กลิ่นคาวสนิมเหล็กและไอน้ำมันเครื่องหนาแน่นราวกับหมอกหนาในยามเหมันต์ที่หุบเขาอวี้เหมิน ทว่ากลิ่นอายที่กดดันยิ่งกว่าคือความเงียบงันที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ในชุดช่างสีน้ำเงินเข้มตัวหลวมโคร่ง แม้เนื้อผ้าจะหยาบกร้านตามยุคสมัย แต่ไม่สามารถอำพรางท่าทีสง่างามราวกับพยัคฆ์ซ่อนเล็บของผู้ชายคนนี้ได้เลย
เซี่ยหว่านหนิงก้าวเท้าถอยหลังครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ ปลายนิ้วเรียวยาวที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อกว้างขยับเข้าหากันเล็กน้อย นางเคยเป็นถึงราชครูหญิงผู้กุมอำนาจการตัดสินใจในท้องพระโรงมาแล้วนับไม่ถ้วน สายตาเฉียบคมดั่งคมกระบี่ที่อาบยาพิษของบุรุษตรงหน้า จึงไม่อาจหลุดรอดจากการประเมินค่าในเสี้ยววินาทีของนางไปได้
"คนงานใหม่... จากแผนกบัญชี?"
เสียงทุ้มต่ำราวกับก้อนหินบดกันในลำไส้เอ่ยขึ้น มันไม่ใช่คำถาม แต่มันคือการกดดัน กู้เหยียนจวินก้าวเข้ามาประชิดตัวนางโดยไร้ซึ่งเสียงฝีเท้า สัญชาตญาณของอดีตขุนพลที่ผ่านสนามรบมาโชกโชนบอกเขาว่า สตรีตรงหน้าไม่ใช่ภรรยาชาวบ้านร้านตลาดทั่วไป แววตาคู่นั้น... นิ่งสนิทดั่งผิวน้ำในบึงลึก ไร้ความหวาดกลัว และที่สำคัญยิ่งกว่าคือมันฉายแววรู้ทัน ราวกับกำลังอ่านตำราพิชัยสงครามที่เขาก Open อยู่ในใจ
"เรียนหัวหน้ากู้ ดิฉัน เซี่ยหว่านหนิง มารับหน้าที่ตรวจทานบัญชีวัสดุสิ้นเปลืองของโรงงานตามคำสั่งของท่านผู้จัดการหลี่ค่ะ" หว่านหนิงเอ่ยตอบ น้ำเสียงของนางราบเรียบ เยือกเย็น และกังวานใสราวกับหยกกระทบกัน ไม่มีความสั่นเครือแม้แต่น้อย
กู้เหยียนจวินหรี่ตาลงเล็กน้อย เงาของแพขนตาดกหนาทอดลงบนโหนกแก้มตอบสากระคาย ผิวพรรณของเขาคล้ำแดดตามประสาคนทำงานกลางแจ้ง แต่สันจมูกโด่งคมและริมฝีปากที่เม้มเป็นเส้นตรงนั้น กลับสะท้อนความดื้อรั้นและเย่อหยิ่งที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้กรอบของยุคสมัยที่บีบคั้น เขายื่นมือหนาหยาบกร้านที่มีรอยแผลเป็นพาดผ่านฝ่ามือ เข้ามาหยิบสมุดบัญชีเล่มเก่าในมือของนางไปพลิกดูผ่านๆ โดยที่สายตายังไม่ละไปจากใบหน้านวลเนียนที่สะอาดสะอ้านผิดกับหญิงสาวทั่วไปในโรงงานเหล็กแห่งนี้
"บัญชีของโรงงานนี้ ไม่มีอะไรที่คนจาก 'ข้างบน' จะต้องมาใส่ใจเป็นพิเศษหรอกนะ สหายเซี่ย" เขากดเสียงต่ำ คำว่า 'ข้างบน' ถูกเน้นเสียงด้วยความเหยียดหยันเล็กน้อย บ่งบอกถึงความรังเกียจที่มีต่อพวกพ้องของหลี่จิ่งเทียน ผู้จัดการโรงงานผู้มักใหญ่ใฝ่สูงที่พยายามแทรกแซงงานควบคุมการผลิตของเขามาโดยตลอด
"หากไม่มีอะไรต้องใส่ใจ เหตุใดตัวเลขการเบิกจ่ายเหล็กกล้าเมื่อเดือนก่อนจึงมีความคลาดเคลื่อนถึงสิบหเปอร์เซ็นต์ล่ะคะ หัวหน้ากู้"
หว่านหนิงสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตเป็นประกายวาบด้วยความท้าทาย นางก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด กลิ่นกายจางๆ ของสมุนไพรจีนโบราณที่นางใช้บำรุงร่างกายผสมผสานกับกลิ่นอายเหล็กดิบ สร้างความรู้สึกแปลกประหลาดในอกของกู้เหยียนจวิน มือหนาที่ถือสมุดบัญชีชะงักกึก สันกรามของอดีตขุนพลขยับนูนขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนฉุนเฉียว
ไม่มีใครกล้าทักท้วงตัวเลขของเขาตรงๆ มานานเท่าไหร่แล้ว?
ในสายตาของคนอื่น เขาก็เป็นเพียงอดีตขุนพลตกอับที่ถูกส่งมาใช้แรงงานเพื่อดัด
สันดาน เป็นบุคคลชายขอบที่สังคมยุค 70 รังเกียจเดียดฉันท์ แต่สตรีตัวเล็กๆ คนนี้ กลับกล้าใช้ปลายนิ้วเรียวชี้ไปยังจุดบอดในสมุดบัญชีที่เขาจงใจซ่อนไว้เพื่อตบตาพวกสายตรวจจากอำเภอ
"คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่, สหายเซี่ย" กู้เหยียนจวินก้มตัวลงกระซิบชิดริมหูของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับกรอบหน้าขาวผ่อง กลิ่นอายดิบเถื่อนและอันตรายของบุรุษเพศแผ่ซ่านจนน่าขนลุก "การมาขุดคุ้ยเรื่องตัวเลขในโรงงานเหล็กแห่งนี้ ไม่ต่างจากการเอาชีวิตเข้าแลกบนลานประหารหรอกนะ... คุณไม่กลัวหรือไง?"
หว่านหนิงไม่ถอยหนี นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาของนางลึกล้ำดั่งเหวลึกที่พร้อมจะกลืนกินทุกความลับ "ความตายเป็นเรื่องไกลตัวเกินไปค่ะ หัวหน้ากู้... แต่การทนอยู่กับความอยุติธรรมต่างหาก คือสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า หากท่านไม่อยากให้เหล็กเหล่านี้ถูกลักลอบนำไปขายในตลาดมืดเพื่อแลกกับอำนาจจอมปลอมของใครบางคน ทางที่ดี... เราควรมาเจรจากันเสียใหม่นะคะ"
บรรยากาศในห้องเก็บของแคบๆ อบอวลไปด้วยความตึงเครียดที่พุ่งสูงจนแทบระเบิด เคมีระหว่างคนทั้งสองดึงดูดและห้ำหั่นกันในคราวเดียว ราวกับพยัคฆ์สองตัวที่ต้องมาอยู่ในถ้ำเดียวกัน
ทว่า ในวินาทีที่กู้เหยียนจวินกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงตะโกนโหววกเหวกของหลี่จิ่งเทียนที่ดังแทรกเข้ามาจากด้านนอก
"หัวหน้ากู้! สหายเซี่ย! พวกคุณอยู่ในนั้นกันสองคนทำอะไรกันอยู่! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!"
กู้เหยียนจวินขมวดมวลคิ้วเข้าหากันแน่น ดวงตาคมกริบเหลือบมองหน้าประตูสลับกับใบหน้าของหญิงสาวที่ยังคงสงบนิ่งราวกับคาดการณ์เหตุการณ์นี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว มือหนาคว้าข้อแขนเรียวของเซี่ยหว่านหนิงไว้โดยสัญชาตญาณเพื่อดึงหลบไปในมุมมืดหลังชั้นวางเหล็ก ขณะที่มืออีกข้างกำลังจะเอื้อมไปปลดกลอนประตูไม้เก่าๆ ที่กำลังถูกกระแทกจากด้านนอกอย่างบ้าคลั่ง...
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในห้วงมิติลับกับ "ส้มหวานมิติลับ" นะคะ
กุนซือวังหลวงในยุคอุตสาหกรรม•ตอนที่ 2
ร่องรอยในแววตาอดีตขุนพล
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือวังหลวงในยุคอุตสาหกรรม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!