กุนซือวังหลวงในยุคอุตสาหกรรม•ตอนที่ 10

จดหมายที่ไม่มีผู้รับ

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
กลิ่นอับชื้นของกระดาษไขโบราณและคราบน้ำมันเครื่องจักรยุคเจ็ดสิบ ผสมผสานกันจนกลายเป็นกลิ่นอายเฉพาะตัวที่ชวนให้รู้สึกอึดอัดราวกับถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนแห่งกาลเวลา เซี่ยหว่านหนิงปักเข็มลงบนปกเสื้อสีเขียวขี้ม้าด้วยฝีเข็มประณีต ทว่าสมาธิของนางไม่ได้อยู่บนผืนผ้า หากแต่อยู่ที่ลิ้นชักเหล็กกล้าสีเทาเข้มเบื้องหน้า ซึ่งถูกล็อกตายด้วยแม่กุญแจทองเหลืองขึ้นสนิมเขียว "เอกสารชุดนี้... ไม่ควรมีตัวตนอยู่ตั้งแต่เมื่อสิบปีก่อนแล้วค่ะ" เสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบเอ่ยขึ้นจากความมืดมุมห้อง กู้เหยียนจวินก้าวออกมาจากเงาสลัวของกองกระสอบเหล็กไหล่กว้าง ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อคลุมทำงานสีฟ้าหม่นของหัวหน้าแผนกผลิตให้ความรู้สึกกดดันไม่ต่างจากแม่ทัพใหญ่ผู้กุมกองกำลังนับแสนในค่ายกลอัคคี แววตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองภรรยาผู้เงียบขรึมด้วยประกายซับซ้อน หว่านหนิงมิได้สะดุ้งสะเทือน นางเพียงวางเข็มเย็บผ้าลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งอย่างเชื่องช้า ปลายเรียวนิ้วขาวผ่องลูบไล้ขอบกระดาษรายงานสถิติการผลิตที่เพิ่งถูกคัดลอกมาเมื่อครู่ ดวงพักตร์งดงามล้ำเลิศที่ถูกบดบังด้วยความเรียบง่ายของยุคสมัยยังคงฉายแววเฉลียวฉลาดล้ำลึก ชวนให้นึกถึงยอดกุนซือหญิงแห่งห้องพระเครื่องราชสำนักผู้เคยพลิกกระดานอำนาจมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน "ท่านพี่กังวลว่าความลับในแฟ้ม ‘โครงการลับ 307’ จะทำให้หลี่จิ่งเทียนหาช่องทางเล่นงานพวกเราหรือคะ" นางเงยหน้าขึ้นสบตาผู้เป็นสามี รอยยิ้มบางเบาที่ประดับอยู่บนเรียวปากช่างเยือกเย็นและท้าทายในคราเดียวกัน กู้เหยียนจวินก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหลังเก้าอี้ที่นางนั่งอยู่ กลิ่นกายบุรุษเจือจางด้วยกลิ่นไอน้ำมันเครื่องและบุคลิกอันดุดันแผ่ซùmซ่านเข้าโอบล้อมร่างบาง มือหนากรดก้านเหล็กและผ่านการจับดาบมาโชกโชนเอื้อมไปทาบลงบนกุญแจทองเหลืองบนโต๊ะ ก่อนจะออกแรงบิดเพียงครั้งเดียว เสียงโลหะลั่นกรอบก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน แม่กุญแจโบราณหลุดออกจากกันอย่างง่ายดายราวกับกิ่งไม้แห้ง "เจ้ากล้าดียังไงถึงแอบไขตู้เก็บเอกสารลับของกองอำนวยการโรงงาน" น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและอันตราย ทว่าไม่มีร่องรอยความโกรธเกรี้ยว มีเพียงความระแวดระวังที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เปลือกนอกอันเย็นชา "หม่อมฉัน... ดิฉันเพียงแต่ต้องการหาทางรอดให้ตระกูลกู้ก็เท่านั้นค่ะ" หว่านหนิงลุกขึ้นยืนช้าๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาในระยะประชิด ความสูงของนางทำให้ต้องเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อสบตากับบุรุษผู้มีชาติกำเนิดลึกลับผู้นี้ "ท่านผู้จัดการหลี่จิ่งเทียนกำลังร่วมมือกับสายลับฝ่ายใต้เพื่อลักลอบระบายเหล็กกล้าคุณภาพสูงออกนอกเขตอุตสาหกรรม หากเรื่องนี้แดงขึ้นมา ตระกูลกู้ที่เคยเป็นอดีตนายทหารนอกราชการจะต้องกลายเป็นแพะรับบาปคนแรกอย่างแน่นอนค่ะ" กู้เหยียนจวินหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมาจนอากาศรอบตัวคล้ายจะลดอุณหภูมิลง เขามองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะหยั่งถึง ตลอดหลายปีที่ผ่านมาในดินแดนรกร้างแห่งนี้ เขาคิดว่าตนเองเป็นเพียงนักโทษการเมืองผู้ตกอับที่ต้องใช้ชีวิตอย่างหลบๆ ซ่อนๆ แต่ภรรยาที่แต่งเข้ามาด้วยการคลุมถุงชนเมื่อปีก่อนกลับมองทะลุปรุโปร่งยิ่งกว่าเงาในกระจกเงา "เจ้ารู้เรื่องการค้าระหว่างพรมแดนได้อย่างไร หว่านหนิง..." เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนนุ่ม "หม่อมฉันอ่านจากจดหมายที่ไม่มีผู้รับฉบับนั้นค่ะ" นิ้วเรียวบางดึงซองจดหมายสีเหลืองซีดที่ซ่อนอยู่ใต้กองสมุดบัญชีออกมา กางออกให้เห็นลายมือหวัดแกมบรรจงที่จ่าหน้าถึงตู้ไปรษณีย์ลับในเมืองหลวงเก่า เนื้อความในจดหมายกล่าวถึงยอดเงินมหาศาลและการจัดส่งแร่เหล็กน้ำพี้ที่ถูกบันทึกไว้ในบัญชีผีของโรงงาน ดวงตาคมของกู้เหยียนจวินไหววูبชั่วขณะเมื่อเห็นตราประทับลับที่มุมกระดาษ ตราประทับรูป ‘พยัคฆ์หมอบ’ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เฉพาะของหน่วยข่าวกรองลับฝ่ายเหนือ—หน่วยงานที่เคยอยู่ภายใต้การบัญชาการของเขาเองเมื่อครั้งยังสวมชุดเกราะโลหิตในราชสำนักโบราณ! ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานเล็กๆ จนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาแขวนผนังเดินดังติ๊กต่อก บรรยากาศตึงเครียดรากับเส้นลวดที่ถูกดึงจนถึงขีดสุด หว่านหนิงลอบสังเกตปฏิกิริยาของสามี นางรู้ดีว่าเวลานี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุด หากกู้เหยียนจวินเลือกที่จะปิดบัง นางจะต้องใช้แผนสำรองขั้นเด็ดขาด แต่หากเขายอมเปิดใจ... เกมการเมืองในโรงงานเหล็กแห่งนี้จะพลิกกลับมาอยู่ในกำมือของพวกเขาทันที "ดูท่าทาง... เจ้าคงไม่ได้เป็นแค่ภรรยาชาวนาธรรมดาอย่างที่ชาวบ้านเข้าใจสินะ" กู้เหยียนจวินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนมุมปาก ทว่าแววตากลับทอประกายความลุ่มลึกและมั่นคงดั่งหินผาที่ถูกขัดเกลาด้วยกาลเวลา "ดิฉันก็เป็นเพียงสตรีผู้หนึ่งที่ไม่อยากเห็นสามีต้องตายอย่างอยุติธรรมเท่านั้นค่ะ" หว่านหนิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ไม่หลบสายตา ก่อนที่ฝ่ายใดจะได้เอื้อMวาจาใดเพิ่มเติม เสียงเคาะประตูก็จู่ๆ ก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเร่งรีบ ตามมาด้วยเสียงตะโกนแหบแห้งของยามเฝ้าประตูจากด้านนอก "หัวหน้ากู้! แย่แล้วครับ! มีเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางพร้อมหมายค้นฉุกเฉินนำกำลังบุกเข้ามาที่คลังสินค้าหมายเลขสามแล้วครับ!" กู้เหยียนจวินชะงักไปชั่ววินาที ก่อนที่นัยน์ตาคมกล้าจะเปลี่ยนเป็นดุร้ายราวกับพยัคฆ์ตื่นจากจำศีล เขาคว้าข้อมือเรียวบางของหว่านหนิงไว้แน่น รั้งร่างนางเข้ามาชิดอกแกร่งในเสี้ยววินาทีที่ประตูห้องทำงานถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ความเกรงใจ แสงไฟฉายสาดส่องเข้ามาพร้อมกับร่างสั่นเทาของหลี่จิ่งเทียนที่เดินนำหน้าเจ้าหน้าที่ชุดนอกเครื่องแบบด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและกลยุทธ์อันล้ำลึกไปกับ "ส้มหวานมิติลับ" นะคะ
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือวังหลวงในยุคอุตสาหกรรม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%