กุนซือวังหลวงในยุคอุตสาหกรรม•ตอนที่ 14

รอยร้าวในความเย็นชา

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
กลิ่นไอน้ำมันเครื่องและคราบเขม่าสีดำที่เกรอะกรังอยู่บนผนังปูนเปลือยของโรงงานเหล็กกล้าเขตสาม หาได้ระคายเคืองต่อสายตาคมกริบของเซี่ยหว่านหนิงไม่ แม้ร่างระหงในชุดเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีครามซีดจางจะยืนอยู่ท่ามกลางดงเหล็กและเสียงเครื่องจักรคำรามกึกก้อง ทว่าท่าทีของนางกลับสงบนิ่งดั่งผืนน้ำในบึงลึก ทว่ารอบกายกลับคุกกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายแห่งสงครามประสาทที่หลี่จิ่งเทียนจงใจสร้างขึ้น ซองกระดาษสีน้ำตาลที่บรรจุแบบแปลนเครื่องจักรกลหนักรุ่นใหม่ถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานไม้สนเก่าๆ เสียงกระแทกกระทั้นนั้นดังสะท้อนก้องในโสตประสาทของพนักงานทุกคนที่ยืนล้อมวงอยู่ หลี่จิ่งเทียนแย้มยิ้มเยาะ มุมปากหยักลึกด้วยความสะใจ "สหายเซี่ย... หรือข้าควรเรียกว่าอดีตกุนซือผู้ปราดเปรื่องดีเล่า?" หลี่จิ่งเทียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความเหยียดหยาม ดวงตาเรียวรีมองสำรวจสตรีตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า "เอกสารลับทางราชการชิ้นนี้ หายไปจากแฟ้มเก็บรักษาของฉัน และบังเอิญเหลือเกิน... มีคนพบมันตกอยู่ใต้โต๊ะทำงานในห้องพักของคุณ เธоจะอธิบายเรื่องนี้ว่าอย่างไร หรือจะบอกว่ามันบินเข้าไปเอง?" เสียงซุบซิบของคนงานรอบข้างดังขึ้นราวกับฝูงผึ้งแตกรัง สายตานับสิบคู่มองมาที่หว่านหนิงด้วยความเคลือบแคลง สตรีผู้มาจากตระกูลตกยากผู้นี้มักแสดงความฉลาดล้ำเกินหน้าเกินตาจนสร้างความหมั่นไส้ให้ใครหลายคน การถูกกล่าวหาว่าขโมยแบบแปลนเพื่อนำไปขายให้ฝ่ายตรงข้าม จึงเป็นข้อหาที่หนักหนาถึงขั้นส่งตัวเข้าค่ายใช้แรงงานหรือแม้แต่โทษประหารในยุคสมัยนี้ หว่านหนิงไม่แม้แต่จะชายตามองซองกระดาษบนโต๊ะ นางเพียงยกปลายนิ้วเรียวขึ้นจัดข้อมือเสื้ออย่างใจเย็น ท่วงท่าการเคลื่อนไหวนั้นงดงามชดช้อยราวกับคุณหนูในห้องหอผู้สูงศักดิ์ กำลังเลือกกรับไม้ไผ่ในงานเลี้ยงน้ำชา แม้บริบทโดยรอบจะเป็นโรงงานอุตสาหกรรมยุคเจ็ดสิบอันดิบกระด้างแต่นางกลับสร้างบรรยากาศรอบตัวให้กลายเป็นท้องพระโรงอันโอ่อ่าที่นางกำลังพิพากษาคดีด้วยความเยือกเย็น "ผู้จัดการหลี่ช่างมีความพยายามเป็นเลิศนัก" หว่านหนิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไพเราะน่าฟัง แต่วาจาราวกับคมมีดที่ซ่อนไว้ในแพรไหม "ท่านใช้เวลากี่คืนกันในการคิดค้นแผนการตื้นเขินเช่นนี้? แบบแปลนชิ้นนี้ลงนามและประทับตราโดยกองอุตสาหกรรมมณฑล หากมันสูญหายจริง เหตุใดท่านจึงรีบร้อนสรุปว่าข้าเป็นผู้ขโมย ทั้งที่กุญแจดอกสำรองของห้องเก็บเอกสาร... อยู่ในลิ้นชักล็อคสองชั้นของท่านเองมิใช่หรือ?" ใบหน้าของหลี่จิ่งเทียนกระตุกวูบ รอยยิ้มเยาะแข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาฉายแววตื่นตระหนกวาบหนึ่งก่อนจะถูกกลบเกลื่อนด้วยความโกรธเกรี้ยว "สามหาว! เธอกล้ากล่าวหาฉันผู้เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารหรือ! หลักฐานคาตาเช่นนี้ ยังมีหน้ามาบ่ายเบี่ยงอีกรึ!" "หลักฐานหรือเพคะ?" หว่านหนิงปรายตามองซองเอกสารด้วยแววตาดดูแคลน "รอยหมึกบนซองนั้นยังไม่แห้งสนิทดี น้ำหมึกสีครามเข้มยี่ห้อนี้เป็นชนิดนำเข้าจากเมืองหลวง ซึ่งมีเพียงห้องทำงานของผู้บริหารระดับสูงเท่านั้นที่เบิกใช้ได้... หากข้าเป็นคนขโมยจริง ไฉนเลยจึงโง่เขลาเอาเอกสารไปซ่อนไว้ในจุดที่ใครก็มองเห็น และทิ้งร่องรอยของตนเองไว้ชัดเจนปานนี้? หรือท่านผู้จัดการหลี่คิดว่า คนทั้งโรงงานนี้ล้วนไร้สติปัญญาจนมองไม่ออกว่านี่คือฉากละครฉากหนึ่งที่ท่านกำกับเอง เล่นเอง และน่าอนาถยิ่งนักที่ไม่มีใครคล้อยตาม" คำพูดของนางเฉียบคมบาดลึกจนคนงานหลายคนเริ่มพยักหน้าเห็นด้วย เสียงซุบซิบเปลี่ยนทิศทางทันที หลี่จิ่งเทียนหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความอัปยศอดสู เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เขาตบโต๊ะเสียงดังสนั่น "นังสารเลว! ปากกล้านักนะ! วันนี้ถ้าฉันไม่สั่งสอนให้แกหลาบจำ อย่ามาเรียกฉันว่าหลี่จิ่งเทียน!" ว่าแล้วหลี่จิ่งเทียนก็เงื้อมือหมายจะตบลงบนใบพักตร์นวลเนียนของหญิงสาว ท่ามกลางความตกใจของทุกคนที่ไม่มีใครกล้าเข้าไปขวางอำนาจของผู้จัดการใหญ่ *เคร้ง!* เสียงโลหะหนักหน่วงกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ ร่างสูงใหญ่ดั่งภูผาของกู้เหยียนจวินก้าวเข้ามาประชิดตัวตั้งแต่เมื่อใดไม่มีใครล่วงรู้ ประแจเหล็กขนาดใหญ่ในมือของเขาถูกเหวี่ยงมากระแทกเข้ากับเสาเหล็กข้างตัวหลี่จิ่งเทียนห่างจากใบหน้าอีกฝ่ายเพียงไม่ถึงมิลลิเมตร แรงลมจากการเหวี่ยงทำให้เส้นผมของหลี่จิ่งเทียนปลิวไสว ใบหน้าของผู้จัดการใหญ่ซีดเผือดไร้สีเลือด เข่าแทบทรุดลงไปกองกับพื้นเมื่อสบเข้ากับดวงตาของกู้เหยียนจวิน ดวงตาคู่นั้น... เต็มไปด้วยจิตสังหารอันดุร้ายเยือกเย็น ราวกับพยัคฆ์ร้ายที่กำลังจ้องมองเหยื่อผู้โง่เขลาที่บังอาจย่างกรายเข้ามาในอาณาเขตของมัน ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากร่างของชายหนุ่มจนคนรอบข้างแทบไม่กล้าหายใจ "ใครอนุญาตให้แกแตะต้องภรรยาฉัน" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาทีละคำอย่างเชื่องช้า แต่มันกลับทรงพลังอำนาจจนทำให้โรงงานทั้งหลังตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า กู้เหยียนจวินก้าวเข้าไปหาหลี่จิ่งเทียนทีละก้าว ร่างสูงใหญ่ในชุดทำงานเปื้อนเขม่าเหล็กดูน่าเกรงขามดั่งแม่ทัพสนามรบผู้กำชัยชนะ มือหนาเอื้อมไปหยิบซองเอกสารบนโต๊ะขึ้นมา ก่อนจะขยำมันจนยับยู่ยี่ด้วยมือเดียวแล้วโยนทิ้งลงถังขยะอย่างไม่ใยดี หลี่จิ่งเทียนตัวสั่นเทา ริมฝีปากสั่นระริกจนพูดไม่ออก แม้เขาจะมีอำนาจทางการเมืองหนุนหลัง แต่ยามที่ต้องเผชิญหน้ากับกู้เหยียนจวินในโหมดนี้ เขารู้สึกได้ทันทีว่าความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม "สะ... สหายกู้... นี่มันเรื่องเข้าใจผิด..." หลี่จิ่งเทียนพยายามเค้นเสียงออกมา "เข้าใจผิดงั้นรึ?" กู้เหยียนจวินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบเสียจนกระดูกสันหลังวาบหวิว เขาเอื้อมมือโอบเอวบางของเซี่ยหว่านหนิงเข้าหาตัวอย่างแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน สายตาดุดันกราดมองไปรอบห้อง "ภรรยาฉัน ฉันเป็นคนอบรมสั่งสอนเอง นางฉลาดพอที่จะไม่ทำเรื่องโง่เขลาเช่นนี้ แต่ถ้าผู้ใด... กล้าใส่ร้ายป้ายสีนางอีกแม้แต่ครึ่งคำ..." เขาวางมือข้างที่เหลือลงบนประแจเหล็กอีกครั้ง บีบมันจนเกิดเสียงดังเอี๊ยด "...ฉันจะทำให้คนผู้นั้นไม่มีแม้แต่แผ่นดินจะกลบหน้า" บรรยากาศในโรงงานตึงเครียดถึงขีดสุด หว่านหนิงเงยหน้าขึ้นมองสามีผู้เยือกเย็น นางสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างแกร่งที่กำลังปกป้องนางจากภัยอันตราย ทว่าในขณะที่สถานการณ์กำลังคลี่คลายลงด้วยความเด็ดขาดของกู้เหยียนจวินนั้น เสียงปรบมือเบาๆ ชวนขนลุกก็ดังขึ้นมาจากประตูทางเข้าโรงงาน *แปะ... แปะ... แปะ...* ร่างระหงของสตรีผู้หนึ่งก้าวเท้าเข้ามาท่ามกลางความเงียบ นางสวมชุดโค้ทผ้าสักหลาดสีแดงเข้มตามแบบฉบับสตรีผู้ดีมีตระกูลจากเมืองหลวง ใบหน้าสะสวยแต่งแต้มอย่างประณีต แต่รอยยิ้มที่มุมปากช่างอาบยาพิษ ดวงตาคู่คมกวาดมองกู้เหยียนจวินและหว่านหนิงด้วยความสนุกสนาน "เก่งกาจสมคำร่ำลือจริงๆ ท่านอ๋องผู้ถูกเนรเทศ... ไม่สิ สหายกู้เหยียนจวิน" สตรีผู้นั้นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวานใส "ไม่นึกเลยว่าท่านจะซ่อนตัวอยู่ในโรงงานกันดารเช่นนี้... แต่เกรงว่า... ความสงบสุขของพวกท่าน คงจะหมดลงเพียงเท่านี้แล้วกระมัง เพราะสิ่งที่ท่านถือครองอยู่นั้น... คือกุญแจดอกสำคัญที่คนเบื้องบนกำลังตามล่า" สตรีปริศนาหยิบม้วนกระดาษสีทองประทับตราลัญจกรลับขึ้นมาสะบัดเบาๆ ในมือ ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและกลยุทธ์อันล้ำลึกไปกับ "ส้มหวานมิติลับ" นะคะ
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือวังหลวงในยุคอุตสาหกรรม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%