กุนซือวังหลวงในยุคอุตสาหกรรม•ตอนที่ 13

สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
"ถ้าเส้นทางการค้านี้ยังถูกตีตราว่าเป็นเงาแห่งความผิดบาป ทางเลือกเดียวของตระกูลกู้ก็คือการถูกบดขยี้จนแหลกสลายคามือของหลี่จิ่งเทียน... แต่ถ้าข้าเปลี่ยน 'เงา' ให้กลายเป็น 'แสงสว่าง' ภายใต้กฎหมายอุตสาหกรรมยุคใหม่เล่า ท่านคิดว่ากระดานนี้ ใครจะเป็นผู้กุมชัยชนะคะ?" เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลราวกับเสียงพิณโบราณเอ่ยขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมภายในห้องทำงานลับใต้โรงงานเหล็ก เซี่ยหว่านหนิง ในชุดเสื้อเชิ้ตคอจีนสีเทาเข้มตัดเย็บอย่างประณีตเข้ารูปตามแบบฉบับหญิงสาวยุคเจ็ดสิบ แต่กลับแฝงไว้ด้วยท่าทีสง่างามราวกับพระชายาผู้กุมอำนาจสูงสุดในตำหนักใน นางกำลังใช้ปลายนิ้วเรียวยาวดั่งลำหญ้าคาหมุนถ้วยชาเคลือบเซรามิกสีหยกอย่างเชื่องช้า สายตาคมกริบดั่งพญาอินทรีตวัดมองแผ่นกระดาษแปลนเส้นทางขนส่งสินค้าที่กางอยู่เบื้องหน้า กู้เหยียนจวิน นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้เนื้อแข็ง ใบหน้าคมคายดั่งรูปสลักฉาบไว้ด้วยความเย็นชาและระแวดระวัง ทว่าดวงตาคมปลาบกลับไหววูบลงเล็กน้อยเมื่อมองสตรีตรงหน้า ยามที่นางขยับตัว กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรจีนที่นางมักใช้ต้มบำรุงร่างกายก็ลอยละล่องผสมผสานไปกับกลิ่นไอน้ำมันเครื่องและเหล็กกล้า ชายหนุ่มแค่นเสียงในลำคอเบาๆ แววตาดุร้ายดั่งพยัคฆ์ซ่อนเล็บฉายชัดความกังวลที่ถูกกลบเกลื่อนด้วยความเย่อหยิ่ง "เจ้ากำลังเล่นกับไฟ หว่านหนิง" กู้เหยียนจวินเอ่ยขึ้น เสียงของเขาต่ำทุ้มทรงพลังบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "หลี่จิ่งเทียนไม่ได้มีดีแค่เส้นสายในพรรค เขากุมอำนาจตรวจ บัญชีของกระทรวงอุตสาหกรรม การจะทำให้เส้นทางลำเลียงเหล็กกล้าเถื่อนและวัตถุดิบหลบ เลี่ยงภาษีเหล่านี้กลายเป็นเส้นทางถูกกฎหมายได้... เจ้าต้องใช้เอกสารอนุมัติระดับสูงจากส่วนกลาง และนั่นหมายถึงเจ้าต้องเดินเข้าไปหาขุนนางเก่าแก่ที่จ้องจะฮุบโรงงานของเราเป็นอาหารเช้า" หว่านหนิงแย้มยิ้ม มุมปากหยักโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา รอยยิ้มที่ทำให้กู้เหยียนจวินทั้งหลงใหลและหวาดระแวงในเวลาเดียวกัน นางวางถ้วยือลงกระทบโต๊ะเบาๆ เกิดเสียงก้องกังวานในความเงียบ "ขุนนางเฒ่าพวกนั้นมีความโลภเป็นจุดอ่อนค่ะ ท่านพี่..." นางจงใจใช้สรรพนามที่สนิทสนมเพื่อทดสอบปฏิกิริยาของเขา "ความโลภนั้นเปรียบเสมือนตะปูที่ตอกฝาโลง ยิ่งพวกเขาอยากได้ผลประโยชน์จากอุตสาหกรรมเหล็กมากเท่าไหร่ ข้าก็ยิ่งมีช่องทางร้อยรัดพวกเขาให้กลายเป็น 'ผู้ร่วมทุน' ทางนิตินัยได้ง่ายขึ้นเท่านั้น" นางลุกขึ้นยืน ชายเสื้อคลุมตัวยาวพลิ้วไหวตามจังหวะการก้าวเดิน ท่าทางของนางสง่างามและเปี่ยมด้วยอำนาจ ราวกับอดีตราชครูผู้กำชะตาแผ่นดินกำลังตรวจตราสนามรบ นางเดินเข้าไปใกล้กู้เหยียนจวิน มือเรียวเอื้อมออกไปแตะบนปกเสื้อแจ็คเก็ตสีเขียวขี้ม้าของเขาอย่างถือวิสาสะ จัดมันให้เข้ารูปด้วยความใส่ใจที่แฝงไว้ด้วยการควบคุม กู้เหยียนจวินนิ่งง้าง ร่างกายกำยำเกร็งแน่นโดยอัตโนมัติ กลิ่นกายหอมกรุ่นของนางระคนกับความเย็นชาเด็ดเดี่ยวทำให้หัวใจของอดีตขุนพลผู้เคยผ่านสนามรบมาโชกโชนเต้นรำอย่างบ้าคลั่ง เขาเกลียดความอ่อนแอ และเกลียดการพึ่งพิงผู้อื่น แต่กับเซี่ยหว่านหนิง... เขากลับยอมให้หญิงสาวผู้นี้เข้ามามีอิทธิพลเหนือลมหายใจของตนทีละน้อยอย่างไม่น่าเชื่อ "เจ้ากล้าดีอย่างไรมาแตะต้องตัวข้า..." เขาขู่ลอดไรฟัน มือหนาเอื้อมขึ้นควաբข้อมือนุ่มของนางไว้แน่น ราวกับคีมเหล็กที่พร้อมจะบดขยี้ ทว่าแรงบีบนั้นกลับเบาราวกับกลัวว่าผิวเนื้อนุ่มนวลจะช้ำ "เพราะข้าคือภรรยาของท่าน และเป็นคนเดียวที่จะพาตระกูลกู้นั่งบัลลังก์แห่งอำนาจสูงสุดในยุคอุตสาหกรรมนี้อย่างไรล่ะคะ" หว่านหนิงไม่สะทกสะท้าน นางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาดุร้ายคู่นั้นด้วยแววตานิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงความท้าทายที่ร้อนแรงยิ่งกว่าเปลวไฟ ในขณะที่บรรยากาศภายในห้องกำลังระอุด้วยแรงปะทะทางอารมณ์และเคมีอันลึกล้ำระหว่างทั้งสอง ทันใดนั้น... เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งเป็นจังหวะกระชั้นชิด ทำลายความเงียบงันลงอย่างไม่ไยดี *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* กู้เหยียนจวินปล่อยข้อมือของนางอย่างรวดเร็ว สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาดุร้ายดังเดิม เขากวาดตามองแปลนกระดาษก่อนจะเอ่ยอนุญาตด้วยน้ำเสียงก้องกังวาน "เข้ามา!" ประตูไม้สักเก่าแก่ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง เผยให้เห็นร่างของเด็กหนุ่มผู้ช่วยคนสนิทที่มีใบหน้าซีดเผือด เนื้อตัวเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อและละอองฝนยามค่ำคืน เขาหอบหายใจอย่างรุนแรงจนแทบไม่มีเสียงจะเปล่งออกมา "ทะ... ท่านหัวหน้า! คุณเซี่ย!" เด็กหนุ่มละล่ำละลักรายงานด้วยความตื่นตระหนก "แย่แล้วครับ! หลี่จิ่งเทียนนำกำลังเจ้าหน้าที่จากกองตรวจสอบพิเศษ พร้อมหมายค้นฉุกเฉินจากส่วนกลาง บุกเข้ามาถึงหน้าประตูโรงงานแล้วครับ! พวกเขาอ้างว่าได้รับเบาะแสลับว่าเรากำลังลักลอบขนส่งสินค้าผิดกฎหมายล็อตใหญ่!" คำรายงานนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางห้องทำงาน หว่านหนิงหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง นางไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อย เพราะนี่คือเกมที่นางคาดการณ์ไว้แล้ว ทว่า... ก่อนที่นางจะได้ขยับตัววางหมากตอกกลับ กู้เหยียนจวินกลับแค่นเสียงหัวเราะต่ำในลำคอ แววตาดุร้ายฉายประกายอำมหิตจนน่ากลัว เขาเอื้อมมือไปหยิบปืนพกสีดำสนิทที่ซ่อนไว้ใต้ลิ้นชักออกมาตรวจสอบกระสุนอย่างใจเย็น "ดูเหมือนว่า สุนัขรับใช้ตัวนั้นจะร้อนรนอยากตายเร็วกว่ากำหนดสินะ..." กู้เหยียนจวินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาร่างกำยำทาบทับปกคลุมร่างระหงของภรรยา "หว่านหนิง อยู่ที่นี่... ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าจัดการสุนัขบ้าพวกนี้เอง" หว่านหนิงกลับส่ายศีรษะช้าๆ นางเอื้อมมือไปควายชายเสื้อของเขาไว้แน่น ดวงตาสองคู่ประสานกันในห้วงเวลาที่ความเป็นความตายแขวนอยู่บนเส้นด้าย "ช้าก่อนค่ะท่านพี่..." เสียงหวานเอ่ยกระซิบแผ่วเบา ทว่าเฉียบคมดั่งใบมีดที่เคลือบด้วยยาพิษ "ท่านอย่าเพิ่งใช้กำลัง... เพราะเกมนี้ ข้าเตรียม 'หลุมพราง' ต้อนรับพวกมันไว้ต้อนรับแขกผู้สูงศักดิ์ชุดนี้เรียบร้อยแล้วค่ะ" นางแย้มยิ้ม ท่ามกลางเสียงฝีเท้าหนักหน่วงของกองกำลังเจ้าหน้าที่ที่กำลังบุกเข้ามาใกล้ห้องทำงานทีละก้าว...ทีละก้าว... *(โปรดติดตามตอนต่อไป)* --- ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและกลยุทธ์อันล้ำลึกไปกับ "ส้มหวานมิติลับ" นะคะ
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือวังหลวงในยุคอุตสาหกรรม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%