้าใจดีนั่นอีกต่อไป เพราะในตอนนี้เธอเห็นเพียง ‘เงา’ ของความอำมหิตที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากผู้ดี คุณหญิงดารินแค่นยิ้ม มุมปากขยับเพียงเล็กน้อย ทว่าแววตากลับไร้ความปรานี “ความยุติธรรมเหรอ? เด็กน้อย... ในโลกที่กระจกเบี้ยวบิดใบนี้ ความยุติธรรมก็เป็นเพียงแค่ฝุ่นผงที่ถูกกวาดทิ้งไปตามลมเท่านั้น เธอคงไม่อยากเป็นเหมือนกระจกบานนั้นใช่ไหม... ที่ต้องแตกสลายเพียงเพราะอยากสะท้อนภาพที่ไม่มีใครอยากเห็น” รินรดาไม่รอฟังคำขู่เพิ่ม เธอหมุนตัวเดินออกมาจากห้องนั้นด้วยความรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ในหัวมีเพียงข้อความจากโน้ตแผ่นนั้นที่ศิลาส่งมาให้ *‘อย่าให้มันรู้ความจริง จนกว่าจะถึงเวลาที่กระจกจะแตกสลาย’* เธอรู้ดีว่าเธอเข้าใกล้ความลับที่ฝังรากลึกเกินไปแล้ว และดูเหมือนว่าเวลาที่กระจกจะแตกสลายนั้น... มันมาถึงเร็วกว่าที่คิด เธอก้าวเท้าขึ้นรถสปอร์ตคันเล็ก เสียงสตาร์ทเครื่องยนต์ดังกระหึ่มท่ามกลางความมืดมิดของลานจอดรถชั้นใต้ดินที่ดูเปลี่ยวเหงา สายตาเหลือบมองกระจกหลัง เห็นเพียงความว่างเปล่า แต่สัญชาตญาณบางอย่างกลับร่ำร้องว่าเธอกำลังถูกจับจ้อง รินรดาขับรถออกจากคฤหาสน์ด้วยความเร็วที่พยายามควบคุมไม่ให้สั่นไหว ถนนเส้นรองที่มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองเงียบเชียบและมืดสนิท มีเพียงไฟหน้ารถที่สาดส่องไปบนถนนลาดยาง ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังเร่งเครื่องผ่านทางโค้งหักศอก ทันใดนั้น แสงไฟสว่างจ้าจากรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่จอดสนิทอยู่ข้างทางก็เปิดพรึบขึ้น—ไม่ใช่เพื่อขอทาง แต่เพื่อ ‘ขวาง’ ทาง เสียงยางรถบดถนนดังสนั่นหวั่นไหว รินรดาเหยียบเบรกจนมิดเท้า แรงเหวี่ยงมหาศาลทำให้รถของเธอหมุนคว้างกลางถนนราวกับลูกข่างที่ไร้ทิศทาง ภาพข้างหน้ากลายเป็นเส้นแสงสีขาวสลับดำที่หมุนวนไปมา กลิ่นยางไหม้และควันคลุ้งตลบอบอวลไปทั่วห้องโดยสาร ก่อนที่เสียงปะทะอันรุนแรงจะดังสนั่นหวั่นไหวจนหูอื้ออึง แรงกระแทกจากด้านข้างทำให้ร่างกายของรินรดากระเด็นไปกระแทกกับประตูฝั่งคนขับ โลกทั้งใบดูเหมือนจะพลิกคว่ำหงายเงย ความเจ็บปวดพุ่งพล่านไปทั่วสรรพางค์กายราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง เลือดอุ่นๆ ไหลอาบขมับลงมาบดบังทัศนียภาพจนกลายเป็นสีแดงฉาน ทว่า... ในวินาทีที่สติสัมปชัญญะของเธอกำลังจะดับวูบลง รินรดาเหลือบไปเห็นเงาร่างหนึ่งก้าวลงมาจากรถบรรทุกคันนั้น ร่างสูงใหญ่ในชุดสีดำสนิทเดินตรงมาที่รถของเธออย่างใจเย็น ไม่มีความเร่งรีบ ไม่มีความตื่นตระหนก ราวกับว่าอุบัติเหตุครั้งนี้คือ ‘งานศิลปะ’ ที่เขาจงใจรังสรรค์ขึ้นเพื่อปิดตำนานความลับที่เธอกำลังตามหา ชายปริศนาคนนั้นหยุดยืนอยู่ข้างกระจกฝั่งที่แตกละเอียด เขาเอื้อมมือมาจับที่ขอบประตูที่บิดเบี้ยว รินรดาพยายามเค้นแรงเฮือกสุดท้ายเพื่อที่จะขยับตัวหนี แต่ความเจ็บปวดกลับรั้งเธอไว้จนขยับไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว เธอจ้องมองผ่านรูโหว่ของกระจกที่แตกสลาย เห็นดวงตาคู่หนึ่งที่เย็นชาและไร้ความรู้สึกราวกับหุ่นยนต์ “เสียดายนะ... คุณรินรดา” เสียงทุ้มต่ำนั้นเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่ชัดเจน “กระจกน่ะ มันควรจะแตกสลายไปตั้งนานแล้ว... แต่คุณกลับดื้อดึงที่จะมองหาเงาในนั้นเอง” เขายื่นมือเข้ามาในรถ หยิบซองเอกสารที่เปื้อนเลือดของเธอออกมาอย่างหน้าตาเฉย ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้จนเธอได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่คุ้นเคย—กลิ่นเดียวกับที่เธอมักจะได้กลิ่นในห้องทำงานของคุณหญิงดารินเสมอ รินรดาหายใจติดขัด หัวใจที่เต้นอ่อนแรงค่อยๆ ดิ่งลงสู่ความมืดมิด เธอพยายามจะเอ่ยชื่อคนร้ายคนนั้น แต่เสียงที่ออกมากลับเป็นเพียงเสียงครางแผ่วเบาในลำคอ เมื่อภาพสุดท้ายที่เห็นคือชายคนนั้นหยิบโทรศัพท์มือถือของเธอขึ้นมา แล้วกดบันทึกเสียงบางอย่างลงไป ก่อนจะเดินจากไปทิ้งให้เธอเผชิญหน้ากับความตายลำพังในซากรถที่กำลังมีควันพวยพุ่ง ทว่าในวินาทีที่เปลือกตาของเธอจะปิดสนิท เสียงฝีเท้าอีกคู่หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางเสียงเครื่องยนต์ที่ดับสนิท เป็นเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและรีบร้อน... เสียงของคนที่เธอเฝ้ารอมาตลอด “ริน! รินรดา! อย่าหลับนะ!” น้ำเสียงที่สั่นเครือแต่เต็มไปด้วยความห่วงใยนั้นคือ ‘ศิลา’ แต่ทว่า... ทันทีที่เขาประคองร่างของเธอขึ้นมา เขากลับชะงักไปเล็กน้อย สายตาของเขาไม่ได้มองที่บาดแผลของเธอ แต่กลับมองไปยังซองเอกสารที่หายไป ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองตามทางที่รถบรรทุกปริศนาคันนั้นขับผ่านไป แล้วรอยยิ้มที่ดูน่าขนลุกก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชายที่เธอคิดว่าไว้ใจที่สุด ศิลาไม่ได้รีบโทรเรียกหน่วยกู้ภัยอย่างที่เธอคาดหวัง เขากลับกระซิบที่ข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง “ขอบคุณที่ทำหน้าที่ ‘เหยื่อ’ ได้ดีขนาดนี้ครับรินรดา... ตอนนี้ ความจริงที่อยู่ในซองนั่น ก็ตกอยู่ในมือคนที่ถูกต้องแล้ว” รินรดาสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจที่มากกว่าความเจ็บปวด เธอเบิกตากว้างมองคนตรงหน้า ความหวังสุดท้ายที่เธอมีพังทลายลงในพริบตาเดียว นี่ไม่ใช่การมาช่วย... แต่เป็นการมาเพื่อ ‘เก็บงาน’ ชิ้นสุดท้ายต่างหาก ตุ๊กตาโบราณขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางผ่านม่านหมอกแห่งความลวงมาจนถึงวินาทีที่เฉียดตายนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าที่จะเผยทุกเงื่อนงำนะคะ
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาในรอยกระจก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%