กุนซือวังหลวงในยุคอุตสาหกรรม•ตอนที่ 15

บททดสอบความไว้ใจ

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
“หากข้าพเจ้ายอมลงนามในบัญชีลับฉบับนี้ ครอบครัวตระกูลกู้ในมณฑลเหนือย่อมพ้นจากโทษทัณฑ์ฐานสมคบคิดกับฝ่ายปฏิวัติ... แต่กระดาษแผ่นเดียวนี้ จะต้องแลกมาด้วยหยาดเลือดของคนงานไร้เดือดร้อนอีกกี่ชีวิตกันเล่าเจ้าค่ะ ผู้จัดการหลี่” เซี่ยหว่านหนิงวางปากกาหมึกซึมลงบนโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำคร่า เสียงกระทบเบาหวิวดั่งเสียงก้อนน้ำแข็งกระทบผิวแก้วในคืนฤดูหนาว แต่มันกลับก้องกังวานบาดลึกในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายควันบุหรี่และกระดาษไขราคาถูก ยามนี้แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันก๊าดสาดส่องลงบนใบหน้างดงามที่เรียบเฉยราวน้ำค้างแข็ง นางสวมเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีครามเข้มปักลายเมฆมงคลแบบโบราณที่ชายแขนเสื้อ—เป็นร่องรอยอันเลือนรางของฐานะราชครูหญิงในอดีตภพชาติก่อน ทว่าบัดนี้ นางกลับต้องมานั่งเผชิญหน้ากับความเน่าเฟะของระบบราชการในยุคสาธารณรัฐสังคมนิยมช่วงทศวรรษที่เจ็ดสิบ ที่เต็มไปด้วยการหักหลังและเล่ห์กลการเมืองไม่แพ้ท้องพระโรงวังหลวงในราชวงศ์ต้าเฉิงแม้แต่น้อย หลี่จิ่งเทียน หัวเราะในลำคอ ดวงตาเรียวเล็กหรี่ลงมองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งชื่นชมในความเด็ดเดี่ยวและหมั่นไส้ในความดื้อรั้น เขาเคาะนิ้วลงกับโต๊ะเป็นจังหวะเชื่องช้า สื่อถึงอำนาจต่อรองที่เหนือกว่า “คุณเซี่ย... ท่านช่างใจบุญสุนทานเสียจริงนะเจ้าคะ... อภัยด้วย ข้าพเจ้าหมายถึงคุณผู้หญิงกู้” หลี่จิ่งเทียนจงใจเปลี่ยนสรรพนามเพื่อเยาะเย้ยฐานะอันตกต่ำในปัจจุบันของนาง “ท่านก็รู้ดีว่าสามีของท่าน—กู้เหยียนจวิน ผู้นั้น ตอนนี้กำลังถูกกักบริเวณอยู่ที่โรงงานเหล็กกล้าหมายเลขสาม ข้อหา ‘ขัดขวางนโยบายอุตสาหกรรมก้าวหน้า’ มีเพียงลายเซ็นของท่านในบัญชีระบายสินค้าลักลอบนำเข้านี้เท่านั้น ที่จะดึงคอเขาออกจากแท่นประหารทางความคิดได้” “ท่านกำลังบีบให้ข้าพเจ้าเลือก” หว่านหนิงเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย นัยน์ตาดำขลับคู่นั้นล้ำลึกดั่งห้วงสมุทรไร้ก้นบึ้ง ไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงประกายแห่งความเฉียบคมที่ทำให้อดีตนายทหารอย่างหลี่จิ่งเทียนถึงกับเผลอชะงัก “เลือกระหว่างความอยู่รอดของสามี... กับความถูกต้องทางศีลธรรมที่ข้าพเจ้าเคยอบรมสั่งสอนผู้คนมาตลอดชีวิต” ภายในห้องทำงานคับแคบ บรรยากาศกดดันจนแทบหายใจไม่ออก เสียงเครื่องจักรกลหนักคำรามก้องมาจากนอกหน้าต่าง ราวกับเสียงคำรามของอสูรกายเหล็กที่พร้อมจะบดขยี้ทุกชีวิตที่ขวางทาง หว่านหนิงหลุบตาลงมองกระดาษแผ่นบางเบื้องหน้า ในใจหวนระลึกถึงภาพของกู้เหยียนจวิน—บุรุษผู้เย็นชาดุจน้ำแข็งแต่กลับมอบความรักมั่นคงดั่งหินผาให้แก่นางเพียงผู้เดียว ท่ามกลางยุคสมัยที่ผู้คนพร้อมจะขายวิญญาณเพื่อความอยู่รอด เขากลับยืนหยัดรักษาศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เอาไว้จนต้องตกเป็นเหยื่อของการกลั่นแกล้งทางการเมือง หากนางเลือกเซ็นชื่อเพื่อช่วยเขา นางก็จะกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในการยักยอกเสบียงและทรัพยากรของรัฐ ซึ่งจะนำไปสู่ความอดอยากและการล่มจมของคนงานนับร้อยชีวิตที่ฝากอนาคตไว้กับตระกูลกู้ แต่หากนางปฏิเสธ... ศีลธรรมอันงดงามจะยังคงอยู่ ทว่าศีรษะของสามีอาจต้องหลุดจากบ่าก่อนที่ตะวันรุ่งจะมาเยือน *นี่คือเกมการเมืองที่สกปรกที่สุด...* นางคิดในใจอย่างขมขื่น *พวกเขาไม่ได้ต้องการแค่ทำลายตระกูลกู้ แต่ต้องการทำลายจิตวิญญาณของเซี่ยหว่านหนิงผู้นี้ด้วย* ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ภาพเหตุการณ์ในอดีตชาติซ้อนทับเข้ามา ท้องพระโรงอันโอ่อ่า ขุนนางกังฉินที่ก้มหัวให้แก่ อำนาจ และถ้วยยาพิษที่ถูกส่งมาเพื่อแลกกับการรักษาความลับของแผ่นดิน ทุกอย่างล้วนดำเนินไปตามสูตรเดิม ผู้มีอำนาจใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือฆ่าคนโดยไม่ต้องเปื้อนเลือด แต่เซี่ยหว่านหนิงคนนี้ มิใช่เซี่ยหว่านหนิงผู้ยอมจำนนต่อโชคชะตาอีกต่อไปแล้ว ริมฝีปากบางเฉียบแย้มยิ้มออกมาเป็นรอยยิ้มเยียบเย็น ที่ทำให้หลี่จิ่งเทียนถึงกับรู้สึกสันหลังวาบ รอยยิ้มนั้นงดงามราวดอกเหมยกลางเหมันต์ทว่ากลับซ่อนคมดาบอันปลิดชีพ “ผู้จัดการหลี่ ท่านมั่นใจนักหรือว่า... ข้าพเจ้าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากก้มหัวให้ท่าน?” น้ำเสียงของนางราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนอีกฝ่ายต้องหุบยิ้มทันที “ท่านหมายความว่าอย่างไร?” หลี่จิ่งเทียนถามเสียงเข้ม เริ่มรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล “ข้าพเจ้าเป็นเพียงภรรยาชาวบ้านธรรมดาในสายตาพวกท่าน... แต่ท่านคงลืมไปกระมังว่า สมุดบัญชีเล่มที่ท่านถืออยู่นั้น ไม่ได้มีเพียงลายมือของข้าพเจ้าคนเดียว” หว่านหนิงค่อยๆ เลื่อนมือไปหยิบถ้วยชาเคลือบกระเบื้องสีขาวขึ้นมาจิบช้าๆ กิริยาท่วงท่าสง่างามราวนายหญิงผู้สูงศักดิ์ในวังหลวง “หากข้าพเจ้าเซ็น... ท่านรอด แต่นายใหญ่วัดหลี่เบื้องบนของท่าน จะรอดด้วยหรือไม่... ลองตรึกตรองดูให้ดีเถิดเจ้าค่ะ” สิ้นคำพูดนั้น สีหน้าของหลี่จิ่งเทียนก็เปลี่ยนจากสีแดงก่ำด้วยความโกรธกลายเป็นซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งเลือดฝาดหลงเหลืออยู่ ทว่า ก่อนที่ใครจะได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดเพิ่มเติม เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเร่งรีบก็ดังขึ้นที่หน้าประตูกระจกฝ้าด้านนอก ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูสามครั้งที่บ่งบอกถึงความฉุกเฉินระดับสูงสุด *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* ประตูกระจกถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่รอการอนุญาต ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อโค้ทกันหนาวสีดำสนิทของกู้เหยียนจวินก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายความเย็นเยือกและกลิ่นอายควันปืนจางๆ ลอยคละคลุ้งมากับตัวเขา ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองสถานการณ์ภายในห้องเพียงปราดเดียว ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ภรรยาผู้เป็นที่รัก ในมือหนาของกู้เหยียนจวิน ไม่ได้ถือเอกสารธรรมดา... หากแต่เป็นโทรเลขด่วนพิเศษประทับตราแดงฉานจากส่วนกลาง “หว่านหนิง... ไม่ต้องเซ็นสิ่งใดทั้งสิ้น” น้ำเสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันทั้งหมดลงในทันที “คำสั่งย้ายจากท่านเลขาธิการใหญ่มาถึงแล้ว... และคนที่ต้องถูกสอบสวนในข้อหากบฏตัวจริง หาใช่ตระกูลกู้ไม่” หลี่จิ่งเทียนทรุดฮวบลงนั่งกับเก้าอี้ ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อเห็นตราประทับบนโทรเลขในมือของอดีตขุนพลหนุ่ม ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและกลยุทธ์อันล้ำลึกไปกับ "ส้มหวานมิติลับ" นะคะ
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือวังหลวงในยุคอุตสาหกรรม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%