เสียงตบโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังสนั่นหวั่นไหว สะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมใหญ่ของโรงงานเหล็กมณฑลหนานจิง ราวกับเสียงสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางฤดูร้อน กลิ่นอายความตึงเครียดลอยอบอวลปะปนไปกับควันบุหรี่ราคาถูกและกลิ่นเหล็กดิบที่คละคลุ้ง
"ข้อเสนอของสหายเซี่ยหว่านหนิง เป็นเรื่องเพ้อฝันไร้สาระสิ้นดี!"
หลี่จิ่งเทียน ผู้จัดการโรงงานผู้มีใบหน้าคมเข้มแต่แววตากลับซ่อนความเจ้าเล่ห์ไว้มิดชิด แผดเสียงกร้าวขึ้น เขาจ้องมองสตรีร่างโปร่งในชุดเสื้อแจ็กเก็ตสีเขียวขี้ม้าเรียบง่าย แต่กลับยืนหยัดด้วยท่าทีสง่างามราวกับองค์หญิงผู้สูงศักดิ์กำลังตรวจตราสนามรบ
ในสายตาของหลี่จิ่งเทียน เซี่ยหว่านหนิงเป็นเพียงภรรยาชาวบ้านธรรมดาที่บังเอิญมีความรู้เรื่องบัญชี แต่วันนี้ หญิงสาวผู้นี้กลับกล้าเสนอแผนปรับปรุงโครงสร้างสายการผลิตเหล็กกล้า ที่จะพลิกโควตาการส่ง
ออกทั้งหมด และนั่นหมายถึงการสั่นคลอนผลประโยชน์มหาศาลที่เขาแอบกอบโกยมานานหลายปี
หว่านหนิงมิได้สะท้านสะเทือนต่อเสียงคำรามนั้นแม้แต่น้อย นางค่อยๆ ยกเรียวหนamขึ้นจัดปุ่มเสื้อคอจีนอย่างประณีตบรรจง ท่าทางเยือกเย็นดั่งสายน้ำนิ่งไหลลึก แววตาคู่คมกวาดมองเอกสารรายงานนโยบายที่กางอยู่บนโต๊ะ ก่อนจะเงยขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ รอยยิ้มบางเบาถูกจุดขึ้นที่มุมปากอย่างเย้ยหยัน
"เพ้อฝัน หรือว่าขัดผลประโยชน์ส่วนตนของสหายหลี่กันแน่คะ?"
น้ำเสียงของหว่านหนิงราบเรียบ ทว่ากังวานใสและเฉียบคมดั่งคมกระบี่ที่ซ่อนอยู่ในฝัก นางก้าวเท้าช้าๆ เข้าไปใกล้โต๊ะประชุม ท่วงท่าการเดินมีความสง่างามอันเป็นเอกลักษณ์ของราชครูหญิงในอดีต แม้ในยามสวมใส่ชุดเสื้อผ้าเนื้อหยาบยุคเจ็ดสิบ ก็ไม่อาจกลบรัศมีน่าเกรงขามนี้ลงได้
"ตัวเลขผลผลิตเหล็กกล้าต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานมาสามไตรมาสติดต่อกันแล้ว สหายหลี่อ้างว่าเกิดจากวัตถุดิบขาดแคลน แต่ในสมุดบัญชีลับที่ข้า... เอ๊ย ข้าหมายถึงที่ตรวจสอบพบ การเบิกจ่ายงบประมาณซื้อแร่เหล็กกลับเต็มจำนวน มิหนำซ้ำยังมีส่วนต่างที่หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกหลายพันหยวน แบบนี้เขาเรียกว่าบริหารงานผิดพลาด หรือจتใจทุจริตเพื่อสร้างฐานอำนาจทางการเมืองให้ตนเองกันคะ?"
คำพูดที่พรั่งพรูออกมาเต็มไปด้วยตรรกะอันแน่นขนัดและการวิเคราะห์ที่เฉียบขาดจนหลี่จิ่งเทียนหน้าถอดสี เม็ดเหงื่อกาฬผุดซึมขึ้นตามขมับของชายวัยกลางคน เขากัดฟันกรอด มือที่กำเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดโปน
"เหลวไหล! เจ้าเป็นแค่... แค่ภรรยาช่างเทคนิคในแผนก กล้าดียังไงมากล่าวหาข้าด้วยข้อหาหนักหน่วงเช่นนี้! คณะกรรมการพรรคจะไม่มีวันยอมรับเอกสารปลอมๆ ของเจ้าหรอก!" หลี่จิ่งเทียนพยายามตะโกนกลบเกลื่อนความร้อนรนในใจ
ในขณะนั้นเอง ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง กลิ่นอายความเย็นชาและทรงพลังที่แผ่ซ่านเข้ามาทำให้บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที
กู้เหยียนจวิน ก้าวเข้ามาด้วยร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อคลุมทำงานสีเข้ม ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายกวาดมองผู้คนในห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างเพ่งพงของภรรยา ท วามห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็นฉายวาบขึ้นในแววตาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับคืนสู่ความนิ่งสงบดั่งหินผาตามเดิม
เขาก้าวมายืนเคียงข้างหว่านหนิงอย่างปกป้อง ไหล่กว้างของชายหนุ่มแผ่ไออุ่นที่ทำให้นางรู้สึกมั่นคงอย่างประหลาด
"เอกสารนโยบายฉบับนี้ ข้าเป็นคนอนุมัติให้ภรรยาของข้าศึกษาร่วมด้วย" เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทำเอาหลี่จิ่งเทียนถึงกับผงะถอยหลังไปครึ่งก้าว "หากสหายหลี่คิดว่ามีข้อโต้แย้งเชิงนโยบายประการใด เราสามารถนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมใหญ่เบื้องหน้าคณะกรรมการกลางได้ทันที หรือว่า... สหายหลี่เกรงกลัวว่าความลับเน่าเฟะใต้พรมจะถูกเปิดเผยกันแน่?"
บรรยากาศในห้องประชุมกดดันจนแทบหายใจไม่ออก สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังการปะทะกันระหว่างสองฝ่ายอย่างระทึกใจ หลี่จิ่งเทียนหน้าซีดเผือด เหงื่อไหลท่วมแผ่นหลัง เมื่อรู้ตัวว่ากำลังเพลี่ยงพล้ำและจนมุมด้วยหลักฐานที่แน่นหนา ทว่า ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังจะเดצขาด หลี่จิ่งเทียนกลับหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น แววตาฉายความอำมหิตอย่างไม่ปิดบัง
"พวกเจ้าคิดว่าชนะแล้วอย่างนั้นหรือ? ฝันไปเถอะ!" หลี่จิ่งเทียนแค่นเสียงหัวเราะเยาะ หยิบกระดาษโทรเลขฉบับหนึ่งออกจากกระเป๋าเสื้อขึ้นมาโบกสะบัด "ดูนี่เสียก่อน... คำสั่งโยกย้ายเร่งด่วนจากส่วนกลางเพิ่งส่งมาถึงเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ข้าได้รับการแต่งตั้งให้ขึ้นเป็นรองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารพรรคประจำภูมิภาค มีอำนาจเต็มในการจัดการบุคลากรในโรงงานแห่งนี้!"
รอยยิ้มแห่งชัยชนะปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหลี่จิ่งเทียนทันที เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้หว่านหนิง กระซิบด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "ต่อให้เจ้ามีแผนผังนโยบายวิเศษวิโสแค่ไหน แต่ในเมื่อข้าคือนายเหนือหัวคนใหม่ของพวกเจ้าในวันพรุ่งนี้ ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาตรวจสอบข้าทั้งนั้น!"
กู้เหยียนจวินขมวดคิ้วมุ่น รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจากร่างจนน่ากลัว มือหนากำหมัดแน่นเตรียมจะพุ่งเข้าไปสั่งสอนคนตรงหน้า ทว่า เซี่ยหว่านหนิงกลับเอื้อมมือเรียวไปแตะแขนแกร่งของสามีไว้เบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม
ริมฝีปากอิ่มสวยยกยิ้มขึ้นช้าๆ รอยยิ้มนั้นงดงามจับใจ ทว่ากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปีในฤดูหนาว
"สหายหลี่... ท่านคิดว่าคำสั่งแต่งตั้งจากส่วนกลางฉบับนั้น มาเร็วกว่ากำหนดการตรวจสอบบัญชีของคณะกรรมการตรวจสอบวินัยพรรค... สักกี่นาทีกันคะ?"
หลี่จิ่งเทียนชะงักกึก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างทันที เมื่อประตูห้องประชุมถูกถีบเปิดออกอีกครั้งอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของชายวัยกลางคนในชุดเครื่องแบบเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง สวมแววตาดำสนิท พร้อมด้วยเอกสารตราครุฑสีแดงสดในมือ
"หลี่จิ่งเทียน เจ้าถูกพักงานและควบคุมตัวเพื่อสอบสวนในข้อหาทุจริตและใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ณ บัดนี้!"
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและกลยุทธ์อันล้ำลึกไปกับ "ส้มหวานมิติลับ" นะคะ
กุนซือวังหลวงในยุคอุตสาหกรรม•ตอนที่ 9
ขัดแย้งเชิงนโยบาย
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือวังหลวงในยุคอุตสาหกรรม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!