กุนซือวังหลวงในยุคอุตสาหกรรม•ตอนที่ 12

หมากกระดานแรกเริ่มขยับ

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
"เอกสารสัมปทานเหมืองแร่เหล็กตระกูลหลี่... หาใช่กระดาษชำระที่ท่านจะใช้เช็ดคราบเปื้อนบนโต๊ะอาหารไม่นะเพคะ ผู้จัดการหลี่" น้ำเสียงหวานใสดุจหยกกระทบกัน ทว่าเย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ฤดู ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัดของห้องทำงานส่วนตัว เซี่ยหว่านหนิงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้เนื้อแข็ง อาภรณ์ผ้าฝ้ายสีครามเข้มตัดเย็บอย่างประณีตเข้ารูป แม้จะเป็นยุคสมัยแห่งความขาดแคลนในทศวรรษที่เจ็ดสิบ แต่ท่าทีและการวางมือของนางกลับสง่างามราวกับพระชายาเอกกำลังนั่งว่าราชการหลังม่านมุกในตำหนักใน หลี่จิ่งเทียนสะดุ้งเล็กน้อย ใบหน้าที่มีริ้วรอยแห่งความทะเยอทะยานกระตุกเกร็ง เขาไม่คาดคิดเลยว่าสตรีผู้เป็นเพียงภรรยาของคนงานระดับล่างในโรงงานเหล็ก จะกล้าบุกเข้ามาถึงห้องทำงานลับ และล่วงรู้ถึงเอกสารสิทธิ์การครอบครองเหมืองแร่ลับที่เขาซุกซ่อนไว้ใต้กองแฟ้มบัญชี "คุณเซี่ย... ท่านกำลังพูดเรื่องเหลวไหลอะไรกัน นี่คือเขตหวงห้ามของโรงงาน คุณไม่มีสิทธิ์..." "สิทธิ์หรือ?" หว่านหนิงหัวسเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มของนางงดงามดั่งบุปผาพิษที่ผลิบานท่ามกลางหิมะ นางค่อยๆ ใช้นิ้วเรียวยาวดั่งลำเทียนพลิกหน้ากระดาษเอกสารภาษาอังกฤษปนรัสเซียที่วางอยู่ตรงหน้าอย่างไม่รีบร้อน "เหมืองแร่รกร้างทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ แม้ทางรัฐจะประกาศว่าเป็นเขตอุตสาหกรรมเก่าที่หมดอายุขัย แต่แร่เหล็กคุณภาพสูงที่ยังหลงเหลืออยู่ในชั้นหินดินดานลึกสามร้อยเมตร หาได้ไร้ค่าไม่ ท่านหลี่... ท่านกำลังแอบลักลอบขุดAแร่ส่งขายให้พ่อค้าคนกลางทางตอนใต้ เพื่อแลกกับตั๋วแลกเงินทองคำขาวใช่หรือไม่?" คำพูดของนางเฉียบคมดุจใบมีดโกนที่กรีดลงบนเส้นประสาท หลี่จิ่งเทียนหน้าซีดเผือก เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม เขาถอยหลังไปก้าวหนึ่งจนสะดุดเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน แววตาที่เคยมองคนอื่นด้วยความดูแคลนบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวอย่างสุดซึ้ง สตรีผู้นี้เป็นใครกันแน่? เหตุใดนางจึงมองทะลุปรุโปร่งถึงกลเกมอำนาจและผลประโยชน์นับหมื่นหยวนที่เขาเพียรพรางตามาหลายแรมเดือน "คุณต้องการอะไร... หว่านหนิง" หลี่จิ่งเทียนเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวความน่าเกรงขามครั้งเก่าก่อนกลับคืนมา "ข้ามิได้ต้องการทำลายท่าน" หว่านหนิงป้องมือเรียวเข้าหากัน ชายเสื้อคลุมขยับไหวราวปีกผีเสื้อ "ข้าเพียงต้องการ 'วัตถุดิบ' เส้นทางขนส่ง และตราประทับอนุมัติอย่างเป็นทางการจากฝ่ายบริหาร เพื่อเปิดสายการผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักรกลการเกษตรล็อตใหม่... และเหมืองแร่รกร้างของท่าน คือคำตอบเดียวที่จะทำให้ตระกูลกู้ก้าวขึ้นเป็นใหญ่เหนือสหกรณ์อุตสาหกรรมทั้งหมดได้ในฤดูใบไม้ผลินี้" ในขณะเดียวกัน ที่ลานหลอมโลหะร้อนระอุ กู้เหยียนจวินยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าเตาหลอมเหล็กขนาดมหึมา กล้ามเนื้อภายใต้เสื้อเชื้อสีเทาเข้มชุ่มโชกไปด้วยหยาดเหงื่อ แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีย์จับจ้องประกายไฟสีส้มแดงที่กำลังพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ายามบ่าย รัศมีรอบกายของเขากดดันจนคนงานคนอื่นไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง อดีตขุนพลผู้เคยนำทัพนับหมื่น ร่างกายนี้แม้จะถูกพันธนาการไว้ด้วยเครื่องจักรและเฟืองเหล็กของยุคสมัยใหม่ แต่สัญชาตญาณนักล่าและการปกป้อง "สตรีในดวงใจ" หาได้ลดน้อยลงไม่ เขารู้ดีว่ายามนี้ภรรยาตัวน้อยของเขาก กำลังเผชิญหน้ากับสุนัขป่าเจ้าเล่ห์อย่างหลี่จิ่งเทียน มือหนาหยาบกร้านกำด้ามประแจเหล็กในมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความเป็นห่วงที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเยือกเย็นแผ่ซ่านออกมารอบตัว หากหลี่จิ่งเทียนกล้าทำให้อภิมหากุนซือของเขาระคายเคืองแม้แต่ปลายเส้นผม เหล็กกล้าเหล่านี้ก็คงไม่จำเป็นต้องนำไปสร้างเครื่องจักรอีกต่อไป... มันสามารถนำมาหลอมเป็นโซ่ตรวนเพื่อจองจำคนผู้บัง1ชาให้จมดิ่งสู่ก้นบึงอเวจีได้เช่นกัน ตัดกลับมาที่ห้องทำงานส่วนตัว ความกดอากาศระหว่างคนทั้งสองแทบจะทำให้หายใจไม่ออก หลี่จิ่งเทียนจ้องมองสตรีตรงหน้าเนิ่นนาน ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาด้วยความระคนทึ่ง "ท่านช่าง... ร้ายกาจยิ่งนัก เซี่ยหว่านหนิง การร่วมมือกับท่านก็ไม่ต่างอะไรกับการชักศึกเข้าบ้าน แต่วัตถุดิบในเหมืองนั้นถูกควบคุมโดยกองกำลังความมั่นคง... ท่านมีปัญญาเคลื่อนย้ายมันโดยไม่ให้ทางการล่วงรู้ได้อย่างไร?" หว่านหนิงแย้มยิ้มบางเบา นางเอื้อมมือไปหยิบถ้วยชาเซรามิกเคลือบหยกที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาจรดริมฝีปาก กลิ่นหอมกรุ่นของชาดอกเหมยลอยคละคลุ้งตัดกับกลิ่นอับชื้นของกระดาษเอกสาร นางไม่ได้รีบร้อนตอบคำถามทันที แต่ทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ที่ซึ่งกู้เหยียนจวินกำลังยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ท่ามกลางควันไฟโรงงาน นางวางถ้วยชาลงบนจานรอง เสียงกระทบกันเบาๆ ดังสะท้อนในความเงียบ ก่อนที่ริมฝีปากอิบอิ่มจะขยับเอื้อนเอ่ยถ้อยคำอันสั่นคลอนหัวใจผู้ฟัง "ทางการหรือ?... ข้ามีสามีผู้ควบคุมกองกำลังอุตสาหกรรมเหล็กทั้งภูมิภาคอยู่ทั้งคน ท่านคิดว่า... ตราประทับลับของกองอำนวยการพิเศษ จะยากเย็นเกินกว่าที่ข้าจะเอื้อมมือไปคว้ามาครอบครองเชียวหรือเพคะ" หว่านหนิงเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคู่คมกวาดมองเอกสารสิทธิ์ในมือของหลี่จิ่งเทียนอีกครั้งด้วยแววตาราวกับผู้กุมชะตากรรมของสรรพสิ่ง "และตอนนี้..." นางกวาดสายตากลับมาสบตาคู่สนทนาตรงๆ รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นที่มุมปาก "หมากกระดานแรก... ได้เวลาเดินตาเดินพันครั้งประวัติศาสตร์แล้ว" ทว่า ในวินาทีที่ปลายนิ้วเรียวของเซี่ยหว่านหนิงกำลังจะจรดลงบนลายเซ็นอนุมัติบนสัญญาพันธมิตรเลือด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเร่งรีบ—ก๊อก ก๊อก ก๊อก—ตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงของทหารยามหน้าประตูที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา พร้อมกับซองเอกสารลับตราครั่งสีแดงสดจากส่วนกลางที่ระบุข้อความด้วยลายมือหวัดๆ ว่า... *[ด่วนที่สุด: คำสั่งลับจากเมืองหลวง... ตระกูลเซี่ยถูกรื้อฟื้นคดีกบฏ และเป้าหมายแรกในการกวาดล้างคือ "ภรรยาของกู้เหยียนจวิน"]* ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและกลยุทธ์อันล้ำลึกไปกับ "ส้มหวานมิติลับ" นะคะ
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือวังหลวงในยุคอุตสาหกรรม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%