กลิ่นไอสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของซากอารยธรรมโบราณตีเข้าจมูกทันทีที่ม่านพลังงานเบื้องหน้าปิดตัวลง ไร้ซึ่งเสียงเตือนล่วงหน้า ไร้ซึ่งโอกาสให้รินได้ปรับจังหวะการหายใจ
ดันเจี้ยนต้องห้าม ‘สุสานอัสดง’ ไม่ได้ต้อนรับพวกเขากลุ่มนี้ด้วยความเงียบสงบ แต่ต้อนรับด้วยเสียงคำรามต่ำๆ ที่สะเทือนไปถึงกระดูกดำ พื้นหินสีดำสนิทใต้ฝ่าเท้าร้าวรานเป็นทางยาว ทุกรอยแตกเรืองแสงสีแดงฉานราวกับเส้นเลือดของอสูรกายที่ยังมีชีวิต
"ระยะห่างระหว่างเรา สามก้าว..." เสียงทุ้มต่ำของคุณชายเซนเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืด ดวงตาสีนิลคู่คมกวาดมองไปรอบกายอย่างระแวดระวัง มือเรียวยาวกุมด้ามกระบี่สีเงินยวงแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว "จำกฎของที่นี่ให้ดี ริน... ระบบเตือนแล้วว่าพลังปราณของเราจะถูกกดทับลงครึ่งหนึ่ง ดังนั้น อย่าใช้กำลังแก้ปัญหาเด็ดขาด"
รินเหลือบมองแผ่นหลังกว้างที่ยืนบังลมปราณอันดุร้ายจากเบื้องหน้าเอาไว้ครึ่งหนึ่ง หญิงสาวเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยฉายแววครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง นิ้วเรียวเคาะเบาๆ ลงบนข้อมือซ้าย บริเวณที่อินเทอร์เฟซของระบบโฮโลแกรมซ่อนอยู่
"ชั้นรู้ค่ะ... แต่ต่อให้พลังถูกกดทับครึ่งหนึ่ง สิ่งที่ระบบไม่ได้บอกเราคือ 'กับดัก' ที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นผิวเหล่านี้ต่างหาก" รินก้าวเข้าไปใกล้เซนอีกครึ่งก้าว จนไหล่ของทั้งคู่แทบจะแนบชิดกัน ความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวของชายหนุ่มท่ามกลางความหนาวเหน็บของดันเจี้ยนช่วยดึงสติของเธอให้กลับมาจดจ่อกับสถานการณ์ตรงหน้า "มองที่ผนังฝั่งซ้ายสคะ... รอยขูดขีดพวกนั้นไม่ใช่รอยกรงเล็บอสูร แต่เป็นรันยักษ์โบราณที่กำลังนับถอยหลัง"
เซนชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีนิลหันมามองเสี้ยวหน้าของหญิงสาวที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและสติปัญญา รินในยามนี้ไม่ได้ดูเปราะบางเหมือนคุณหนูในหอคอยงาช้าง เธอกลับเปล่งประกายความเฉลียวชาญออกมาอย่างเจิดจ้า จนหัวใจที่ด้านชาและเย็นเยียบของเขาเกิดอาการกระตุกวูบอย่างหาสาเหตุไม่ได้
ความรู้สึกแปลกประหลาดนี้ก่อตัวขึ้นทีละน้อย นับตั้งแต่เธอเข้ามา ‘ซ่อมแซม’ หัวใจที่ผุพังของเขา...
*ติ๊ง!*
[ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบไอเทมจิตวิญญาณระดับสูงในรัศมี 50 เมตร]
[เงื่อนไขภารกิจร่วม: ปกป้องเป้าหมาย 'เซน' จากการถูกกลืนกินโดยจิตอาฆาตแห่งสุสานอัสดง (0/1)]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัวของริน พร้อมกับแรงสั่นสะเทือนมหาศาลที่สั่นสะท้อนมาจากเบื้องล่าง พื้นหินที่พวกเขาเหยียบอยู่เริ่มยุบตัวลงทีละน้อย!
"ระวัง!"
เซนคว้าเอวบางของรินเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว แรงเหวี่ยงจากการกระโดดหลบทำให้ทั้งคู่กลิ้งไปกระแทกกับผนังหินอีกด้านอย่างแรง ลมหายใจของทั้งสองคนผสานรดกันในระยะประชิด รินเบิกตากว้างเมื่อพบว่าใบหน้าคมคายของคุณชายเย็นชาอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร ดวงตาสีนิลคู่นั้นสะท้อนภาพเงาของเธออย่างชัดเจน เต็มไปด้วยความห่วงใยที่เจ้าตัวพยายามปกปิดไว้ภายใต้หน้ากากความเยือกเย็น
"คุณ... ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันหายใจไม่ออก" รินกระซิบเสียงเบา พวงแก้มเนียนเนื้องามขึ้นสีระเรื่ออย่างห้ามไม่ได้ แม้ในสถานการณ์เป็นตายเท่ากัน เธอก็ยังคงหวั่นไหวกับสัมผัสใกล้ชิดนี้
เซนไม่ได้ปล่อยมือทันที เขากลับกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคมกวาดมองสำรวจร่องรอยการต่อสู้ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่าชวนฟัง "ถ้าปล่อย... เธออาจจะตกลงไปในเหวเบื้องล่าง ริน... ข้าไม่อยากสูญเสียอะไรไปอีกแล้ว... โดยเฉพาะเจ้า"
คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของคนเย็นชาทำให้หัวใจของรินเต้นผิดจังหวะ มันไม่ใช่ประโยคบอกรักที่หวานซึ้ง แต่มันคือคำสารภาพจากก้นบึ้งของคนที่ต้องแบกรับความโดดเดี่ยวมาทั้งชีวิต
*โฮกกกกก!*
เสียงคำรามกึกก้องดังสนั่นหวั่นไหวทำลายบรรยากาศอันน่าลุ่มหลง เงาดำมหึมาพุ่งทะยานออกมาจากความมืดมิดเบื้องหน้า มันคือ 'ราชสีห์อัสนีทมิฬ' อสูรพิทักษ์ดันเจี้ยนที่มีดวงตาสีแดงฉานและเขี้ยวเลี้ยวลดที่เคลือบด้วยพิษร้ายแรง แรงกดดันจากปราณของมันทำให้ผนังหินรอบด้านร้าวระแหง
รินดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว มือบางปัดป้องผ่านอากาศเรียกอินเทอร์เฟซระบบออกมาด้วยความเร็วสูง สมองของเธอประมวลผลรูปแบบการโจมตีของอสูรตัวนี้อย่างแม่นยำ
"เซน! จุดอ่อนของมันอยู่ที่ใต้คาง... รอยแผลเป็นจากอดีตที่ยังไม่ปิดสนิท! ใช้กระบี่ทะลวงปราณแทงเข้าไปในจังหวะที่มันอ้าปากคำรามครั้งที่สาม!" รินตะโกนสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด เด็ดเดี่ยว และทรงพลัง
เซนพยักหน้ารับอย่างรู้ใจ ร่างสูงสง่าดีดตัวพุ่งทะยานออกไปราวกับสายฟ้าแลบ แม้พลังปราณจะถูกลดทอนลงครึ่งหนึ่ง แต่กระบวนท่ากระบี่ของเขายังคงงดงามและเฉียบคมไร้ที่ติ ประกายแสงสีเงินสว่างวาบตัดกับความมืดมิดของสุสานอัสดง
ราชสีห์อัสนีทมิฬคำรามลั่น อ้าปากกว้างเพื่อพ่นเปลวเพลิงสีดำใส่ร่างของชายหนุ่ม
*หนึ่ง... สอง... สาม...* รินนับในใจอย่างแม่นยำราวกับนาฬิกาจักรกล
"ตอนนี้แหละ!"
ฉับพลันนั้นเอง กระบี่ในมือของเซนก็พุ่งทะยานเข้าสู่เป้าหมายอย่างแม่นยำราวกับจับวาง ปราณกระบี่ระเบิดออกภายในร่างของอสูรร้าย ส่งผลให้ราชสีห์อัสนีทมิฬส่งเสียงร้องโหยหวนก่อนจะสลายกลายเป็นละอองแสงสีทองระยิบระยับ ท่ามกลางความมืดที่ค่อยๆ มลายหายไป
รินถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งบนพื้นด้วยความเหนื่อยล้า หยาดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าสวย แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้พักหายใจ หน้าต่างสีฟ้าสดใสก็เด้งขึ้นมาตรงหน้าพร้อมเสียงแจ้งเตือนที่ดังระรัวจนน่าตกใจ
[ระบบแจ้งเตือน: ผ่านภารกิจดันเจี้ยนต้องห้าม 'สุสานอัสดง' สำเร็จ]
[ระดับความยาก: SSS]
[รางวัลพิเศษ: ปลดล็อกความทรงจำที่ถูกผนึกของเป้าหมาย และ... 'พันธะสัญญาแห่งวิญญาณ' ขั้นสูงสุด]
รินขมวดคิ้วมุ่นเมื่ออ่านข้อความบรรทัดสุดท้าย ทันใดนั้น แสงสว่างวาบก็พุ่งออกจากหน้าจอระบบ เข้าโอบล้อมร่างของเธอและเซนเอาไว้ด้วยกันอย่างแน่นหนา ร่างกายของทั้งคู่เชื่อมโยงกันด้วยด้ายแดงแห่งพลังงานบางเบาที่มองไม่เห็น
เซนก้าวเข้ามาประคองร่างของรินให้ลุกขึ้น ดวงตาสีนิลคู่นั้นมองเธอด้วยประกายความรู้สึกที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม ราวกับว่ามีบางสิ่งถูกปลดปล่อยออกมาจากโซ่ตรวนที่พันธนาการไว้
"ริน..." เซนเอמהเสียงแผ่วเบา ขณะที่ปลายนิ้วอุ่นแตะลงบนแก้มเนียนอย่างทะนุถนอม "ดูเหมือนว่า... ตอนนี้วิญญาณของเราถูกผูกติดกันเข้าจริงๆ แล้วล่ะ"
รินเบิกตากว้างเมื่อตระหนักได้ว่า ‘พันธะสัญญาที่ไม่ตั้งใจ’ นี้ ไม่ใช่แค่ภารกิจของระบบธรรมดาเสียแล้ว แต่มันคือสัญญาใจที่ไม่มีวันถอนคืนได้ตลอดกาล
แต่ทว่า... ท่ามกลางความเงียบสงบที่กลับคืนมา เสียงฝีเท้าปริศนาอันหนักหน่วงก็ดังขึ้นจากทางออกเบื้องหลังพวกเขา... ฝีเท้าที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่... และเงาร่างหนึ่งที่ก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้เลือดในกายจับตัวเป็นน้ำแข็ง!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจเต้นไปพร้อมกับความลับที่ค่อยๆ เผยออกมาในค่ำคืนนี้ แล้วเรามาลุ้นระทึกไปพร้อมกันในตอนหน้าค่ะ!
ระบบซ่อมแซมหัวใจฉบับคุณชายเย็นชา•ตอนที่ 16
พันธะสัญญาที่ไม่ตั้งใจ
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบซ่อมแซมหัวใจฉบับคุณชายเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!